วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก สรยุทธ-ไร่ส้ม 13ปี4เดือน เจ้าตัวขอยื่นฎีกาสู้

ศาลอุทธรณ์ นัดฟังคำพิพากษาคดีดังบ.ไร่ส้ม พิพากษายืน จำคุก ‘พิชชาภา เอี่ยมสะอาด’ อดีตพนักงานจัดคิวโฆษณา อสมท 20 ปี ‘สรยุทธ’ กับอดีตลูกน้อง อดีตพนักงานบริษัท คนละ 13 ปี 4 เดือน เจ้าตัวลั่นสู้ถึงฎีกา...  

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวร่วมกับนางสาวมณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกันยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการคุยคุ้ยข่าว จำนวนกว่า 138 ล้านบาท

สำหรับคดีนี้ เมื่อปี 2546 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาว่าจ้างนายสรยุทธ ทำหน้าที่พิธีกรในรายการถึงลูกถึงคน จนได้รับความนิยมอย่างสูง ต่อมาปี 2548 นายสรยุทธได้ตั้งบริษัทไร่ส้ม จำกัด โดยนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการและทำสัญญาร่วมผลิตรายการคุยคุ้ยข่าวกับบริษัท อสมท ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้บริษัทไร่ส้ม ครั้งละ 5 นาที หากโฆษณาเกินกว่ากำหนดจะต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท กระทั่งปี 2549 พบว่าบริษัทไร่ส้มโฆษณาเกินเวลา แต่ไม่ชำระค่าโฆษณารวมมูลค่ากว่า 138 ล้านบาท บริษัท อสมท จำกัด จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จนพบว่านางพิชชาภา ซึ่งเป็นผู้จัดคิวโฆษณาได้ลบคิวโฆษณาเกินเวลา เพื่อปกปิดความผิดให้ เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทไร่ส้ม เป็นผลให้บริษัทไร่ส้ม ต้องชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท อสมท กว่า 152 ล้านบาท จากนั้น ได้มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ

จนกระทั่งปี 2555 ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลว่านางพิชชาภา ทำผิดทางวินัยร้ายแรงและมีความผิดทางอาญา ส่วนนายสรยุทธ นางสาวมณฑา และบริษัทไร่ส้ม มีความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด นำไปสู่การฟ้องนายสรยุทธพร้อมพวกในช่วงต้นปี 2558

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายสรยุทธ พร้อมนางสาวมณฑา ในฐานะผู้บริหารบริษัทไร่ส้ม คนละ 13 ปี 4 เดือน และนางพิชชาภา อดีตพนักงานบริษัท อสมท 20 ปี แต่นายสรยุทธใช้เงินสด 2,000,000 บาทยื่นประกันตัว ระหว่างรออุทธรณ์คดี ซึ่งภายหลังมีการโอนสำนวนไปยังศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นำไปสู่การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว  

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมานั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ว่า นางพิชชาภา อดีตพนักงานบริษัท อสมท มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของรัฐ จำคุก 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา พนักงานบริษัทไร่ส้ม มีความผิดฐานสนับสนุน จำคุก 13 ปี 4 เดือน และปรับ บริษัทไร่ส้ม รวม 80,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ ได้มีนายเอกราช เก่งทุกทาง ผู้ประกาศข่าวกีฬาชื่อดัง พร้อมทีมผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เดินทางไปที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อให้กำลังใจนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งภายหลังรับฟังคำพิพากษา นายสรยุทธ กล่าวว่า จะให้ทนายความยื่นฎีกา ต่อไป ทั้งในข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย พร้อมยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวแล้ว

สำหรับยื่นฎีกาคดีของนายสรยุทธ คู่ความสามารถยื่นฎีกาในข้อกฎหมายได้ตามขั้นตอนปกติ ภายใน 30 วัน เนื่องจากคดีนี้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางจัดตั้งขึ้น และกฎหมายใหม่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีทุจริตยังไม่ได้บังคับใช้ในขณะนั้น คดีนี้จึงดำเนินการตามกฎหมายทั่วไป 

หากเป็นคดีที่ยื่นฟ้องภายหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ระบบการฎีกา จะใช้ระบบการอนุญาตโดยผู้พิพากษาจะพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ขณะที่การพิจารณาคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะใช้ระบบการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายในการแสวงหาข้อเท็จจริง องค์คณะผู้พิพากษาสามารถเรียกเอกสารหลักฐานนอกเหนือจากที่ปรากฏในสำนวนของป.ป.ช. และอัยการได้.