วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘คนกรุง’ อ่วมอีก บีทีเอสขึ้นค่าตั๋ว ยกสารพัดจะอ้าง

คนกรุงต้องทำใจ “บีทีเอส” ปรับ ขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่อีก 1-3 บาท เริ่ม 1 ต.ค.นี้ อ้างไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 56 และลงทุนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสารพัด ทั้งซื้อรถไฟฟ้าใหม่ 184 ตู้ เปลี่ยนตู้ขายตั๋วเป็นแบบทัชสกรีน ติดป้ายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งข่าวสาร ยันราคาที่ปรับขึ้นไม่เกินเพดานที่กำหนด แต่ผู้ใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน จ่ายราคาเดิมต่ออีก 6 เดือน

การประกาศปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป บริษัทฯ จะปรับราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอส ในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร ในอัตรา 1-3 บาท จากราคา 15-42 บาท เป็น 16-44 บาท โดยจะเรียกเก็บสถานีแรก 16 บาท สองสถานี ราคา 23 บาท สามสถานี ราคา 26 บาท สี่สถานี ราคา 30 บาท ห้าสถานี ราคา 33 บาท หกสถานี ราคา 37 บาท เจ็ดสถานี ราคา 40 บาท แปดสถานีเป็นต้นไป ราคา 44 บาท โดยการปรับราคาค่าโดยสารใหม่ยังคงต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานซึ่งกำหนดไว้ในอัตรา 20.11-60.31 บาท

สำหรับการปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ บริษัทฯ จะปรับราคาจำหน่ายเที่ยวเดินทาง 30 วันด้วย ทั้งสำหรับประเภทบุคคลทั่วไปและนักเรียน นักศึกษา เป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษ โดยปรับขึ้นเที่ยวละ 1 บาท ดังนี้ สำหรับบุคคลทั่วไป ประเภท 50 เที่ยว 1,300 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 26 บาท, 40 เที่ยว 1,080 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 27 บาท, 25 เที่ยว 725 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 29 บาท และ 15 เที่ยว 465 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 31 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา ประเภท 50 เที่ยว 950 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 19 บาท, 40 เที่ยว 800 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 20 บาท, 25 เที่ยว 550 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 22 บาท และ 15 เที่ยว 360 บาท เฉลี่ยเที่ยวละ 24 บาท

“บริษัทฯได้ปรับราคาค่าโดยสารครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2556 ผ่านมากว่า 4 ปีแล้ว บริษัทฯ ยังไม่ได้ปรับราคาค่าโดยสารพื้นฐานที่เรียกเก็บ ซึ่งสัญญาสัมปทานกำหนดให้สามารถปรับค่าโดยสารได้ทุก 18 เดือน แต่ต้องไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารที่กำหนด ในขณะที่บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา บางรายการสูงขึ้นถึงร้อยละ 20 เช่น ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา นอกจากนั้น บริษัทฯยังได้ลงทุนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการให้ดียิ่งขึ้น เช่น ซื้อรถไฟฟ้า เพิ่มอีก 46 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวม 184 ตู้ จะเริ่มทยอยนำเข้ามาในไทยต้นปีหน้า การปรับปรุงระบบตั๋วโดยสาร ซึ่งจะเปลี่ยนตู้จำหน่ายบัตรโดยสารเป็นระบบสัมผัส (Touch Screen) ทั้งหมด และสั่งตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่รับธนบัตรด้วยมาติดตั้งในระบบเพิ่มขึ้นอีก 50 ตู้ โดยจะทยอยติดตั้งในปี 61 อีกทั้งบริษัทฯยังจะจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์บนชั้นชานชาลา เพื่อแจ้งความถี่ในการให้บริการ รวมถึงแจ้งเหตุรถไฟฟ้า ขัดข้อง และข้อมูลอื่นๆที่เป็นประโยชน์ และมีแผน ลงทุนติดตั้งประตูกั้นชานชาลาอัตโนมัติในสถานีต่างๆเพิ่ม บริษัทฯมีความจำเป็นในการปรับราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บในครั้งนี้ ซึ่งจะปรับขึ้นโดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น” นายสุรพงษ์กล่าว

และว่าแม้อัตราค่าโดยสารใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป แต่บริษัทฯจะยังคงราคาเดิมเป็นเวลา 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2561 สำหรับผู้ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมเงิน ดังนั้น บริษัทฯขอเชิญชวนผู้โดยสารที่เคยซื้อบัตรโดยสารเที่ยวเดียวเปลี่ยนมาใช้บัตรเติมเงินเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังจะได้รับส่วนลดครึ่งราคาจากอัตราราคาใหม่เมื่อใช้บัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ โดยสามารถเดินทางได้ไม่จำกัดเวลา

นายสุรพงษ์ยังกล่าวด้วยว่า อัตราค่าโดยสารที่บริษัทฯเรียกเก็บนั้น เมื่อเปิดให้บริการในวันที่ 5 ธ.ค.2542 บริษัทฯได้จัดเก็บในอัตรา 10-40 บาท และได้ปรับราคาครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2549 เป็น 15-40 บาท ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2556 เป็น 15-42 บาท และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่รถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดให้บริการในปี 2542 ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทฯปรับราคาน้อยมาก