วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวนาระทม อ่างทอง ข้าวจม-เน่า ผักไห่-อยุธยายํ่าแย่ สิ้นเดือนฝนยังหนัก

ฝนถล่มดินภูเขาสไลด์ทับบ้าน 2 ตายายพัง ที่แม่สาย ขณะที่ข้าวสารในงานธงฟ้าจมน้ำเน่าเหม็นโชยตลบ ส่วนนครสวรรค์อ่วมหนัก สวนกล้วยไม้จมบาดาล ด้านชาวนาผักไห่กับอ่างทองเดือดร้อนหนักข้าวจมน้ำตาย สำหรับเขื่อนลำปาวรับน้ำเพิ่มอีกส่งผลให้ 5 อำเภอต้องผจญน้ำท่วมอีกระลอก ขณะที่ “อุบลศักดิ์” แนะรัฐบาลผลักดันโครงการ “โขง เลย ชี มูล แม่น้ำป่าสัก” กักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง กรมอุตุฯเตือนปลายเดือนนี้ฝนถล่มหนัก

สถานการณ์น้ำท่วมยังขยายวงกว้างจากเหตุฝนถล่มหลายพื้นที่ โดยเมื่อบ่ายวันที่ 28 ส.ค. นายนพรัตน์ สงวนศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านดอยงาม หมู่ 2 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยเทศบาลตำบลแม่สาย ไปตรวจสอบดินภูเขาสไลด์ถล่มบ้านเรือนบ้านเลขที่ 94 บ้านดอยงาม พบบ้านถูกดินหล่นทับหลังคาเสียหาย ส่วนเจ้าของบ้านคือ นายทวี ฟูเจริญ อายุ 76 ปี กับนางอารีย์ ฟูเจริญ อายุ 73 ปี ทั้งสองป่วยเป็นโรคพาร์คินสันเดินไม่สะดวก อยู่กันเพียง 2 ตายาย ต้องช่วยซ่อมแซมบ้าน ส่วนสาเหตุดินถล่มมาจากฝนตกหนัก

ขณะเดียวกัน นายสุทธิรัตน์ แสงเพ็ญจันทร์ ปลัดอำเภอแม่สาย และทหารร้อย ม.3 กกล.ผาเมืองระดมขนย้ายกระสอบข้าวสารที่เริ่มเน่าเหม็น ภายในงาน “ธงฟ้า” ของกระทรวงพาณิชย์ บริเวณพื้นที่ร้าง โครงการเจมสโตร์ หมู่ 4 ต.เวียงพางคำ หลังจากน้ำป่าเข้าท่วมเมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค. ทำให้สินค้า กล่องขนม เสื้อผ้าและข้าวสาร ถูกน้ำท่วมเสียหายโดยเฉพาะข้าวสารเริ่มส่งกลิ่นเน่าโชยตลบ

ที่ จ.ลำปาง นายย้าย ฮาวคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พร้อมทหาร มทบ.32 ลำปาง และฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยออกสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ต.ปงยางคก ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย บ้านจ๋ำ บ้านทุ่งบ่อแป้น และบ้านข่วง โดยเฉพาะบ้านจ๋ำได้รับความเสียหายมากที่สุดจำนวนกว่า 100 หลังคา

ส่วน จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะสวนกล้วยไข่ พื้นที่หมู่ 2 ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง ยืนต้นตายหลายสิบไร่ เนื่องจากถูกน้ำเจ้าพระยาท่วมขังมานานนับสัปดาห์ และจากฝนตกหนักติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากเขาพระเขาสูง อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ไหลหลากท่วมขัง ในพื้นที่ชุมชนชั้นเศรษฐกิจ ต.หนองกลับ ต.หนองบัว ระดับน้ำสูง 20-40 ซม. มีบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลหนองบัวได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 7 เครื่อง เร่งสูบน้ำลงคลองสาธารณะตลอดเวลา พร้อมเร่งกรอกกระสอบทราย 5,000 ใบ เพื่อเตรียมไว้ใช้ป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนด้วย

ด้าน จ.ชัยนาท นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยถึงกรณีนายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ให้ชาวนาปลูกข้าว ก่อนน้ำท่วม นัดเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมวันที่ 15 ก.ย.นี้ ประกอบด้วย ทุ่งป่าโมก ทุ่งบ้านแพน ทุ่งบางบาล ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางกุ้งและทุ่งบางกุ่ม แต่กรมชลประทานเร่งปล่อยน้ำลงมาทั้งที่ชาวนายังเก็บเกี่ยวข้าวไม่หมด ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเก่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ช่วงที่ฝนตกหนักมีน้ำปริมาณมากมาจากภาคเหนือก่อนหน้านี้แล้ว แต่ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ใดถูกน้ำท่วมเสียหาย และคาดว่าเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จภายใน 15 ก.ย.นี้

ขณะเดียวกัน นายชัยชนะ บัวอ่อน นายก อบต.กุฎี อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจาก อ.ผักไห่ เดินทางมาที่สำนักงาน ชลประทานที่ 12 เพื่อขอให้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ ไม่เกิน 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือลดระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงไปอีกประมาณ 30 ซม. จนถึงวันที่ 15 ก.ย. เพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จ แต่ทางสำนักงานชลประทานไม่สามารถทำได้ อ้างต้องทำตามแผนของกรมชลประทานเท่านั้น

ที่ จ.อ่างทอง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่นาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตเสียหายจำต้องเร่งป้องกันโดยการเสริมคันนาให้สูงขึ้น พร้อมเร่งสูบน้ำออกเพื่อเก็บเกี่ยว และชาวนาอีกหลายรายจำต้องปล่อยให้ต้นข้าวที่กำลังออกรวงจมน้ำตายโดยนายทรงยศ มะกรูดทอง อายุ 62 ปี สมาชิกสภาเกษตรอำเภอไชโย กล่าวว่า ช่วงนี้ได้มีพายุฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นคลอง ไหลเข้าท่วมนาข้าว คนที่มีเงินทุนได้เสริมคันนาให้สูงขึ้น แต่บางรายไม่มีเงินจำต้องปล่อยให้ข้าวที่กำลังออกรวงจมน้ำเสียหายไปต่อหน้า แล้วรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในการลงทุนทำนาครั้งต่อไป

ขณะที่ จ.ลพบุรี ฝนได้ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนไร่นาราษฎรในหลายพื้นที่ของ อ.ชัยบาดาล และ อ.ลำสนธิ ล่าสุดเกิดน้ำป่าไหลจากเทือกเขาพังเหย และจาก อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา เข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้าน ใน ต.ลำสนธิ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมร้อยกว่าหลังคาเรือน ไร่นาถูกน้ำท่วมหลายพันไร่ ชาวบ้านต่างต้องอพยพสิ่งของและสัตว์เลี้ยงหนีน้ำอย่างโกลาหล เช่นเดียวกับพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จากฝนตกสะสมทำให้เกิดนํ้าท่วมขังในถนนหลายพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในหลายเส้นทางโดยเฉพาะถนนสายชากค้อ-หนองขาม น้ำสูง 40-50 ซม. ระยะทางประมาณ 1 กม.

สำหรับ จ.ร้อยเอ็ด ฝนตกหนักตั้งแต่เช้ามืดวันเดียวกันทำให้น้ำท่วมถนนหลายสายในเขตเมือง อาทิ ถนนสุริยะเดชบำรุง ช่วงหน้า สภ.เมืองร้อยเอ็ด ธนาคารออมสิน ที่ทำการไปรษณีย์ร้อยเอ็ด ถนนข้าวหอมมะลิในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ช่วงระหว่างศาลากลางกับศาล ถนนเปรมประชาราษฎร์ หลัง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ถนนกองพลสิบ ถนนสันติสุขแต่น้ำระบายลดลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนลำปาวรับน้ำเพิ่มมากขึ้นจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้เขื่อนมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 1,606 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 81 ของความจุอ่าง ขณะเดียวกันเขื่อนยังคงระบายน้ำลงสู่ลำน้ำปาวและลำน้ำพานวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้พื้นที่ 5 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ ต้องรับน้ำเพิ่มมากกว่าเดิม ซึ่งนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดยังประกาศเตือนประชาชน 5 อำเภอดังกล่าวควรเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่ จ.ภูเก็ต มีฝนตกหนักติดต่อกันนานนับชั่วโมง ทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังและน้ำรอการระบาย เช่น ถนนสุรินทร์บริเวณปากซอยสุรินทร์ 2 และภายในซอย ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง มีน้ำท่วมขังสูงราว 20-30 ซม. เนื่องจากปริมาณน้ำฝนมีจำนวนมากทำให้ระบายไม่ทัน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครภูเก็ตได้ปิดกั้นซอยสุรินทร์ 2 และถนนสุรินทร์บางจุด เพื่อเร่งระบายน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ โดยให้ผู้สัญจรเลี่ยงใช้ถนนเส้นอื่นแทน ซึ่งถ้าฝนทิ้งช่วง น้ำที่ท่วมขังจะระบายลงสู่ท่อและคูคลองใกล้เคียง ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีฝนตกหนักและต่อเนื่องนานนับชั่วโมง ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรมาแล้ว

ส่วนนายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยว่า สภาพคลื่นลมในทะเลโดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เช่น อ่าวมาหยา เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นธงแดงบริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์ หลังสภาพคลื่นสูงกว่า 2 เมตร และมีฝนตกต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่หมู่เกาะปอดะ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์ 4 เกาะ ที่ทะเลแหวก ให้
ระมัดระวังในการเดินเรือ

ด้านนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการผันน้ำมาใช้ประโยชน์ตามโครงการ “โขงเลย ชี มูล แม่น้ำป่าสัก” ที่ จ.สิงห์บุรี ว่า โครงการนี้มีมานานพอสมควร เมื่อมีน้ำเข้ามามากต้องปล่อยไป แต่บางส่วนไม่กระเทือนเพราะใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ยกตัวอย่างเช่น ฝนที่ตกมา 2 วันที่สกลนครกับนครพนม ทำไมรัฐบาลเอาน้ำส่วนนี้ไหลกลับไปสู่สากลลงแม่น้ำโขงหรือปล่อยลงทะเล ที่จริงควรทำที่เก็บน้ำแก้มลิง ตามหนอง คลอง บึง ทั้งที่ราบสูงหรือที่เขา ลำเนาไพร สามารถกักน้ำไว้ใช้แต่ไม่ควรทำคลองส่งน้ำเพราะถ้าน้ำไหลมากก็ลงทะเล น้ำน้อยเกษตรกรต้องซื้อเครื่องสูบน้ำเสียเงินทองอีก

ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรแห่งประเทศไทยกล่าวอีกว่า จากการประชุมกลุ่มเกษตรกรทั้ง 77 จังหวัด และมีมติทั้ง 77 จังหวัด ให้ผลักดันโครงการอันนี้ ฉะนั้นเราต้องศึกษาเพิ่มเติมและผลักดัน ซึ่งรัฐบาลได้หยิบเรื่องนี้ไปดำเนินการ อย่ารับปากอย่างเดียว อย่าพูดอย่างเดียว ต้องเริ่มทำเพราะโครงการนี้มีประโยชน์มหาศาล ถ้าผันน้ำตรง อ.เชียงคาน จ.เลย เข้ามาได้ถือว่า โขง เลย ชี มูล ป่าสัก จะทำให้เขื่อนป่าสักเป็นที่เก็บน้ำอย่างมหาศาลเพราะมีเขื่อนรองรับอยู่แล้ว สามารถเอาน้ำตรงนั้นเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ได้อีก เป็นทรัพยากรของไทยอย่างมหาศาล” นายอุบลศักดิ์กล่าว

ขณะที่กรมอุตุุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงวันที่ 28-31 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 1 -3 ก.ย. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง ดังนั้นในช่วงวันที่ 28-31 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง