วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีใครบ้าทําหรอก ‘บิ๊กตู่’ โต้ ปล่อยยิ่งลักษณ์หนี

‘บิ๊กป้อม’ ก็ยอมรับคาดไม่ถึง จม.ปูว่อนเน็ต-พท.ยันปลอม วัฒนาเจอศาลสั่งคุมประพฤติ

“บิ๊กตู่” โต้ครหาดีลพิเศษพา “ยิ่งลักษณ์” หนี ของขึ้นสวนสื่อ “เฮ้ย...ใครจะไปปล่อย...ไม่มีใครเขาบ้าทำหรอก” ระบุคาดไม่ถึง “ปู” ตัดสินใจออกนอกประเทศเมินคนปล่อยภาพคู่สนิทอดีตนายกฯ สั่งฝ่ายความมั่นคงแกะรอยเส้นทางเผ่น “บิ๊กป้อม” โบ้ยไม่รู้หลบซุกที่ไหนหรือลี้ภัยประเทศใด อ้างคาดไม่ถึงจะเบี้ยวศาล คสช.ห่วงสังคมสับสน กำชับทุกส่วนช่วยชี้แจง “วิษณุ” แจง 27 ก.ย. อ่านหรือเลื่อนฟังคำพิพากษาคดีข้าวอยู่ที่ศาล “ศรีวราห์” หารือทีมไล่ล่า ชี้ตัวไม่อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องขอหมายค้น “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน “ประวิตร-จักรทิพย์” ปล่อยจำเลยล่องหน พท.เคลียร์ จ.ม. “ปู” ปลอมว่อนเน็ต ขู่ห้ามเผยแพร่ต่อจะโดนฟ้อง “ไปก์” ยังอยู่ไทย โผล่ปฐมนิเทศเรียน รด. ทนายเข้าเรือนจำเยี่ยม “บุญทรง” เครียดจัดเร่งยื่นประกันซ้ำ หลังศาลยกคำร้องอัตราโทษสูงเกรงหลบหนี

การหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลายเป็นปมกังขาจากสังคม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ต่างประสานเสียงปฏิเสธยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงพิเศษของฝ่ายความมั่นคงที่ช่วยพาอดีตนายกฯ หนีคดีตามที่มีกระแสข่าว

“บิ๊กตู่” ร่วมงาน ร.21 รอ.ครบ 67 ปี

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางมาร่วมงานวันสถาปนาครบรอบ 67 ปี โดยนายกฯร่วมพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าและเป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของกำลังพล ก่อนเดินทางไปดูความคืบหน้าของแปลงเกษตรด้านหลังค่ายนวมินทราชินี และสักการะศาล พ.ท.ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช ผู้ริเริ่มหลักสูตรทหารเสือราชินี ก่อนเดินทางไปราชการที่ จ.สระแก้ว มีอดีตนายทหารที่รับราชการใน ร.21 รอ. เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามารอต้อนรับโดยเฉพาะเหล่าบรรดาแม่บ้านที่มาขอถ่ายรูปกับ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมตะโกนเป็นกำลังใจให้นายกฯสู้ๆ นอกจากนั้นแม่บ้านของกำลังพลได้เข้ามากระซิบขอหวยจาก พล.อ.ประยุทธ์ ขณะถ่ายรูปร่วมกันอีกด้วย

สั่งฝ่ายมั่นคงแกะรอยเส้นทาง “ปู” เผ่น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช.นำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีและมีดีลข้อตกลงการพาออกนอกประเทศว่า ไม่อยากให้สื่อให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบต่อไปว่า ออกไปนอกประเทศได้อย่างไร ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงตามดูอยู่ว่าเดินทางออกไปได้อย่างไร ที่ผ่านมาทราบดีว่าในเมื่อทุกอย่างยังไม่เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี ก็ยากที่จะติดตามไปทุกที่ เพราะเราก็ให้เกียรติเขา ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก วันหน้ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มันยิ่งกว่านี้ แต่ว่าเรื่องการเข้าออกประเทศต้องไปตรวจสอบ ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง การออกนอกประเทศต้องขอรายละเอียดจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ถ้า กต.ยืนยันว่าไม่มีก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราต้องหาทาง ส่วนจะไปประเทศไหนนั้นก็ทราบจากสื่อ สื่อทราบดีว่าไปอยู่ไหน เพราะสื่อบอกว่าไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ทางราชการต้องติดต่อกับต่างประเทศ ใครที่มีข่าวสารข้อมูลขอให้แจ้งมาตนจะช่วยตรวจสอบให้

โต้เห้ย...ใครจะบ้าปล่อยจำเลยหนี

เมื่อถามว่าจะดำเนินการถอนพาสปอร์ตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน ต้องดูกฎหมายก่อนว่าทำอะไรได้แค่ไหน อยากให้บ้านเมืองสงบ เกิดความปรองดอง และไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องเหล่านี้ เพราะตอนนี้กำลังทำอะไรอีกหลายอย่าง วันนี้มางานสถาปนาหน่วย ร.21 รอ. และลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ให้มีรายได้ที่ดีขึ้น ขอให้สื่อสนใจเรื่องแบบนี้ให้มากขึ้น คดีความเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม เราให้เกียรติคนทุกคนและใช้กฎหมายเดียวกัน บางเรื่องเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราต้องไปดูว่าเขาเข้าออกได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็ติติงเจ้าหน้าที่ว่าเวลาตามไปนั่นไปนี่ก็ละเมิดสิทธิมนุษยชน มันก็เลยวุ่นกันไปหมด ส่วนจะมีช่องโหว่ที่ชายแดนหรือไม่ต้องไปตรวจสอบดูอีกที อย่าเพิ่งไปโทษคนนั้นคนนี้เมื่อเขาหายไปแล้วต้องหาทางป้องกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อถามย้ำว่า คสช.ไม่ได้ปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า “เห้ย! ใครจะไปปล่อย จะไปปล่อยได้ยังไง ทำไมคิดแบบนี้” ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเคลื่อนไหวในต่างแดนตาม นายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายและอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร ก็เหมือนอดีตนายกฯอีกคนที่เคลื่อนไหวอยู่ คนไทยต้องแยกแยะและเรียนรู้และคิดได้แล้ว เมื่อถามว่าถ้าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันและรวมกันเคลื่อนไหวจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของคนไทย เมื่อถามว่าหน่วยความมั่นคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สื่อก็วิพากษ์วิจารณ์ลดลงสิ ไม่มีใครเขาบ้าทำหรอก”

เมินภาพคู่ว่อนไม่คิดว่าจะเบี้ยวศาล

ต่อข้อถามว่า นายกฯจะคุม น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไรไม่ให้เคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ต้องไปโน่นสหประชาชาติมั้ง นั่นที่ต่างประเทศบ้านเรายังคุมไม่ได้เลย เพราะสื่อช่วยกันขยายเรื่องนี้ แต่ผมไม่ได้ทะเลาะกับสื่อ ขอให้สื่อช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ” เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้มีการนำภาพคู่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์และ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ.กลับมาเผยแพร่อีกครั้งทางโซเชียลมีเดีย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “แล้วตอนนั้น เขาเป็นนายกฯด้วยรึเปล่า แล้วผมเป็น ผบ.ทบ. ผมต้องไปกับเขาด้วยรึเปล่า คิดสิว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะผมไปกับทุกนายกรัฐมนตรี” เมื่อถามว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะในอดีตเคยทำงาน ใกล้ชิดกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เพราะคาดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ เพราะตอนเช้ายังคิดว่าเขาจะไปศาลตามกระบวนการ ผมก็ให้เกียรติเขา”

ไปสระแก้วติดตามเขต ศก.พิเศษ

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่สนามเฮลิคอปเตอร์ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน. 3 รอ.) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนเดินทางโดยรถยนต์ไปที่โรงแรมอินโดจีน ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้วร่วมกับภาคเอกชน จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายชื่นมื่น เพราะเคยปฏิบัติราชการทหารในพื้นที่ จ.สระแก้ว ตั้งแต่เป็น ผบ.ฉก.ตาพระยา จนเป็นผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา จากนั้นไปที่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดิน อ.โคกสูง มอบสัญญาเช่าที่ดินสถาบันเกษตรกรให้แก่ประธานสหกรณ์ 4 แห่ง โดยนายกฯได้มอบบ้านจำลองและปัจจัยการผลิตให้ผู้แทนสมาชิก สหกรณ์ฯ พร้อมพบปะประชาชนด้วย

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้หนีซุกหรือลี้ภัยที่ไหน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว. กลาโหมกล่าวถึง ความหละหลวมของหน่วยงานความมั่นคงที่ปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหนีออกนอกประเทศว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามประกบแล้ว ทุกอย่างก็ว่ากันไปตามระเบียบ ตามกฎหมาย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษนั้น ยังไม่มีการขอประสานส่งผู้ร้ายข้ามแดนแต่อย่างใด ซึ่งยืนยันทุกอย่างขอให้ยึดไปตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ดำเนินการกับ รมว.กลาโหมและ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.นั้น หากอยากฟ้องให้ฟ้องไป ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปประเทศใด และจะขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ก็ยังไม่ทราบเช่นกัน

รับคาดไม่ถึง “ยิ่งลักษณ์” เปลี่ยนใจ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไปทำบุญที่ไหน จะมีเจ้าหน้าที่ติดตามตลอด แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาตัดสินคดีทำไมถึงปล่อยให้หนีไปได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไรว่าออกไปตอนไหน ตรงไหน เมื่อไหร่ ใครจะไปรู้ “ในที่ประชุมสภากลาโหม ไม่มีวาระการหารือถึงการตามตัวบุคคลที่หลบหนีคดีในต่างประเทศ ยืนยันกรณีของคุณยิ่งลักษณ์เป็นเรื่องที่เราคาดไม่ถึง เพราะก่อนหน้านั้นยืนยันมาตลอดว่าจะไม่หลบหนี และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูแลอยู่บริเวณหน้าบ้านพักตลอด” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ทูลเกล้าฯโผทหารเรียบร้อยแล้ว

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึง ความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารประจำปี 2560 ว่า ขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์และนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการปรับแก้รายชื่อบางตำแหน่งนั้น ยืนยันว่าไม่มี ทุกอย่างลงตัวยึดตามหลักการ แต่งตั้งโยกย้าย ความเหมาะสม

27 ก.ย. อ่านคดีข้าวหรือไม่อยู่ที่ศาล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า วันที่ 27 ก.ย. ถ้าจำเลยไม่มาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ แต่ไม่ใช่บทบังคับ ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอ่านหรือไม่ หรืออาจเลื่อนอีกก็ได้ เหมือนคดีหวยบนดินที่ศาลยังไม่อ่านคำพิพากษาในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีโทษเพิ่มแน่ในส่วนการหนีคดี แต่ไม่มีผลต่อการยึดทรัพย์ที่ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวไว้ ขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งออกมา ความจริงแล้วเดินหน้าได้ เขาเดินหน้าลับๆอยู่แล้ว แต่จะทำอะไรที่เอิกเกริกไม่ได้ เพราะรอศาลปกครองอยู่ แต่เรารับรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์สินอยู่ที่ไหน

ถอนพาสปอร์ต “ปู” แล้วแต่ กต.

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนการถอนพาสปอร์ตถือเป็นอีกเรื่อง ถ้ามีกรณีเข้าข่ายกระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนได้ มันอาจจะเกี่ยวพันหรือไม่เกี่ยวพันกับการหนีคดีก็ได้ เพราะไม่มีบทบังคับว่าต้องทำ ส่วนจะทำเมื่อไรอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณา หากจะทำไม่จำเป็นต้องรอให้ตำรวจแทงเรื่องขึ้นมา เพราะเป็นดุลพินิจของกระทรวง แต่จะให้เขาเปิดหนังสือพิมพ์อ่านแล้วทำ ไม่เคยมีหลักปฏิบัติมาก่อน วันนี้ความชัดเจนยังไม่มีจึงยากที่จะให้เขาทำอะไรในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าใครก็ตามหลบหนีคำพิพากษาแล้วต้องถอนพาสปอร์ตทุกราย ไม่มีความจำเป็น จะถอนเมื่อไรก็เมื่อนั้น

คดีไร้อายุความถ้า ก.ม.ใช้ก่อน 27 ก.ย.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงขั้นตอนอุทธรณ์คดีจำนำข้าวว่า ต้องรอให้ศาลฎีกาฯอ่านคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย.ก่อน ศาลอ่านลับหลังจำเลยได้แล้ว จากนั้นถึงค่อยมาคิดเรื่องอุทธรณ์ ที่ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดให้จำเลยต้องมายื่นด้วยตัวเอง แม้ร่าง พ.ร.บ.ใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่มีกำหนดในกฎหมายอาญา สำหรับการยึดทรัพย์ทั้งทางแพ่งและทางอาญา เวลายึดทรัพย์แม้เจ้าตัวไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ตามไปยึดได้ เมื่อถามถึง การนับอายุความหากกฎหมายอาญานักการเมืองใหม่ประกาศใช้ ก่อนศาลอ่านคำพิพากษาวันที่ 27 ก.ย. นายมีชัยกล่าวว่า หากกฎหมายใหม่ยังไม่บังคับใช้ แล้วมีคำพิพากษาว่าผิด ซึ่งโทษสูงสุดอยู่ที่ 20 ปี อายุความจะเป็นไปตามนั้น แต่ตอบไม่ได้ว่าร่าง พ.ร.บ.นั้นจะมีผลบังคับใช้ก่อนหรือไม่ ไม่อยากจะคาดเดา ศาลอาจตัดสินยกฟ้องก็ได้ ส่วนกรณีที่ศาลตัดสินว่าไม่ผิด แต่หากร่างกฎหมายใหม่บังคับใช้ก่อนวันอ่านคำพิพากษา คดีจะไม่มีอายุความ ต้องหนีไปเรื่อยๆ เพราะตามกฎหมายใหม่ระบุไม่ให้นับอายุความของคดี

รอผลพิพากษาก่อนขอผู้ร้ายข้ามแดน

ขณะที่นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการอาวุโส และคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงขั้นตอนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนว่า ปัจจุบันมี พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน 2551 กำหนดหลักเกณฑ์ 2 ประการคือ มีสนธิสัญญาหรือข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน และแบบไม่มีสัญญา โดยเป็นการกระทำความผิดที่ทั้ง 2 ประเทศมีเหมือนกัน แม้จะมีโทษต่างกันก็สามารถกระทำได้ ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลออกหมายจับแล้วเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป 30 วัน การขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนจึงต้องรออ่านคำพิพากษา ในวันที่ 27 ก.ย.ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ถ้าศาลลงโทษจำเลย ค่อยมาพิจารณาเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ผู้ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศใด มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ หากไม่มีสนธิสัญญาจะเป็นการขอความร่วมมือผ่านวิธีการทูต

คสช.ห่วงสังคมสับสนทหารพาหนี

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการรายงานความคืบหน้างานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยป้องปรามสิ่งผิดกฎหมายสนับสนุนนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หลังวันที่ 25 ส.ค. ที่มีคำพิพากษาในคดีเกี่ยวเนื่องกับโครงการจำนำข้าวและมีผู้เกี่ยวข้องกับคดีบางส่วนหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์และมีความเห็นหลากหลายนั้น เลขาธิการ คสช.มีความห่วงใยในข้อมูลข่าวสารที่ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด อาจทำให้สังคมสับสน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ จึงขอให้ทุกส่วนงานติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมย้ำว่า คสช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความจำเป็นใดๆที่จะต้องใช้วิธีการอื่นใดนอกเหนือจากการใช้กระบวนการยุติธรรมในการคลี่คลายคดีนี้

กห.มั่นใจไม่กระทบปรองดอง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการรายงานข่าวถึงการเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่หลบหนีออกนอกประเทศ ต้องดูให้แน่ชัดก่อนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏตัวประเทศใด ขอยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงทำงานเต็มที่และต้องให้เกียรติอดีตนายกฯด้วย เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการสร้างความปรองดอง แม้ว่าจะมีเพียงบางคนที่ไม่ยึดมั่นและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ควรกลับเข้ามาภายใต้กติกาสังคมส่วนใหญ่

“ศรีวราห์” ชี้ตัวไม่อยู่ไม่ขอหมายค้น

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมรวบรวมข้อเท็จจริงการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำนักงานชั้น 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังการประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากนี้จะดำเนินการตาม ป.วิอาญาสืบสวนจับกุม ส่วนการขอหมายค้นบ้านพักต้องสืบสวนให้ได้ก่อนว่าตัวยังอยู่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอหมายค้น จากประจักษ์พยานยืนยันว่าตัวไม่อยู่ เบื้องต้นจากการเฝ้าสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่พบพฤติการณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ และสั่งไปยังทุกภาคให้ตรวจสอบว่ายังอยู่หรือไม่ ให้รายงานผลภายในวันที่ 1 ก.ย. ขณะนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าหลบหนีหรือป่วย จึงต้องสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน ประสานกับตำรวจกัมพูชาได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีข้อมูลอดีตนายกฯเข้ากัมพูชา ข้อมูลสุดท้ายยืนยันว่าเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 ส.ค. ยังอยู่ที่บ้าน บก.น.4 แกะรอยอยู่

ถึงตอนนี้ยังไม่รู้หนีจริงหรือไม่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีกระแสสังคมมองว่าหน่วยความมั่นคงเฝ้าติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างใกล้ชิดแล้วคลาดสายตาได้อย่างไร ตนมีอำนาจหน้าที่อยู่แค่นี้ และไม่คิดว่าจะหลบหนี ประเมินจากพฤติการณ์ตามหลักตรรกศาสตร์ ทุกครั้งก็มาศาล ส่วนจะมีใครมีส่วนช่วยเหลือให้หลบหนียังตอบไม่ได้ ถึงขณะนี้ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าหลบหนีออกนอกประเทศ เนื่องจากข้อมูลน้อย แต่จะพยายามเต็มที่จะนำตัวมาให้ทันวันที่ 27 ก.ย.ต้องไปชี้แจงต่อศาลให้ได้ตาม ป.วิอาญามาตรา 182 ต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจนชี้แจงให้ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีจริงหรือไม่ ทั้งนี้ บช.น.อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าบ้านในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ในชั้นก่อนออกหมายการติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตาม เนื่องจากมีรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่ ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจตำรวจไปทำอย่างนั้น และการข่าวไม่มีข้อมูลการหลบหนี แต่หลังจากออกหมายจับได้รับคำสั่งให้จับกุมตัวให้ได้ และสั่งการให้ตำรวจต่างประเทศประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องนำหลักฐานมาชี้แจง ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการครบถ้วนตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจตำรวจไปกักตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ ส่วนกรณีที่ไปร้อง ป.ป.ท.อยากให้ตำรวจดำเนินการอย่างไรให้นำหลักฐานมาจะดำเนินการให้ถ้าไม่มีหลักฐานถือว่าแจ้งความเท็จ

ดีเอสไอยินดีร่วมด้วยช่วยตาม

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า การติดตามตัว น.ส. ยิ่งลักษณ์ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง หากประสานมาให้ดีเอสไอช่วยติดตามเส้นทางการหลบหนี ก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ส่วนการดำเนินคดีฟอกเงินนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับพวก คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ

ยื่น ป.ป.ช.ฟัน “ประวิตร” ปล่อยล่องหน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนข้อเท็จจริง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ละเลย การปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า กระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยในสังคมว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองปล่อยปละละเลยให้จำเลย คดีอาญาอุกฉกรรจ์หลบหนีออกจากไทยได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ทราบกันโดยทั่วไปว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว ตลอดเวลา เป็นเงาตามตัวทุกกิจกรรม แต่เมื่อถึงเวลาต้องมาฟังคำพิพากษา กลับไม่มีใครทราบว่าหลบหนีออกจากไทยทางใดเมื่อใด อนาคตสังคมไทยจะฝากความหวังต่อฝ่ายความมั่นคงได้อย่างไร ถือเป็นความบกพร่องฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และเข้าข่ายทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

“จิรชัย” ไม่ก้าวล่วงศาลเตรียมข้อมูลสู้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวกล่าวว่า กรณีข่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะไม่จำหน่ายคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรณีให้รับผิดชอบความเสียหายเป็นเงิน 2.8 แสนล้านบาท ว่าขาดความเที่ยงธรรม ศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ไป 3 ปาก นัดหน้าต้องนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาสืบพยานตามคำฟ้องต้นเดือน พ.ย. เรื่องนี้ยังไต่สวนพยานไม่ครบทั้งหมด เป็นเรื่องกระบวนการของศาล และต้องดูบรรยากาศทั่วไป เราคงไม่ไปก้าวล่วง แต่มีหลักฐานและข้อมูลที่ชัดเจนเตรียมไว้หมดแล้ว

พท.ยัน จม. “ปู” ขู่เก๊เผยแพร่ถูกฟ้อง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์กอ้างว่า เป็นจดหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงประชาชนชาวไทย ซึ่งมีข้อความว่าตนอยู่ในที่ปลอดภัย ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอโทษที่ไม่ได้พบที่หน้าศาล นอกจากนี้ยังมีการกล่าวพาดพิงถึงการต่อสู้คดีจำนำข้าวในศาล ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จดหมายที่อ้างว่าเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 27 ส.ค.60 ที่ออกมาเผยแพร่ขณะนี้ ยืนยันว่าเป็นของปลอม ไม่ทราบเจตนาของการนำออกมาเผยแพร่ ขอความกรุณา ห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาดเพราะอาจมีความผิดและถูกฟ้องร้องได้

ผู้นำพรรคต้องสร้างเชื่อมั่นได้

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทิศทางของพรรคเพื่อไทยจากนี้ยังมีภารกิจที่จะต้องนำประเทศไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยังคงต้องเดินต่อไปและเป็นหลักให้กับประชาชนได้ยึดถือ เป็นความหวังที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะ ปัญหาเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ต้องคิดว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะปรับตัวให้ทันกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีกับดักวางไว้ จากนี้ตัวบุคคลและนโยบายเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง บุคคลที่จะนำพาพรรคต้องน่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ประชาชนได้ยินชื่อแล้วต้องไม่ร้องยี้

“ไปก์” ไม่หลบโผล่ปฐมนิเทศ นศท.

พล.ท.วีรชัย อินทุโศภณ ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) กล่าวถึงกรณี “น้องไปก์” นายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร บิดา ได้เดินทางมาเข้ารับการปฐมนิเทศนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) เมื่อวันที่ 26 ส.ค. หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศว่า เป็นเรื่องปกติที่น้องไปก์หรือนายศุภเสกข์จะเข้าเรียนนักศึกษาวิชาทหารเมื่อถึงเกณฑ์กำหนดต้องเข้ารับการศึกษา ส่วนที่ข่าวว่าน้องไปก์จะไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษนั้นยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด หากจะเดินทางไปต้องทำเรื่องเหมือนบุคคลทั่วไปที่เดินทางไปศึกษาต่างประเทศ การเรียนนักศึกษาวิชาทหารต้องเรียนต่อเนื่อง หรือสัปดาห์ละ 1 วัน แต่ตามหลักสูตรจะต้องเรียนให้ครบ 80 ชั่วโมงต่อ 1 ชั้นเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องไปก์ศึกษาอยู่ในเกรด 10 โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์และเพิ่งเข้านักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร กรมการรักษาดินแดน ถนนวิภาวดีรังสิต ศูนย์ฝึกฯได้เปิดให้นักเรียนนานาชาติเข้ารายงานตัวหลังนักเรียนสายปกติ โดยน้องไปก์จะเข้าเรียนนักศึกษาวิชาทหารในวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. อาจจะเข้าเรียนรอบเช้าช่วงเวลา 08.00-11.00 น. หรือรอบบ่ายเวลา 13.00-16.00 น.

“นิพิฏฐ์”บี้ คสช.เคลียร์ข้อกังขา ปชช.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า เมื่อสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาออกมากล่าวย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯไม่ได้ใช้สนามบินกัมพูชาเป็นเส้นทางหลบหนี จากนี้รัฐบาลและ คสช.ต้องเร่งตรวจสอบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้สนามบินแห่งใดของไทยหลบหนีออกนอกประเทศ และต้องตอบข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบชัดเจน หากตอบไม่ได้ความน่าเชื่อถือและศรัทธาของรัฐบาลและ คสช.ต่อพี่น้องประชาชนน่าห่วงยิ่ง ปรากฏการณ์หลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ อธิบายข้อเท็จจริงในสังคมไทยได้ว่า การบังคับใช้กฎหมายไทยบังคับใช้กับคนส่วนใหญ่เท่านั้น แต่คนบางคนใช้บังคับไม่ได้ สงสัยว่าบางคนน่าจะถูกยกเว้นการใช้กฎหมายอย่างนั้นหรือ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หลบหนีไปต่างประเทศ

แจงกวีผวนกระทบ “ปู” สิทธิส่วนตัว

ส่วนกรณีนายธัญญา สังขพันธานนท์ นาม ปากกา ไพฑูรย์ ธัญญา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2559 และกวีซีไรต์ เขียนบทกวีคำผวนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พาดพิงถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ และมีการล่ารายชื่อสนับสนุนให้ถอดออกจากศิลปินแห่งชาตินั้น นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานคัดเลือกศิลปินแห่งชาติรู้สึกเสียใจและคาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ที่ผ่านมาก็มีศิลปินของชาติได้วิพากษ์วิจารณ์การบ้านการเมืองบ้าง แต่ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ จะเป็นบทเรียนที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการต่อไป กรณีการโพสต์ส่วนตัวนี้อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ สวธ. เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล

ทนายเยี่ยม “บุญทรง” ในเรือนจำ

อีกด้าน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ ผู้ต้องขังจากคดีโครงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กล่าวหลังเข้าเยี่ยมนายบุญทรงว่า นายบุญทรงไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลในเรือนจำ 2 ครั้ง เมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลการตรวจพบมีความเครียด ความดัน และอาการภูมิแพ้ไซนัส นอนไม่หลับ ถือเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้ต้องรีบประกันตัวเพราะปัญหาสุขภาพและความเครียด นายบุญทรง นายภูมิ และอดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ในคดีเดียวกันรวม 7 คน พักในห้องขังรวมด้วยกัน เบื้องต้นครอบครัวนายบุญทรงจะมาเยี่ยมในวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งนายบุญทรงบอกว่า ให้มาหาบ่อยๆอย่าทิ้งกันและให้มาพูดคุยเรื่องข้างนอกให้ฟังทุกวัน

ไม่กล้าบอกจีทูจี 2–ทุจริตมันจ่อคอ

นายนรินทร์กล่าวว่า นายบุญทรงบอกว่าขอ ให้ดำเนินการเรื่องประกันตัวให้เร็ว จะเตรียมเอกสารขอยื่นประกันตัวอีกครั้ง ยังไม่ทราบว่าต้องใช้เงินประกันเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ทั้งนี้ กำลังพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์ไว้หลายประเด็น ส่วนกรณีที่ศาลปกครองยกคำร้องกรณีขอให้ทุเลาการชดใช้ค่าเสียหายการระบายข้าวแบบจีทูจี ยอมรับว่ามีความเสี่ยงเรื่องการยึดทรัพย์ เพราะขณะนี้บัญชีถูกอายัดไปแล้ว มีผลต่อหลักทรัพย์การประกันตัว ทีมทนายความกำลังเตรียมเรื่องประกันตัวและเร่งหาหลักทรัพย์มาทำเรื่องประกันตัว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.จะชี้มูล ความผิดคดีจีทูจีลอต 2 และคดีทุจริตมันสำปะหลัง ตนยังไม่กล้าบอกนายบุญทรงกลัวว่าจะเครียดอีก

โทษสูงศาลไม่ให้ประกันเล็งยื่นซ้ำอีก

นายนรินทร์กล่าวว่า ได้ทราบเหตุผลศาลฎีกาฯไม่ให้ประกันตัวแล้ว หลังจากให้ทีมงานเข้าสอบถามรายละเอียดที่ศาล ศาลเห็นว่าคดีที่พิพากษามีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนี โดยจะนำเอกสารมาตรวจดูอีกครั้งเพื่อจะทำคำร้องขอประกันตัวใหม่ต่อไป โดยวันที่ 28 ส.ค. คาดว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แม้ว่าจะได้นำเอกสารบางส่วนให้นายบุญทรงเซ็นรับรองแล้ว แต่ยังมีบางส่วนต้องดูเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับองค์คณะฯที่พิจารณาคำร้องขอประกันตัวประกอบด้วยนายธนฤกษ์ นิติเศรณี เจ้าของสำนวนคดีและผู้พิพากษาในองค์คณะอีก 2 คน ซึ่งการยื่นประกันตัวใหม่จะต้องมีเหตุเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้ ซึ่งเป็นดุลยพินิจขององค์คณะ 3 คนว่าจะอนุญาตหรือไม่

ราชทัณฑ์ปัดอดีต รมต.เครียดจัด

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า นายบุญทรงและผู้ต้องขังคนอื่นๆถูกคุมขังอยู่ในแดนแรกรับ (แดน 1) มีความเป็นอยู่ตามปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเจ็บป่วยหนัก สามารถรับประทานอาหารและพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่นได้ ไม่ได้เครียดจัดตามที่เป็นข่าว เป็นเรื่องปกติ ของผู้ต้องขังใหม่ ส่วนการเยี่ยมเป็นไปตามปกติคือเยี่ยมได้วันละ 1 รอบ สัปดาห์ละ 2 วัน เยี่ยมได้รอบละไม่เกิน 30 นาที ส่วนทนายเข้าพบลูกความได้ทุกวันเนื่องจากเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีที่ยังไม่เป็นที่สุดเด็ดขาด เรือนจำจัดให้นายบุญทรงกับพวกคุมขังอยู่ภายในแดนแรกรับไปก่อน หากชัดเจนเรื่องการประกันตัวอาจพิจารณาจำแนกแดนอีกครั้ง

“วัฒนา” เข้ายื่นอุทธรณ์ค้านฝากขัง

ที่ศาลอาญา นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯและข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 พร้อมทนายความ เดินทางมายื่นอุทธรณ์คำคัดค้านการฝากขังหลังพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ยื่นฝากขังและศาลอนุญาตฝากขังเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนปอท.ไม่ได้อ้างเหตุจำเป็นตามกฎหมายที่จะต้องควบคุมตัวและการที่นายวัฒนาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองถือว่าไม่มีเจตนาหลบหนี ไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัว ทั้งนี้ นายวัฒนากล่าวว่า การควบคุมตัวต้องทำเท่าที่จำเป็น ตนมาแสดงตัว ไม่มีพฤติกรรมหลบหนีไม่จำเป็นที่พนักงานสอบสวนจะขอให้ศาลควบคุมตน จึงมายื่นอุทธรณ์คัดค้าน

เจอคุมประพฤติละเมิดศาลรอบ 2

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. ศาลอ่านคำสั่งคดีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีช่วงเช้าวันที่ 28 ส.ค. ได้นัดหมายสื่อมวลชนผ่านไลน์เพื่อให้สัมภาษณ์การยื่นคำอุทธรณ์คัดค้านการฝากขังที่ตัวเองเป็นผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนายวัฒนาผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องเสร็จได้เดินมาให้สัมภาษณ์ที่บันไดศาลอาญาไม่มีการขออนุญาตผู้บริหารศาลอาญาก่อน พิจารณาแล้วมีความผิด จึงมีคำสั่งให้จำคุกนายวัฒนา 2 เดือนและปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเคยกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้วในวันที่ 21 ส.ค. ศาลลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ศาลจึงให้คุมประพฤตินายวัฒนา หากทำผิดซ้ำอีกถือว่าเป็นการท้าทายและไม่เข็ดหลาบ หลังจากนั้นนายวัฒนาเดินทางกลับทันที

ศาลยกคำร้อง ตร.ข่มขู่ทนาย

นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องที่นายวัฒนา ยื่นขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวน ปอท.มาไต่สวนกรณีประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาลด้วยการพูดจาลักษณะข่มขู่ทนายความของนายวัฒนา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ระหว่างการยื่นฝากขังนายวัฒนาว่า พิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า คำร้องลงชื่อนายวัฒนาแต่ตัวนายวัฒนามิใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าวแล้ว

พธม.กระทุ้ง ป.ป.ช.อุทธรณ์สลายม็อบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) นายวีระ สมความคิด อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เร่งรัดให้ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยกฟ้องคดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2551 โดยนายวีระกล่าวว่า เนื่องจากใกล้ครบกำหนด 30 วัน ที่ ป.ป.ช. ต้องยื่นอุทธรณ์ผลคำพิพากษาคดีดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 195 กลุ่มพันธมิตรฯ กังวลว่า ป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ หวังว่าคงไม่ทำให้ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวผิดหวัง ขณะนี้เหลือเวลาอีก 4 วันจะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ การยื่นอุทธรณ์อาจไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วน จึงขอให้ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน ไม่อยากคาดเดาว่า ป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ขอรอดูดุลพินิจของ ป.ป.ช.ก่อน หากไม่ยื่นอุทธรณ์ต้องมีเหตุผลที่รับฟังได้ ถ้ารับฟังไม่ได้กลุ่มพันธมิตรฯ มีมาตรการจะดำเนินการต่อไป

นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.จะพิจารณา ยื่นอุทธรณ์กรณีดังกล่าวหรือไม่ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบทุกราย

แกนนำ คปท.-กปปส.รับทราบข้อหา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักคดีอาญา 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภิภพ ธงไชย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายแซมดิน เลิศบุศย์ นายกิตติชัย ใสสะอาด และนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด อดีตแกนนำ ของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อม น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนสำนักงานคดีอาญา 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อหาร่วมกันกบฏและข้อหาอื่นรวม 8 ข้อหาระหว่างการชุมนุมเมื่อปี 2556 โดย น.ส.พวงทิพย์ ระบุว่า คดีนี้มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกถูกดีเอสไอสั่งฟ้อง 58 คน บางส่วนรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนกลุ่ม คปท.ถูกหมายเรียกทั้ง 7 คนวันนี้เป็นคนที่ศาลยังไม่ได้อนุมัติหมายจับ เพื่อเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น วันนี้มีเพียง 5 คนขาดอีก 2 คนคือนายสมบูรณ์ ทองบุราณกับนายพิเชฏฐ พัฒนโชติ ซึ่งอ้างว่าติดภารกิจขอเข้าพบภายหลัง ด้านนายภิภพ ธงไชย อดีตแกนนำเวที คปท.กล่าวว่า ทั้ง 7 รายชื่อที่ถูกออกหมายเรียกแต่ละคนต่างขึ้นเวทีปราศรัยมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก้ไขปัญหาการเมืองการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในรัฐบาลยุคนั้น ข้อหาที่ถูกแจ้งไม่สมเหตุสมผล

สนช.จ่อถกงบ 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้นัดประชุม สนช.วันที่ 31 ส.ค.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ภายหลัง คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีงบฯ เพิ่มเติมจำนวน 22,163,095,000 บาท อาทิ งบกลางได้รับเพิ่ม 21,257,187,600 บาท หน่วยงานรัฐสภาได้เพิ่ม 414,016,600 บาท สำนักงานศาลปกครอง ได้รับเพิ่ม 96,769,800 บาท 4. หน่วยงานอิสระของรัฐ ได้รับเพิ่ม 385,841,400 บาทเป็นของสำนักงานคณะกรรมการ กกต. 241,155,900 บาท สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. 61,534,000 บาท สำนักงานอัยการสูงสุด 83,151,500 บาท 5.กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน คือกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้รับเพิ่ม 7,689,600 บาท และ 6.งบประมาณสำหรับแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้รับเพิ่ม 1,590,000 บาท

เรียกสอบ “ผกก.หนุ่ย” คนสนิท “ปู”

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ในฐานะเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางออกจากบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 ไปฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค. โดยได้หายตัวไปจากบ้านและมีข่าวเดินทางออกนอกประเทศ ต่อมาช่วงบ่าย พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้เรียก พ.ต.อ.วทัญญู วิทยโลทัย ผู้กำกับฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าวกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะตำรวจคนสนิทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาสอบถามเพื่อหาเบาะแสการหายตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากเป็น 1 ใน 14 คนที่มีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิด อยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ส่วนคนที่เหลือ คาดจะทยอยเรียกสอบถามต่อไปภายหลัง