วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เบนซ์' ร่วมทีมฆ่าหั่นศพ ออกจากเรือนจำแล้ว ก้มกราบเท้าพ่อทั้งน้ำตา (คลิป)

“เบนซ์” กราบเท้าพ่อ กอดลูก ขอบคุณยุติธรรมจังหวัด หลังเรือนจำขอนแก่นปล่อยตัว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือ และเชื่อว่าถ้าเราบริสุทธิ์จริง ยังไงก็ได้พ้นคุก

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 ส.ค.2560 ที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น ได้มีหมายสั่งปล่อยตัว น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม เจ้าหน้าที่ได้มีการรับคำสั่งศาล และปฏิบัติตามขั้นตอนของการปล่อยตัว โดยมีพัศดีเวรทำหน้าที่ในการสอบประวัติ แจ้งหมายให้กับเจ้าตัวให้รับทราบว่าถูกต้องหรือไม่ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนของการปล่อยตัว โดยมีนายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร และ นายวีระชัย เพชรรัตน์ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น คอยอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามขั้นตอน และระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ท่ามกลางสื่อมวลชนและผู้ที่มาติดตามความเคลื่อนไหวในคดีดังกล่าว บริเวณด้านหน้าเรือนจำเป็นจำนวนมาก

โดยทันทีที่ น.ส.เบนซ์ ซึ่งอยู่ในเสื้อกีฬาสีขาวและสวมกางเกงขาสั้น ก้าวพ้นผ่านจากประตู 1 เรือนจำกลางขอนแก่นออกมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากยุติธรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์นำตัวออกมา ลูกๆ ของ น.ส.เบนซ์ทั้ง 2 คน ได้วิ่งไปกอดแม่ทันที ขณะที่ น.ส.เบนซ์ ได้ก้มลงกราบเท้าพ่อทันทีเช่นกัน ทำให้บรรยากาศในการได้เจอกันของคนในครอบครัว น.ส.เบนซ์ ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางขอนแก่นเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีใจ ที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำตา หลังคนในครอบครัวของ น.ส.เบนซ์ ได้รอวันนี้มานานกว่า 90 วัน

โดย น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ น.ส.เบนซ์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ขอบคุณมากค่ะ รอวันนี้มา 3 เดือนเต็ม หนูพูดไม่ออก ดีใจมากค่ะ ขอบคุณค่ะ เรากลับบ้านกันนะ หนูนึกว่าจะไม่ได้ออกมาเจอลูกและครอบครัวอีกแล้ว แต่ก็เชื่อว่าถ้าเราบริสุทธิ์จริงๆ ยังไงก็ได้ออกจากการคุมขัง หนูเชื่อในความยุติธรรม จากนี้ไปก็จะกลับไปทำงานตามปกติ” จากนั้นทั้งครอบครัวได้เดินกอดกันและร้องไห้ไปตั้งแต่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางขอนแก่นไปยังขึ้นรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีแดง หมายเลขทะเบียน ขก 4473 ขอนแก่น ซึ่งครอบครัวนำมารับขับกลับบ้านพักออกไปอย่างรวดเร็ว

นายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ยังคงมั่นใจในความบริสุทธิ์ของ น.ส.จิดารัตน์ เพราะจากการลงพื้นที่สอบปากคำพยาน จัดเก็บข้อมูลและอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายในคดีความดังกล่าว ขณะที่ครอบครัวของ น.ส.จิดารัตน์ ได้มีการประสานงานกับทางกระทรวงยุติธรรม และมีการเข้าขอความช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ซึ่งได้เน้นย้ำให้ น.ส.จิดารัตน์ ที่ไม่ต้องฟังใคร มีเหตุการณ์หรือสิ่งใดเกิดขึ้นก็ขอให้รีบเข้ารับการปรึกษากับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดโดยทันที และขอให้ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาของการช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมอย่างเคร่งครัดด้วย.