วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลจำคุก 2 เดือน ปรับอีก 500 บ. รอลงอาญา 2 ปี วัฒนา สั่งคุมประพฤติ

ศาลจำคุก 2 เดือน ปรับอีก 500 บ. โทษจำคุกรอลงอาญา “วัฒนา เมืองสุข” เหตุละเมิดศาลอีก พร้อมสั่งให้คุมประพฤติ ภายใน 2 ปี ชี้หากทำซ้ำอีกถือว่าไม่เข็ดหลาบ    

ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลอาญา เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ศาลอ่านคำสั่ง คดีที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ เป็นผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จากกรณีที่ได้นัดหมายให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์การยื่นคำอุทธรณ์คัดค้านการฝากขังนายวัฒนา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ส.ค. ศาลพิเคราะห์ข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน เจ้าหน้าที่ศาลผู้ได้รับมอบอำนาจจาก ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ผู้กล่าวหา และนายวัฒนาผู้ถูกกล่าวหาแล้ว เห็นว่า วันนี้ผู้ถูกกล่าวหามายื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งการฝากขัง เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ยื่นฝากขังผู้ถูกกล่าวหา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.60 ต่อมา วันที่ 27 ส.ค.60 มีบุคคลส่งข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งกำหนดการให้ผู้สื่อข่าวมาทำข่าว หลังนายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องวันนี้เสร็จ ได้เดินมาให้สัมภาษณ์ที่บันไดศาลอาญา โดยผู้ถูกกล่าวหาเบิกความว่า ไม่ได้เป็นผู้นัดหมายสื่อมวลชนด้วยตัวเอง และการถาม-ตอบสื่อมวลชนเป็นผู้ตั้งคำถาม ซึ่งเป็นการถามตอบข้อเท็จจริง ไม่ได้เกี่ยวข้องรายละเอียดคดี และได้ความจากเจ้าหน้าที่ศาล ซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เบิกความว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อความในไลน์ และบันทึกการให้สัมภาษณ์ของนายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นหลักฐาน ศาลเห็นว่ากรณีมีการส่งข้อความ ซึ่งเป็นการนัดหมายทางไลน์ แม้ไม่ได้นัดหมายด้วยตัวเอง แต่เชื่อว่าน่าจะรู้เห็นซึ่งกันและกัน เพราะเป็นการให้สัมภาษณ์ช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่นัดหมาย หากมีการนัดหมายจะต้องมีการขออนุญาตผู้บริหารศาลอาญาก่อน สื่อจะมีสถานที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมาศาลในเวลาใกล้เคียงกับที่นัดหมายไว้ในแอปพลิเคชันไลน์ เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหา รู้เห็น แม้ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ไม่มีการกำหนดเรื่องขออนุญาต แต่เรื่องนี้ศาลมีการแจ้งและปิดประกาศให้บุคคลทั่วไปรับทราบ ผู้ถูกกล่าวหาเองเคยมีอาชีพเป็นทนายความมาก่อน นอกจากนี้ยังเดินทางมาพร้อมทนายความ ย่อมรู้ระเบียบเป็นอย่างดี ซึ่งการประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล เป็นสิ่งที่วิญญูชนทั่วไปพึงทราบ

นายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหา เป็นนักการเมือง สมควรประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่อาศัยพื้นที่ศาลมาแสดงความเห็นเพื่อหาประโยชน์ให้ตัวเอง การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30, 31 และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งให้จำคุกนายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเวลา 2 เดือน และปรับ 500 บาท แต่เนื่องจากการกระทำนั้นไม่ได้ละเมิดการพิจารณาคดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษ มีกำหนด 2 ปี และเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเคยกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้ว ในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ศาลจึงให้คุมประพฤติ นายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาอีกด้วย โดยห้ามทำผิดซ้ำอีก หากทำซ้ำอีกถือว่าเป็นการท้าทายและไม่เข็ดหลาบ ภายหลังนายวัฒนาและนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ และคณะผู้ติดตาม เดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.