วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หินปากถ้ำเขาหลวง ร่วง! ชาวบ้านหวั่นเป็นอาเพศ ตั้งแต่บูรณะมีแต่เรื่อง

“ครูเจี๊ยบ สมบัติแม่น้ำเพชร” ลงดูถ้ำเขาหลวง จ.เพชรบุรี หลังวานนี้หินปากปล่องร่วงกลางโถง ทำกระเบื้องโบราณแตกเสียหาย เผย ตั้งแต่บูรณะมีแต่เรื่องมาตลอด ซ้ำทำพิธีบวงสรวงตามหลังที่ไม่เคยมีใครทำ ชาวบ้านบอก ไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้

บ่ายวันนี้ (28 ส.ค. 60) นายกิตติพงษ์ พึ่งแตง หรือ ครูเจี๊ยบ สมบัติแม่น้ำเพชร หนึ่งในคณะกรรมการดูแลและตรวจสอบการบูรณะโบราณสถานในจังหวัดเพชรบุรี ได้ลงสำรวจภายในโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ต.ธงชัย อ.เมืองเพชรบุรี หลังได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า เมื่อบ่ายของวานนี้ (27 ส.ค.) ก้อนหินบริเวณปากปล่องถ้ำเขาหลวงพังถล่มลงมากระแทกพื้นกระเบื้องกลางโถงภายในถ้ำจำนวน 5-6 ก้อน บางก้อนมีขนาดใหญ่ถึง 60 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 50 กิโลกรัม ทำให้พื้นกระเบื้องหน้าวัวแตกเสียหายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของวัดบุญทวี ผู้ดูแลภายในถ้ำเขาหลวง กล่าวว่า เวลาประมาณ 15.00 น. วานนี้ ก่อนที่ก้อนหินจะถล่มลงมา ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้ก้อนหินที่อยู่บริเวณปากปล่องถ้ำเขาหลวง ซึ่งเป็นจุดที่แสงพระอาทิตย์สาดส่องลอดปล่องถ้ำลงมากระทบกับพื้นถ้ำเป็นลำแสงที่สวยงามนั้น เกิดการกะเทาะและตกลงมาบริเวณกลางโถงถ้ำใกล้กับพระประธานที่ทางกรมศิลปากรกำลังดำเนินการบูรณะซ่อมแซม ซึ่งปกติบริเวณดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวมายืนถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก โดยขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 คน กำลังยืนถ่ายรูป แต่วิ่งออกมาได้ทัน เบื้องต้นช่างผู้รับเหมาได้ดำเนินการกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ

นายกิตติพงษ์ เผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่หลายคนเล่าว่า ไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ แม้จะเป็นเหตุทางธรรมชาติ เพราะกระเบื้องหน้าวัวที่นำมาปูกลางโถง ปูมาแล้วกว่า 150 ปี ยังไม่เคยมีร่องรอยหินตกลงมา ตั้งแต่มีการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวงคราวนี้ มีแต่เรื่องเกิดขึ้นตลอด บางคนบอกไม่เคยพบเจอ นำคนเข้าไปบูรณะก่อนแล้วทำพิธีบวงสรวงภายหลัง ซึ่งไม่มีใครทำกัน ยิ่งตอนนี้ทางจังหวัดมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบการบูรณะ จึงมีการระงับการทำงานในส่วนของการลงรักปิดทององค์พระภายในถ้ำจนกว่าจะชี้แจงได้ และการลงรักปิดทองที่ทำไปบางส่วนถูกต้องหรือไม่ เงียบหายไปหลายสัปดาห์ ไม่มีการมาชี้แจง ทำให้กรรมการบางคนเริ่มไม่สบายใจว่า ความล่าช้าของกรมศิลปากรที่ไม่ยอมมาชี้แจงว่าผู้รับจ้างทำผิดไปจากสัญญาจ้างหรือไม่ และปล่อยให้ทำงานไปได้อย่างไรโดยไม่มีการตรวจสอบวัสดุที่จะนำมาใช้ ทำให้ราชการเสียหายเพราะความล่าช้าจากเรื่องดังกล่าวด้วย.