วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย' ยุส่ง 'บุญทรง' หากรักชีวิตต้องสู้ หรือ...จะยอมตายแทนกัน ?

"มีชัย" ชี้คดี "ยิ่งลักษณ์" ไร้อายุความ หาก ก.ม.อาญานักการเมืองฯประกาศใช้ก่อน 27 ก.ย.60 คงต้องหนีไปเรื่อยๆ ยุส่ง "บุญทรง" รักชีวิตต้องสู้ หรือจะยอมตายแทนกัน

วันที่ 28 ส.ค.60 ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงขั้นตอนอุทธรณ์คดีจำนำข้าวในศาลฎีกาฯ ว่า ต้องรอให้ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย.60 ก่อน ซึ่งศาลสามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ หลังจากนั้นถึงค่อยมาคิดเรื่องอุทธรณ์ที่ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดให้จำเลยต้องมายื่นด้วยตัวเอง แม้ร่างพ.ร.บ.ฯ ใหม่ ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่เรื่องนี้มีกำหนดในกฎหมายอาญาสำหรับการยึดทรัพย์ทั้งทางแพ่งและทางอาญา เวลายึดทรัพย์แม้เจ้าตัวไม่อยู่ก็สามารถตามไปยึดได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่พนักงานบังคับคดีหรือเจ้าหนี้ก็ต้องไปติดตามดูว่าจะไปยึดตรงไหนได้บ้าง

เมื่อถามถึง การนับอายุความหากกฎหมายอาญานักการเมืองใหม่ประกาศใช้ ก่อนศาลอ่านคำพิพากษาวันที่ 27 ก.ย.60 นายมีชัย กล่าวว่า หากกฎหมายใหม่ยังไม่บังคับใช้ แล้วมีคำพิพากษาว่า ผิด ซึ่งโทษสูงสุดอยู่ที่ 20 ปี อายุความก็จะเป็นไปตามนั้น แต่ตอบไม่ได้ว่าร่างพ.ร.บ.ฯ นั้น จะมีผลบังคับใช้ก่อนหรือไม่ ไม่อยากจะคาดเดาเพราะศาลฯ อาจจะตัดสินยกฟ้องก็ได้ ส่วนกรณีที่ศาลฯ ตัดสินว่าไม่ผิด หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาแล้วจะโดนโทษหนีคดีหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตนไม่แน่ใจ แต่หากร่างกฎหมายใหม่บังคับใช้ก่อนวันอ่านคำพิพากษา คดีก็จะไม่มีอายุความ ต้องหนีไปเรื่อยๆ เพราะตามกฎหมายใหม่ที่เตรียมประกาศใช้ ระบุว่า ไม่ให้นับอายุความของคดี

เมื่อถามถึงการอุทธรณ์คดีของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และข้อมูลจากนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาฯ ครม. เล่าถึงเบื้องหลังโครงการจำนำข้าว นายมีชัย กล่าวว่า มีคำพิพากษาไปแล้วก็เริ่มนับหนึ่งตามกระบวนการอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน ที่รัฐธรรมนูญระบุการอุทธรณ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานใหม่ ส่วนการประกันตัวผู้ต้องหานั้น เป็นดุลยพินิจของศาลฯ ที่จะพิจารณาพฤติกรรมของจำเลยว่าจะหลบหนีหรือไม่ เขาต้องระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาก็มีผู้พิพากษาที่ถูกไล่ออกเพราะให้จำเลยประกันตัวไปแล้วจำเลยก็หนี

"ถึงเวลานี้คนเราต่างก็รักชีวิต เพราะเขาเปิดโอกาสให้ต่อสู้แล้ว ก็ต้องเอาข้อเท็จจริงที่มีมาสู้ หากยังมามัวกลัวว่าพูดแล้วจะไปโดนคนนู้นคนนี้ สุดท้ายแล้วตัวเองก็ไม่ได้สู้ แต่เรื่องนี้ก็แล้วแต่คนเหมือนกัน เพราะบางคนอาจจะตายแทนกันได้ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลฯ ว่าเขาจะพิจารณาหลักฐานต่างๆ กันอย่างไร ข้อเท็จจริงอะไรบ้างที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้"