วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบก.น.8 เดินเรื่องมอบเงินเยียวยา 2 ตายายบุตรชายถูกลูกหลง ‘โดนยิง’ ตาย

“พล.ต.ต.สัมฤทธิ์” ประสานยธ.ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว 2 ตายายเคราะห์ร้าย 110,000 บาท เหตุลูกชายถูกลูกหลงคมกระสุนจากเหตุทะเลาะวิวาท ทำเสียชีวิต หนำซ้ำบ้านที่จ.สกลนคร โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหลัง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ส.ค.60 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อม ว่าที่ร้อยตรี ธนกร สถานานนท์ ผอ.สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล ร่วมมอบเงิน จำนวน 110,000 บาท ช่วยเหลือเยียวยาแก่ นายบุญทม ชายคำ อายุ 62 ปี และ นางหนูพิน ชายคำ อายุ 62 ปี สามีภรรยา ชาว จ.สกลนคร ซึ่งบุตรชายเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนลูกหลงจากเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 44 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายกลุ่มหนึ่งใช้อาวุธปืนจำนวนหลายกระบอก ยิงกราดเข้าไปในบ้านเช่าเลขที่ 96 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 44 จำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้กระสุนถูกศีรษะ นายพิษวงศ์ ชายคำ อายุ 41 ปี ลูกจ้างขับเรือเก็บสิ่งปฏิกูล ของสำนักงานเขตจอมทอง ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้าในเวลาต่อมาขณะรักษาตัว จากการสืบสวนขณะนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ 1 ราย กระทั่งทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีเจตนายิงใส่คู่อริกลุ่มอื่นซึ่งเช่าบ้านอยู่ในอาคารเดียวกันกับผู้ตาย โดยก่อนหน้านั้นทั้งผู้ก่อเหตุและกลุ่มเป้ากระสุนต่างก็มีเรื่องมีราวกันมาก่อนแล้ว ดังนั้นเท่ากับว่า นายพิษวงศ์ โดนลูกหลงทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ตนจึงประสานกับทางกระทรวงยุติธรรมให้เข้ามาเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวเพื่อให้เป็นไปตามสิทธิอันพึงจะได้รับที่ทางรัฐบาลมอบไว้ให้ประชาชน

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่จะกระตุ้นเตือนพนักงานสอบสวน ให้ทราบว่านอกจากการรับแจ้งความ เป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ตำรวจยังสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ด้วยการแจ้งสิทธิให้ทราบ จึงเป็นที่มาของโครงการแจ้ง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ให้ประชาชนทราบ โดยตนสั่งการไปให้พนักงานสอบสวนทุกโรงพัก ให้มองเห็นความสำคัญของกรณีที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อทางคดีอาญา อาทิ ถูกรถชนแล้วคนขับหลบหนี การที่ประชาชนถูกลูกหลงจากเหตุทะเลาะวิวาทแล้วบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขอให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิ์ให้ประชาชนทราบ หากเหยื่อเสียชีวิตก็ให้รีบติดต่อญาติโดยธรรม จะเป็นพ่อแม่ ลูกเมีย หรือพี่น้องก็แล้วแต่กรณีไป จากนั้นให้กรอกแบบฟอร์มยื่นให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วที่สุด

ด้าน นายบุญทม กล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้าที่ลูกชายจะถูกกระสุนปืนลูกหลงเสียชีวิตนั้นครอบครัวลำบากมาก มาตอนนี้ยิ่งลำบากเข้าไปอีก ซ้ำร้ายหลังจัดงานศพลูกชายจบไม่กี่วัน น้ำก็ทะลักท่วมบ้านที่ จ.สกลนคร เสียหายทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ กระทั่งวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ผกก.สน.บุคคโล โทรศัพท์ไปหาตนว่า ตนจะได้รับสิทธิ์รับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม ทีแรกไม่เชื่อเพราะตนไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาก่อน จึงสอบถามชาวบ้านและผู้รู้หลายๆ ส่วน ก็ทราบว่าเป็นสิทธิที่พึงได้รับจริงๆ จากทางรัฐบาล จึงพา นางหนูพิน ภรรยา เดินทางมารับมอบเงินในวันนี้โดยจะนำเงินส่วนหนึ่งไปซ่อมแซมบ้านที่ถูกน้ำท่วมและแบ่งเงินทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ลูกชายที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ธนกร เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เป็นกองบังคับการแรกที่ทำโครงการนำร่องให้พนักงานสอบสวนทุกโรงพักในสังกัด ใส่ใจในการแจ้งสิทธิให้ประชาชนทราบ ทั้งที่กฎหมาย พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ นั้นมีบังคับใช้มาได้สักระยะแล้ว แต่ประชาชนโดยเฉพาะเหยื่อและญาติของเหยื่อยังไม่เข้าใจ ไม่ทราบว่าตนเองจะเข้าถึงกฎหมายเยียวยานี้ได้อย่างไร ที่สำคัญตนมองว่าพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่ท่านแจ้งสิทธิ์ให้ประชาชนทราบพร้อมกรอกแบบฟอร์มที่ทางกระทรวงยุติธรรมมีไว้ให้โดยทำเครื่องหมายในช่องที่ระบุว่า ผู้เสียหายไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แล้วส่งไปที่กระทรวงยุติธรรม จากนั้นไม่เกิน 45 วันก็จะทราบผลทันที ในส่วนของคดีนี้ชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตถูกลูกหลงเสียชีวิต จึงได้รับการเยียวยาจากกรณีเสียชีวิต 50,000 บาท ค่าทำศพ 20,000 บาท และค่าอุปการะเลี้ยงดูบุพการี อีก 40,000 บาท รวมทั้งสิ้น 110,000 บาท.