วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าด้วยเรื่อง ‘ปู’ ลี้ภัย ใครบ้างหลีกลี้ไปแล้ว ไขขั้นตอนขออยู่ต่างแดน

หายเงียบไป 4-5 วันแล้ว สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสยามประเทศ ที่กำลังเจอมรสุมวิบากกรรมครั้งใหญ่กับโครงการคดีจำนำข้าว ซึ่งควรจะตัดสินไปแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวกลับไม่มาฟังคำพิพากษา พร้อมคำอ้าง “น้ำในหูไม่เท่ากัน” จึงกลายเป็นวลีฮิตในโลกโซเชียลมีเดียอยู่พักหนึ่ง

ต่อจาก “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ก็เป็นอีก 1 คำที่หลุดออกมา คือ “ลี้ภัย” ซึ่งอดีตนายกฯหญิง จะหลีกลี้...ได้หรือไม่นั้นคงต้องจับตาดูกันต่อไป...

และแน่นอน สำหรับรายงานพิเศษของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในวันนี้ จะว่าด้วยเรื่อง “การลี้ภัย” ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ เรื่องราวในอดีตของบุคคลทางการเมืองที่เคยลี้ภัย ซึ่งในเรื่องนี้เราได้ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด มาเป็นผู้อธิบายและทำความเข้าใจ

นายปรเมศวร์ เริ่มอธิบายว่า โดยหลักการมีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย 2494 โดยบุคคลที่จำต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองไป จากความหวาดกลัว ถูกประหัตประหาร หรือ การคุกคามต่อชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากทางเชื้อชาติ ศาสนา หรือทางการเมือง ซึ่งนี่คือหลักการกว้างๆ ของผู้ลี้ภัยที่จำต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่อีกสถานที่หนึ่ง

“สิ่งที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ คือ ภัยดังกล่าวนั้นเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตจริงๆ เช่น ภัยสงคราม ซึ่งผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่นั้นจะมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ เช่น ในซีเรีย มีผู้คนได้ลี้ภัยจำนวนมาก เพราะในประเทศมีการสู้รบกัน ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างชัดเจน โดยจะได้สถานะของ “ผู้ลี้ภัย” ส่วนจะอยู่ในประเทศใด ได้หรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศจะพิจารณาอย่างไร ส่วนภัยทางการเมืองนั้น ค่อนข้างพิสูจน์ได้ยาก”

ส่วนขั้นตอนการยื่นคำร้องนั้น สามารถทำได้หลายทาง คือ การยื่นเรื่องต่อสถานทูตของตนเอง หรือ สถานทูตในประเทศที่ต้องการลี้ภัย หรือ แม้กระทั่ง ตม. ในประเทศที่ลี้ภัยก็ได้ ซึ่งหลักฐานก็ต้องนำเหตุผลที่เป็นหลักการตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาผู้ลี้ภัยมาแสดง

กรณีไม่มาฟังคำพิพากษา ไม่ใช่ข้ออ้างการลี้ภัย

กลับมาดู กรณีท่านอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่บอกว่าอาจจะลี้ภัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวว่า กรณี คุณยิ่งลักษณ์ แตกต่างจาก คุณทักษิณ เพราะท่านอ้างว่าถูกคุกคามทางการเมือง นำคดีเล็กๆ มาเล่นงาน แต่สำหรับ คุณยิ่งลักษณ์ นั้นไม่ใช่คดีเล็กโดยมีสาเหตุดังนี้

1.คดี คุณยิ่งลักษณ์เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
2.ได้มีการต่อสู้ทางศาลจนเดินทางมาสุดสายป่านแล้ว ซึ่งกำลังจะอ่านคำพิพากษา แตกต่างจาก คุณทักษิณ ที่โทษน้อย ไม่มาฟังก็ได้ แต่สำหรับคดีของ คุณยิ่งลักษณ์ จะมาอ้างเหตุการลี้ภัยจากการไม่มาฟังคำพิพากษานั้น “ทำไม่ได้” เพราะศาลไม่ได้คุกคามเอาชีวิต เพราะมีการพิจารณาตามข้อกฎหมายที่มีอยู่

ส่วนกรณีที่อ้างว่าถูกคุกคามด้วยการส่งคนไปดูที่บ้าน ได้หรือไม่ นายปรเมศวร์ อธิบายว่า สามารถมองได้ 2 มุม คือ 1.เพื่อความปลอดภัยจากบุคคลภายนอก หรือ 2.เพื่อควบคุมตัว

“ถึงแม้ คุณยิ่งลักษณ์ จะอยู่นอกศาล หรือ ไม่ได้เข้าอยู่ในเรือนจำ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระหว่างการควบคุมตัวของศาล เพราะมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ แต่ไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพเหมือนกับคนอื่น ซึ่งการประกันตัวจากศาลนั้น ก็หมายถึงการถูกควบคุมโดยศาล” นายปรเมศวร์ อธิบาย เพื่อทำความเข้าใจ

จะอ้างได้หรือไม่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงรัฐประหาร ทีมข่าวฯ ถาม นายปรเมศวร์ ตอบว่า นี่ถือว่าเลยช่วงนั้นมานานแล้ว ซึ่งแตกต่างจากคุณทักษิณ ที่ระยะเวลาค่อนข้างใกล้ช่วงรัฐประหาร ทั้งนี้ คุณยิ่งลักษณ์ เองก็สามารถพูดอะไรก็ได้โดยที่ไม่มีใครข่มขู่หรือคุกคาม มีแต่คนที่ติดตามดู ซึ่งตรงนี้กำลังจะขึ้นสู่กระบวนการศาล ซึ่งศาล ก็ไม่ใช่นักการเมือง โดยมีการพิจารณาตามรูปคดีและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ผู้พากษาทั้ง 9 คนก็เป็นผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีเหตุโกรธเคือง หรือ ภัยคุกคามแต่ประการใด

ถ้าอ้างเรื่องอื่น กรณี เป็นเรื่องของการเมืองได้หรือไม่ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ต้องอ้างเหตุอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาล เช่น สมมติว่า อ้างถูกคำสั่งยึดทรัพย์ โดย คสช. หรือ คำสั่งอะไรก็แล้วแต่ที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามจริงๆ ที่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อความปลอดภัย

“สำหรับ การจะอ้างเรื่องคดีนี้คุณยิ่งลักษณ์ ต้องอ้างเรื่องนี้ตั้งแต่ถูกฟ้องแรกๆ แล้วท่านอ้างว่านี่คือการกลั่นแกล้ง แล้วไปตั้งแต่ตอนนั้น แบบนี้ยังมีเหตุผลให้ฟัง”

กลับกัน หากมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แล้วเอาไปประกอบเหตุอื่น เช่น การไม่ดำเนินคดีในบางเรื่อง หรือ การถูกคำสั่งพิเศษ แบบนี้อ้างว่าเป็นภัยคุกคาม ก็พอได้ แต่รัฐบาลต่างประเทศเขาจะยอมรับหรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

เปิดเคสผู้ลี้ภัยเป็นต่างประเทศ มี 2 แบบ ไปเอง กับถูกส่งไป

นอกจากนี้ รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ยังได้กล่าวถึงกรณีตัวอย่าง คนไทยที่ได้ขอลี้ภัยไปพำนักอยู่ต่างประเทศ ว่า สำหรับในประเทศเราถือว่ามีนักการเมืองที่ลี้ภัยไปต่างประเทศไม่มากนัก อย่างในยุคประชาธิปไตยเฟื่องฟู ปี พ.ศ.2475 นั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (คุณปู่อดีตผู้ว่าฯ​) ได้ถูกส่งให้ไปอยู่ที่อินโดนีเซีย ซึ่งตรงนี้คือ การลี้ภัยอีกแบบหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ส่ง ถัดมาอีก 3-4 ปี ต่อมา มีเรื่องกบฏอนุสาวรีย์หลักสี่ (กบฏบวรเดช) พระยาศรีสิทธิสงคราม ถูก จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ถูกส่งไปเวียดนาม ซึ่งตรงนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ไป ส่วนที่ชัดเจนที่สุดเลย คือ รัฐบาลไฟเขียวให้ไปเลยก็คือ “จอมพลถนอม กิตติขจร” (เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516)

ส่วนที่ไปเองนั้น เช่น คุณทักษิณ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ถูกคำสั่ง คสช. เรียกเข้า และขอลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศหลายคน อาทิ คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ไปตั้งแต่เริ่มรัฐประหาร และ คุณจอม เพชรประดับ ซึ่งกรณีคุณจอม นั้น เขาได้สัญชาติ และอยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยได้ 

ขณะที่ กรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 มีการข่มขู่ว่าจะเอาชีวิต ที่ถูกคำสั่งให้ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ สุดท้ายก็ขอลี้ภัย ซึ่งตรงนี้เขามีพยาน หลักฐานในการทำคดี เขาเอาตรงนี้ไปอ้างกับรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งเขาก็มีเหตุผลของเขา

“ส่วนใหญ่การลี้ภัยทางการเมืองนั้น มีสาเหตุมาจากความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือ อาจจะมีภัยคุกคามต่อตัวเองมากเกินไป”

มีประเทศไหนที่มีนักการเมืองไทยลี้ภัยไปอยู่เยอะ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ตรงนี้ตนไม่มีข้อมูล แต่เท่าที่ทราบอังกฤษ ก็ไปอยู่พอสมควร แต่ปัญหาการอยู่ในอังกฤษนั้น คือ เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง ออสเตรเลียก็พอมี แต่นิวซีแลนด์ ขอยากหน่อย นอกจากนี้ อย่างประเทศเพื่อนบ้านก็มี

หากคุณยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถขอลี้ภัยในประเทศต่างๆ ได้ จะมีหนทางอื่นหรือไม่ที่จะทำให้คุณยิ่งลักษณ์ อยู่ในประเทศนั้นๆ ได้ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ก็มีหลายช่องทาง เช่น การขอสิทธิไปทำงาน เช่น คนไทยไปทำงานต่างประเทศจนได้กรีนการ์ด หรือ การจะขอเป็นพลเมือง เช่น เดียวกับนายทักษิณ ที่ได้เป็นพลเมืองมอนเตเนโกร ไปแล้ว

ประเทศไหนที่เป็นประเทศที่ขอเป็นพลเมืองง่ายบ้าง นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ประเทศด้อยพัฒนา จะเป็นประเทศที่ของ่าย เพราะเขาอยากให้เราเข้าไป ส่วนประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เขาจะดูทุกอย่าง เช่น คุณมาทำไม ความรู้คุณมีไหม คุณจะอยู่กับเราได้หรือไม่

“อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้ว การลี้ภัยจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอธิปไตยของแต่ละชาติว่าจะไฟเขียวให้เข้าประเทศหรือไม่?” กล่าวทิ้งท้าย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน