วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับคาศูนย์ปฏิบัติธรรม! ป.รวบนักบุญจอมปลอมตุ๋นเงินเพื่อนสนิท สูญ10ล้าน

เครดิตภาพ:ตำรวจกองปราบ

ตำรวจกองปราบนำกำลังจับกุม สาวใหญ่วัย 57 ปี คาศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ เมืองขอนแก่น หลังร่วมกับพวกโกงเงินเพื่อนสนิทที่รู้จักกันกว่า 20 ปี เกือบ 10 ล้านบาท เผยวางตัวเป็นคนธรรมะธัมโม จนเหยื่อตายใจ ก่อนหลอกลงทุนธุรกิจทัวร์ยุโรปกำไรดี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค.60 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.นิรันด์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน สว.กก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. จับกุมนางนิตยา สำเริง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม. 12 ต.โนนท่อน อ.เมืองขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.122/2560 ลงวันที่ 28 เม.ย. 60 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติวิริยารามโนนรัง บ้านโนนรัง ต.สาวะถี อ.เมืองขอนแก่น               

สืบเนื่องจากนางนิตยา มีอาชีพเป็นหมอดูและนักจัดรายการวิทยุของสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้ร่วมกับพวกอีก 3 ราย ก่อเหตุฉ้อโกงเจ้าของหอพักในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักคบหากันมากว่า 20 ปี โดยการชักชวนให้นำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจทัวร์ยุโรป อ้างว่ามีเพื่อนทำธุรกิจประเภทนี้อยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้กำไรดีลงทุนแล้วสามารถนำมาปลดหนี้สินได้เลย ด้วยความที่เห็นว่าเคยรู้จักกันมาเป็นอย่างดี อีกทั้งนางนิตยานั้นยังเป็นคนใจบุญชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรม จึงไว้ใจนำเงินมาร่วมลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท หลังจากนำเงินมาร่วมลงทุนกับผู้ต้องหากลุ่มนี้แล้ว กลับไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้  นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบมีผู้เสียหายรายอื่นๆ หลงเชื่อถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีผู้เสียหายบางรายตั้งรางวัลนำจับผู้ต้องหาขบวนการนี้ไว้ 50,000 บาทอีกด้วย จึงได้ไปแจ่งความไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นางนิตยา ผู้ต้องหารายนี้ ได้เข้ามาปฏิบัติธรรมอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติวิริยารามโนนรัง จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังเข้าไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว               

สอบสวน นางนิตยา ให้การรับสารภาพหลอกลวงผู้เสียหายให้นำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจทัวร์จริง แต่ได้ถูกเพื่อนร่วมหุ้นอีก 2 รายโกงเงินลงทุนไป ทำให้โครงการทำธุรกิจต้องล้มพับไป ประกอบกับตนได้นำเงินของผู้เสียหายไปใช้จ่ายส่วนตัวด้วยจึงไม่สามารถนำเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหายได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าของคดีรับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.