วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดล็อก...ไทยพ้น "จำเลย IUU"

โสภณ ทองดี

ทช.เร่งเครื่องภารกิจป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย

การทำประมงผิดกฎหมาย!

ปัญหาสำคัญของประเทศไทย อันเกี่ยวเนื่องกับ “มาตรการการจัดระเบียบด้านประมง” โดยสหภาพยุโรป (Europe Union) ที่มองว่า การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ Illegal, Unreported and Unregulated (IUU) Fishing จะ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์ นั่นก็คือสัตว์น้ำ

หากไม่มีการบริหารจัดการทรัพยากร สัตว์น้ำ และควบคุมดูแลการจับสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ในมหาสมุทรแล้ว ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทรัพยากรสัตว์น้ำจะไม่หมดไป สหภาพยุโรปจึงมองว่า การทำประมง IUU เป็นการลดทอนและทำลายความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรทางทะเล จนเราอาจไม่มีเหลือให้รุ่นลูกรุ่นหลาน

สำหรับประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบ จากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2558 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป โดยกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศให้ใบเหลืองประเทศไทยเกี่ยวกับการทำประมง IUU ระบุว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย

คำเตือนดังกล่าวยังแนะนำให้ไทยเร่งปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงของไทยให้เป็นไปตามหลักสากล ว่าต้องทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบ มีจรรยาบรรณ แม้ว่าจะเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำจากน่านน้ำของประเทศไทยเองก็ตาม และหากประเทศไทยไม่ทำ ย่อมหนีไม่พ้นการโดนใบแดง ด้วยการถูกระงับนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งต่างๆ สู่กลุ่มสหภาพยุโรปทันที ซึ่งหมายถึงหายนะขั้นวิกฤติต่อระบบเศรษฐกิจของชาติ เพราะแต่ละปีไทยส่งสินค้าสัตว์น้ำเข้าสู่สหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศอื่นๆถึงปีละหนึ่งแสนล้านบาท

จากแนวโน้มวิกฤติครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมประมงของไทยในครั้งนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีคำสั่งแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยการ จัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้นมา มีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บัญชาการศูนย์ และมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทะเลประมง เข้าร่วมแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานที่จะต้องร่วมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดย น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดี ทช. มอบหมายให้ นายโสภณ ทองดี รองอธิบดี ทช. เป็น ผู้บัญชาการปฏิบัติการฯ

“ปัญหาที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยกลไกของการบังคับใช้กฎหมายอย่างครอบคลุมและเคร่งครัด เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรทางทะเลที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คงไว้เพื่อความอุดมสมบูรณ์และไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น โดยในส่วนของ ทช.ได้นำเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 23 จังหวัดชายทะเล ออกปฏิบัติการเพื่อควบคุมป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายและบุกรุกทำลายแหล่งทรัพยากรทางทะเล ไม่ให้เรือประมงเข้ามาลักลอบทำการประมง

และทำลายทรัพยากรทางทะเลที่กฎหมายกำหนด ทั้ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 และ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มีการลาดตระเวนประสานการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ต่างๆ” นายโสภณ ในฐานะผู้รับผิดชอบระบุผลจากการปฏิบัติการของ ทช.ตั้งแต่เดือน ต.ค.2559 ถึงเดือน ก.ย.2560 โดยได้ออกปฏิบัติงานทั้งสิ้นจำนวน 56 ลำ ลาดตระเวนจำนวน 109 ครั้ง ได้ตรวจสอบเรือกว่า 551 ลำ ดำเนินคดีไปแล้ว จำนวน 83 คดี ได้ผู้ต้องหา 75 คน

“ตั้งแต่เดือน ส.ค.–ต.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ที่ จ.สงขลา ชุมพร และระยอง โดยมอบหมายให้นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลที่ 1 เฝ้าระวังกลุ่ม
เรือสุ่มเสี่ยงที่ได้รับแจ้งจาก ศปมผ.เป็นพิเศษ ก่อนที่สหภาพยุโรป จะทำการประเมินไทยใหม่อีกครั้งหนึ่งว่าการทำประมงเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่” นาย โสภณกล่าว

ขณะที่ น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดี ทช. กล่าว ว่า การทำประมงผิดกฎหมาย เป็นปัญหาที่ประเทศไทยไม่
อาจเมินเฉยได้ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคและผู้ซื้อ โดยเฉพาะผู้บริโภคทางยุโรปไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในการผลิตสินค้าเหล่านั้นอย่างมาก ประเด็นปัญหาที่ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองจากนานาชาติอย่างมาก เป็นประเด็นด้านสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม มี 2 ประเด็น ได้แก่ 1.การทำประมง IUU ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 2.การใช้แรงงานและสวัสดิการของแรงงานในอุตสาหกรรมประมง โดยเฉพาะบนเรือประมงซึ่งเกี่ยวพันกับประเด็นการค้ามนุษย์ และแรงงานต่างด้าว

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” มองว่าการทำงานของ ทช.ในการเร่งเครื่องแก้ปัญหาด้วยการป้องกัน ยับยั้งและขจัดการทำประมง IUU ให้หมดสิ้นไปนั้น น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงจุดในการปลดล็อกประเทศไทยให้พ้นจากใบเหลืองของสหภาพยุโรปในกรณีการทำประมงแบบ IUU แต่สิ่งที่เราต้องขอฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เป็นสมบัติของชาติตราบรุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม