วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศรีวราห์’สั่งทุกกองบัญชาการล่าตัวยิ่งลักษณ์ 'สว.หนุ่ย' จ่อโดนเรียกสอบ

“ศรีวราห์” ไม่เชื่อ “ยิ่งลักษณ์” เผ่นหนี เหตุขึ้นศาลทุกนัด สั่งทุกกองบัญชาการปูพรมตามหาตัว-รายงานผลกลับ 1 ก.ย.นี้ พร้อมประสานตำรวจสากล 190 ประเทศรวม “ดูไบ” ร่วมมือช่วย จ่อเรียก “สารวัตรหนุ่ย” บอดี้การ์ดส่วนตัวสอบ หากยังอยู่ในราชการ ด้าน “อธิบดีดีเอสไอ” พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ส.ค.60 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจแต่ละกองบัญชาการทั่วประเทศจัดชุดสืบสวนปฏิบัติการค้นหาตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าว และให้รายงานผลการตรวจสอบกลับมาภายในวันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบตามช่องทางด่านชายแดน และให้ตำรวจพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยหลักฐานช่องทางธรรมชาติที่คาดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ใช้หลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไปแถลงต่อศาลฎีกาฯ ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ หนีจริงหรือไม่ หากหลบหนีจริง ศาลฎีกาฯ ก็จะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ทันที

นอกจากนี้ กองการต่างประเทศยังได้ประสานไปยังตำรวจสากล 190 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ดูไบ ที่มีกระแสข่าวว่านางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนีไปยังประเทศดูไบเพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องรอให้ตำรวจอินเตอร์โพลรายงานผลกลับมา รวมถึงได้ตรวจสอบไปยังผู้ช่วยทูตตำรวจไทยที่ประจำอยู่ประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าไม่พบนางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ส่วนการเพิกถอนหนังสือเดินทางเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องสอบถามข้อมูลมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนดำเนินการเพิกถอน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังระบุว่า ข้อมูลสุดท้ายที่ตำรวจพบความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ คือเวลา 14.00 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม ว่ายังอยู่ที่บ้านพัก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปเพื่อหาเบาะแส

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังยืนยันตำรวจไม่มีหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวอดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ แต่จะสามารถดำเนินการติดตามตัวได้ภายหลังศาลออกหมายจับ ซึ่งการตรวจสอบเส้นทาง social media ทั้ง facebook บัญชีชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวหลังจากศาลออกหมายจับ

ส่วนกระแสข่าวที่มีข้อมูลว่า นางสาวยิ่งลักษณ์เข้าพักที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ย่านเลียบด่วนรามอินทราคืนวันที่ 23 สิงหาคม ก่อนรุ่งเช้าวันที่ 24 สิงหาคมจะเดินทางไปยังจังหวัดตราด เพื่อข้ามไปยังเกาะช้างออกไปยังประเทศกัมพูชา พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่า เป็นเพียงข้อมูลซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีจะเรียก พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผู้ช่วยนายเวร สัญญาบัตร 4 รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ มาสอบสวนหาข้อมูลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่ทำหน้าที่อารักขาและอยู่ใกล้ชิดกับนางสาวยิ่งลักษณ์หรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า พ.ต.อ.วทัญญูยังอยู่ในราชการหรือไม่ หากยังรับราชการ ก็อาจจะเรียกมาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่เชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะหลบหนีการฟังคำพิพากษาคดี ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติการณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางมายังศาลทุกนัด จึงไม่คาดคิดว่าจะหลบหนี ขณะที่ในส่วนของตำรวจก็ให้น้ำหนักมุ่งเน้นเรื่องของการรักษาความปลอดภัยป้องกันมือที่สามในการก่อเหตุและอำนวยความสะดวกการจราจรเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล ว่า เรื่องการติดตามตัวผู้ต้องหาเป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง หากมีการประสานมาให้ดีเอสไอช่วยติดตามเส้นทางการหลบหนี ก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

“ในส่วนการดำเนินคดีฟอกเงิน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว.