วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ได้มีดีแค่ทะเล! เที่ยวใต้วาสนาสูงส่ง ไหว้ 4 พระธาตุ ชมความงามมรดกโลก

โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา... เกริ่นมาด้วยเพลงภาคใต้แบบนี้ เราคงจะไปที่ไหนไม่ได้แล้ว ช่วงเดือนก่อนเรามีโอกาสได้ลงใต้กันอีกครั้ง ก่อนหน้านี้บอกเลยว่าเราลงใต้ค่อนข้างบ่อยกับการไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคใต้ หรือการไปพักผ่อนในโรงแรมต่างๆ แต่ครั้งนี้เราลงใต้เพื่อไหว้ 4 พระธาตุ มรดกโลก ซึ่งอยู่ในโครงการ’

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย โดดเด่นในเรื่องของทะเลสวยๆ มากมาย ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ มีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย จึงจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว “จตุธรรมธาตุ” ขึ้นมา และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว โดยใช้สโลแกนว่า “กราบมหาจตุธรรมธาตุแดนใต้ ท่องเที่ยวเชื่อมโยงสี่จังหวัดเลียบอ่าวไทย อิ่มใจในทางธรรมและธรรมชาติ”

1. พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ทริปนี้เราขอเริ่มจาก จังหวัดที่โดดเด่นในเรื่องคำขวัญ “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ” กันก่อน นั่นก็คือ จ.สุราษฎร์ธานี เราได้แวะไหว้ ’พระบรมธาตุไชยา’ ซึ่งอยู่ภายในวัด วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนรักษ์นรกิจ หมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

พระบรมธาตุไชยาเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งในสามของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้เป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่าง ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้สมบูรณ์ เรียกได้ว่ายังคงมีความสวยงามน่าเลื่อมใสอีกด้วย

แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง

กุ้ยหลินเมืองไทย เขื่อนรัชชประภา, จุดชมวิวสะพานแขวนภูเขาหัวใจ, โบราณสถานถ้ำสิงขร, สวนโมกขพลาราม

2. พระบรมธาตุสวี จ.ชุมพร 

พระครูจันทปัญโญภาส เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุสวี เล่าให้เราฟังว่า พระธาตุสวีเป็นพระธาตุเก่าแก่องค์ใหญ่อายุกว่า 700 ปี ตอนแรกเป็นซากอิฐฐานเจดีย์ใหญ่ ซึ่งได้มีการรื้อซากอิฐฐานในปี 2325 ให้เป็นวัด จากวัดร้างที่ถูกลืม เจ้าอาวาสต้องการจะบูรณะ

พระบรมธาตุสวี เก่าแก่จริงแต่สังคมลืมไปแล้วในอดีต แต่จริงๆ มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาเลย เมื่อได้มีการมาบูรณะ จากสิ่งที่ไม่เคยเกิดที่นี่ก็ได้เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น จากไม่มีคนมาที่นี่เลยก็มีคนมามากมาย นอกจากนั้นยังมีการร่วมด้วยช่วยกันทุกภาคส่วนทั่วประเทศ จาก 5 ปีที่แล้วจะแตกต่างจากทุกวันนี้ และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชน มาจากทั่วประเทศเพราะการประชาสัมพันธ์และสื่อช่วยได้เยอะ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องเล่าประวัติความเป็นมาอีกด้วยว่า ประมาณปี พ.ศ. 1813 กองทัพอโยธยาโดยการนำของท้าวพิชัยเทพเรืองพวา (ท้าวอู่ทองหรือพระเจ้าไชยเสน) ได้กรีฑาทัพลงมารุกรานอาณาจักรไทย ศรีธรรมาโศกราชในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่ ๘ ซึ่งเสด็จนำทัพไปป้องกันข้าศึกทางเหนือ และได้ปะทะกันที่เมืองกำเนิดนพคุณ (อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) กองทัพทั้งสองฝ่ายต่างรบพุ่งกันเป็นสามารถและไม่สามารถเอาชนะกันได้โดยเด็ดขาด จึงทำสัญญาสงบศึกต่อกัน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชก็เสด็จนำทัพกลับ เมืองนครศรีธรรมราชขณะที่พักรี้พลอยู่ ณ วัดร้างเก่าแก่แห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอสวีในปัจจุบัน มี เจดีย์ชำรุดพังทลายเป็นที่สังเกตได้ มีกาฝูงหนึ่งมาจับกลุ่มวีปีก (กระพือปีก) อยู่ที่กองอิฐเจดีย์นั้น ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่เป็นที่รำคาญแก่ไพร่พล และแม่ทัพนายกอง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงให้ทหารไล่กาฝูงนั้น แต่กาไม่ยอมบินหนียังคงบินวนเวียนกลับมาที่กองอิฐเจดีย์นั้นและวีปีกส่งเสียงร้องสนั่น

พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเห็นเป็นการผิดปกติ และทอดพระเนตรเห็นกาเผือกในฝูงด้วย จึงให้ทหารรื้อกองอิฐเจดีย์ ปรากฏพบฐานเจดีย์ใหญ่ เมื่อขุดภายในองค์พระเจดีย์นั้นได้ พบผอบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงรับสั่งให้แม่ทัพนายกองระดมกำลังพลทหาร ทำการบูรณะเจดีย์จนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็นำเอาผอบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ตามเดิม แล้วโปรดให้จัดงานสมโภชเจดีย์ 7 วัน 7 คืน และพระราชทานนามเจดีย์นั้นว่า “พระบรมธาตุกาวีปีก” ต่อมาคำว่า “ปีก” ถูกตัดหายไปเรียกกันว่า“พระธาตุกาวี” ครั้นนานเข้าคำจึงกร่อนลงไปกลายเป็น “พระธาตุสวี” 


และก่อนที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจะเสด็จยกทัพกลับทรงห่วงใยพระบรมธาตุจะไม่มีผู้ดูแลรักษา จึงสั่งเรียกบรรดาทหารในกองทัพ ซึ่งกำลังนอนหลับสนิทในขณะนั้น มีนายทหารคนหนึ่งชื่อ “เมือง” ขานรับพระองค์จึงมีรับสั่งถามว่า ต้องการจะอยู่ดูแลรักษาพระบรมธาตุแห่งนี้ไหม นายเมืองขานรับอาสา พระองค์จึงสั่งให้นายทหารตัดศีรษะนายเมืองเซ่นสรวงบูชา ไว้ในศาลเพียงตา ศาลนี้เรียกว่า "ศาลพระเสื้อเมือง" ให้เป็นผู้เฝ้ารักษาพระบรมธาตุ ในปัจจุบัน ศาลนี้ยังมีคนทั่วไปให้ความเคารพนับถือโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน

ต่อมาในปี พศ.2459 องค์พระธาตุได้มีการบูรณะใหม่โดยใช้กระเบื้องโมเสก ปิดองค์พระเจดีย์แต่ยังคงรูปทรงเดิมและมีการสร้างกำแพงแก้วรอบองค์พระธาตุ และในปี 2556 ทางจังหวัดชุมพร, กรมศิลปากร และ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ให้ใช้ชื่อใหม่ว่า "วัดพระบรมธาตุสวี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์, จุดชมวิวเขามัทรี, ชิมกาแฟบ้านถ้ำสิงห์, ชมโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ

บอกเลยว่าทั้งอิ่มบุญ ได้กุศลชีวิตยิ่งใหญ่ และยังได้ความสนุกเพลิดเพลินจากแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สำหรับทริปครั้งนี้จาก 4 พระธาตุ เราได้ไปเยือน 2 พระธาตุ 2 จังหวัดกันก่อน อีก 2 จังหวัดที่เหลือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และพระบรมธาตุบางแก้ว ต้องรอในทริปต่อไป โดยความเชื่อโบราณควรไหว้ 4 พระธาตุจะได้คุณวาสนาสูงส่ง

**ล้อมกรอบ**

ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวชมพระธาตุ เพียงถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยว ใน 4 จังหวัดแดนจตุธรรมธาตุ (ที่ใดก็ได้) พร้อมบรรยายความรู้สึกสั้นๆ เมื่อได้มาเยือน และโพสต์บน facebook instsgram หรือบนหน้ากิจกรรม www.จตุธรรมธาตุ.com พร้อม #จตุธรรมธาตุ ก็มีสิทธิ์ ลุ้นรับรางวัลจากโครงการ ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ – 31 สิงหาคม 2560 รางวัลคือ เหรียญมหาจตุธรรมธาตุ ปลุกเสกศักดิ์สิทธิ์ ณ จตุธรรมธาตุแดนใต้ ปลุกเสกโดย พระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรวิหาร และ พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 5 รางวัล และเสื้อยืดของโครงการ จำนวน 10 รางวัล เว็บไซต์ www.จตุธรรมธาตุ.com รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุและสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด