วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช.ห่วงเสียงวิจารณ์ หนีคดี 'จำนำข้าว' ทำสังคมสับสน สั่งทุกส่วนชี้แจง

ผบ.ทบ.ห่วงวิจารณ์กรณีหนีคดีจำนำข้าวทำสังคมสับสน สั่งทุกหน่วยติดตามความคืบหน้าใกล้ชิด ชี้แจง ปชช. พร้อมหนุนการคลี่คลายคดีของตำรวจ

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.60 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจะมีการรายงานความคืบหน้าในงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องปรามสิ่งผิดกฎหมายสนับสนุนนโยบายรัฐบาล รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนแล้ว ได้มีการหารือถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสภาพอากาศของประเทศใน 1-2 เดือน ที่จะมีพายุฤดูร้อนและเกิดฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งเลขาธิการ คสช.มีความห่วงใยและได้กำชับให้ทุกส่วนเตรียมการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งดำรงการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังคงเกิดอุทกภัยอยู่ในขณะนี้

นอกจากนี้ให้หน่วยทหารช่างของกองทัพบกและหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เร่งเตรียมแผนงานเพื่อเข้าดำเนินการก่อสร้างเส้นทางในชุมชนและเส้นทางระหว่างชุมชน ตามที่รัฐบาลมอบหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ในการสัญจรและขนส่งสินค้าทางการเกษตร ทั้งนี้เลขาธิการ คสช.ได้กล่าวขอบคุณการทำงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ที่ดูแลให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยมาอย่างต่อเนื่อง ย้ำให้ระมัดระวังในเรื่องการถูกแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และให้มีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกำกับดูแลมิให้เจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าสถานการณ์โดยรวมของประเทศ มีความคืบหน้าไปตามแนวทางที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลได้ชี้แจงต่อสาธารณะมาโดยตลอด

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเหตุการณ์หลังวันที่ 25 ส.ค.ที่มีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการจำนำข้าวและมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีบางส่วนหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์และมีความเห็นหลากหลายนั้น เลขาธิการ คสช.มีความห่วงใยในข้อมูลข่าวสารที่ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ จึงขอให้ทุกส่วนงานติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมย้ำว่า คสช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้วิธีการอื่นใดนอกเหนือจากการใช้กระบวนการยุติธรรมในการคลี่คลายคดีนี้