วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช่วยชาวนาอย่างไรดี?

แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษาตัดสินคดีทุจริตการรับจำนำข้าวไปแล้วก็ตาม แต่โครงการรับจำนำข้าวอาจกลายเป็นมหากาพย์ที่มีการอภิปรายโต้เถียงกันต่อไป เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาราคาข้าวได้จริงหรือไม่? ถ้าไม่ใช้นโยบายรับจำนำข้าว รัฐบาลจะช่วยเหลือชาวนาอย่างไร เพราะชาวนายังเป็นคนกลุ่มใหญ่และมีรายได้ต่ำ

จากการติดตามความคิดเห็น ของบรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย เสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการรับจำนำข้าวของรัฐบาลก่อน เป็นการฝืนธรรมชาติ ฝืนกลไกการตลาด เพราะรัฐบาลประกาศซื้อข้าวทุกเมล็ดในราคาตันละ 15,000 บาท สูงกว่าตลาดราว 50% แค่ปีแรกก็ใช้งบหลายแสนล้านบาท และต้องขาดทุนอย่างน้อย 445,000 ล้านบาท

นายกสมาคมชาวนาคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์สื่อ บอกว่าถ้าขายข้าวได้ตันละ 10,000 บาท ชาวนาก็อยู่ได้ เพราะคุ้มทุนและได้กำไรเล็กน้อย แต่นักการเมืองที่วางโครงการประกันราคาข้าว ประกาศรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ 15,000 บาท เพื่อให้โดนใจชาวนาและเกทับข่มพรรคคู่แข่ง ซึ่งนโยบายประกันราคาข้าวในราคาที่ต่ำกว่า

เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความนิยมทางการเมืองที่ได้ผล สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐอเมริกาเคยวิจารณ์ว่า ไม่ต่างจากแจกเงินให้ชาวนา เพื่อแลกกับคะแนนเสียง นักวิชาการบางคนเชื่อว่าผู้กำหนดนโยบาย อาจมุ่งหวังที่จะผลักดันราคาข้าวในตลาดโลก ให้สูงขึ้นแต่ล้มเหลว เพราะไทยแม้จะเป็น ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ไม่ใช่ผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก

ยิ่งกว่านั้น ยังมีเสียงเตือนจากหลายฝ่าย ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เตือนให้ระวังการทุจริตในการรับจำนำข้าว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกโรงสีเข้าโครงการ การรับจำนำหลอกๆที่เรียกว่าข้าวลม การสวมสิทธิรับจำนำข้าวที่ลักลอบขนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จนถึงขั้นตอนการขายข้าว ชัดเจนที่สุดคือคดีทุจริตที่ศาลเพิ่งตัดสิน

มาตรการในการรักษาระดับ ราคาข้าวอย่างหนึ่งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการ คือการประกันราคาข้าว ที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าการรับจำนำหลายเท่า แต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวนาในจำนวนที่มากกว่า เพราะรัฐบาลไม่ต้องทุ่มเงินซื้อข้าวมาเก็บ ไม่ต้องเสียค่าสีข้าว และค่าเช่าโกดังเก็บข้าว ไม่เสี่ยงข้าวเน่า แต่มีช่องโหว่ถ้าชาวนาไม่สุจริต

ชาวนาเคยเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เป็นสันหลังของชาติ แม้ในปัจจุบัน จำนวนชาวนาจะลดลงตามลำดับ เหลือไม่ถึง 20 ล้านคน แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่มั่นคง รัฐบาลจึงต้องช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรการต่างๆ มาตรการอย่างหนึ่งซึ่งอาจแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คือลดพื้นที่ปลูกข้าว ลดชาวนา แต่เพิ่มการศึกษาลูกหลานชาวนาให้ทัดเทียมกลุ่มอื่นๆ.