วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง หลายจังหวัดเร่ิมท่วมนาข้าว ชาวนาได้รับผลกระทบ

น้ำเจ้าพระยาเริ่มหนุนสูง ทำให้หลายจังหวัดในเส้นทางผ่าน เริ่มล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ต่ำ ทั้ง นครสวรรค์ อ่างทอง ชัยนาท อยุธยา ชาวนาเร่ิมได้รับผลกระทบ ท่วมนาข้าวที่ออกรวงจมน้ำเน่าเสียหาย ไร้ทางแก้ไข บางรายเร่งเสริมคันนา พร้อมเร่งสูบน้ำออกเพื่อทำการเก็บเกี่ยว ขณะที่ ผอ.ชป.12 แย้งข่าวสถานการณ์น้ำอยุธยา ยัน 15 ก.ย. เก็บเกี่ยวข้าวได้ตามแผนกรมชล ไม่มีพื้นที่ใดเสียหาย...



เมื่อวันที่ 28 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มเดือดร้อนจากน้ำท่วม หลังพื้นที่ต่ำถูกน้ำเอ่อล้นพื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมาก สวนกล้วยไข่ของชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ต้องยืนต้นตายหลายสิบไร่หลังถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังมานานนับสัปดาห์ จากการเปิดเผยของ นางสุทิน ศรีมุก ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า น้ำเจ้าพระยาเริ่มมีระดับสูงขึ้นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดเข้าท่วมพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านบริเวณที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง เบื้องต้น สวนกล้วยไข่หลายสิบไร่ของเกษตรกรกว่า 20 ราย ต้องจมน้ำเสียหายทั้งหมด เนื่องจากยืนต้นตายจากน้ำท่วมขัง และกล้วยไข่ยังไม่ได้กำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้องประสบกับการขาดทุนรายละหลายหมื่นบาท ซึ่งนอกเหนือจากสวนกล้วยดังกล่าวแล้ว ยังมีพืชชนิดอื่นๆ ที่เกษตรกรปลูกไว้ขาย เช่น พริก มะเขือ ก็ถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน ในขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะเพิ่มระดับสูงอีกนานนับเดือนเนื่องจากยังอยู่ในช่วงของฤดูฝน


ขณะที่ ชาวนาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่นาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวทำให้ผลผลิตเสียหาย จำต้องเร่งป้องกันโดยการเสริมคันนาให้สูงขึ้น พร้อมเร่งสูบน้ำออกเพื่อทำการเก็บเกี่ยว และมีชาวนาอีกหลายรายจำต้องปล่อยให้ต้นข้าวที่กำลังออกรวง จมน้ำตายไปต่อหน้า ไร้ทางแก้ไขเนื่องจากไร้เงินทุน และพื้นที่นาอยู่ในที่ลุ่มต่ำ จำใจยอมรับสภาพความเสียหาย


ด้าน นายทรงยศ มะกรูดทอง สมาชิกสภาเกษตรอำเภอไชโย กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นคลอง ไหลเข้าท่วมนาข้าว เกษตรกรที่มีเงินทุนก็จำต้องเสริมคันนาให้สูงขึ้น และบางรายไม่อยากเสี่ยงหวั่นสู้ไปแล้วเสียหายภายหลังทำให้เป็นหนี้สินเพิ่ม จำต้องปล่อยให้ข้าวที่กำลังออกรวมจมน้ำเสียหายไปต่อหน้า แล้วรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในการลงทุนทำนาครั้งต่อไป 


ล่าสุด แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีชลมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ระดับ 7.12 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระดับน้ำในแม่น้ำน้อย อยู่ที่ 4.79 เมตร โดยมีผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 3 อำเภอ บริเวณตำบลบางจัก อำเภอวิเศษชัยชาญ จำนวน 103 หลังคาเรือน และตำบลบางเสร็จ 1 ครัวเรือน ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จำนวน 224 หลังคาเรือน ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมืองอ่างทอง จำนวน 28 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบน้ำฝนท่วมขังและน้ำในคลองเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเสียหาย 4 อำเภอ 9,237 ไร่ เกษตรกร 1,105 ราย อำเภอเมืองอ่างทอง 920 ไร่ อำเภอวิเศษชัยชาญ 7,491 ไร่ อำเภอโพธิ์ทอง 238 ไร่ และอำเภอไชโย 588 ไร่

ด้าน จ.ชัยนาท นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ออกมาขอแก้ไขถึงสถานการณ์น้ำ ที่ได้ลงข่าวไปหลังจากได้พูดคุยกับทาง นายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา จึงพบว่า ข้อมูลที่ทางนักข่าวนำเสนอไปนั้นเป็นข้อมูลเก่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ช่วงที่ฝนตกหนักๆ มวลน้ำก้อนใหญ่มาจากทางภาคเหนือก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจากสถานการณ์ฝนจากอิทธิพลของพายุ "ปาข่า" ทำให้มีฝนในบริเวณภาคเหนือจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเก็บในเขื่อนหลัก อีกส่วนหนึ่งเริ่มไหลหลากลงสู่เจ้าพระยา ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกได้จำนวนประมาณ 6.5 ล้านไร่ เริ่มทำการเก็บเกี่ยวแล้วในพื้นที่ลุ่มต่ำ จำนวน 1.15 ล้านไร่ เกี่ยวแล้วประมาณ 500,000 ไร่ ไม่มีพื้นที่ใดถูกน้ำท่วมเสียหายแต่อย่างใด และคาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จภายใน 15 ก.ย. 60 ก่อนใช้เป็นแก้มลิงเก็บน้ำได้ถึงประมาณ 1,600 ล้าน ลบ.ม.


สำหรับการระบายน้ำวันนี้ น้ำหลากมาที่สถานี c2 จ.นครสวรรค์ จำนวน 1,867 ลบ.ม./วินาที รับเข้าฝั่งซ้าย-ขวาประมาณ 400 ลบ.ม/วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 15.91 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.60 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นการระบายน้ำตามแผนของกรมชลประทาน


นายชัยชนะ บัวอ่อน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุฎี อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมายังสำนักชลประทานที่ 12 เพื่อขอให้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำไม่เกิน 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือลดระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงไปอีกประมาณ 30 เซนติเมตร จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 60 เพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จ โดยทาง ชป.12 ไม่สามารถทำได้ ตอนนี้ทำตามแผนของกรมชลประทาน เนื่องจากเริ่มมีความขัดแย้งของประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำกับในคันกั้นน้ำจนถึงวันที่ 15 ก.ย. แต่ก็จะช่วยรักษาสภาพให้ที่ลุ่มต่ำเกี่ยวข้าวได้ภายใน 15 ก.ย.ตามสัญญา และจะช่วยประสานผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยด้วย เพราะน้ำท่วมสูงเร็วกว่าทุกปี และมีระยะเวลายาวนานกว่าปกติ หากมีเหตุสุดวิสัยหรือฝนตกหนักที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จนชาวบ้านเดือดร้อนก็สามารถแจ้งมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง.