วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิทธิพื้นฐานพลเมือง

สหรัฐฯ ยังมีปัญหาเรื่องผิวและเผ่าพันธุ์ ทำให้มีผู้อ่านไลน์เข้ามาถามถึงสิทธิพื้นฐานของพลเมืองและกฎหมายชนผิวดำในไลน์ไอดี @ntp5 ซึ่งประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจะมีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมืองอยู่ในรัฐธรรมนูญตนเอง

บทบัญญัติที่ว่ามีการกำหนดไว้เป็นข้อเลยครับ ว่ามีเนื้อหาอะไรบ้าง เช่น สิทธิในทรัพย์สินของประชาชน สิทธิที่จะมีทนายในการแก้ข้อกล่าวหาในศาล นอกจากนั้น ยังมีการกำหนดการปกป้องสิทธิพื้นฐานของพลเมืองเพื่อไม่ให้รัฐบาลแทรกแซง

ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญสหรัฐฯครั้งแรก ไม่มีเขียนถึงสิทธิพื้นฐานของพลเมือง แต่เมื่อร่างเสร็จแล้วและส่งไปให้ 13 รัฐ ให้สัตยาบัน รัฐพวกนั้นทักท้วงว่า ทำไมในรัฐธรรมนูญไม่มีบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมือง คณะกรรมการร่างได้ขอผู้แทนทั้ง 13 รัฐว่า ขอพวกท่านให้สัตยาบันแก่รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐฯเสียก่อน แล้วเราจึงค่อยมาเพิ่มเติมบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมืองเข้าไปในบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทีหลัง

รัฐสภาสหรัฐฯเปิดประชุมครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1789 เจมส์ แมดิสัน ก็เสนอบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมือง และบทบัญญัตินี้ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯเมื่อ ค.ศ.1791 มีทั้งหมด 10 ข้อ และเป็น 10 ข้อที่นานาอารยสากล มักจะนำมาไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศตัวเอง

ผมขอยกตัวอย่างบางมาตราของบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานพลเมืองครับ อย่างมาตรา 1 บอกว่า รัฐสภาจะไม่ต้องออกกฎหมายเกี่ยวกับการสถาปนาศาสนา ต้องไม่มีกฎหมายห้ามการปฏิบัติตามพิธีกรรมทางศาสนาโดยเสรี ห้ามออกกฎหมายลิดรอนเสรีภาพในการพูดหรือการพิมพ์โฆษณาหรือสิทธิของประชาชนที่จะเข้าร่วมชุมนุมกันอย่างสงบและที่จะยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่อรัฐบาล

มาตรา 3 บอกว่า ยามสงบ ทหารจะเข้าไปอาศัยอยู่ในเคหสถานใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของไม่ได้ แม้ในยามสงครามก็ไม่ได้เช่นกัน เว้นแต่จะเป็นไปตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา 4 ประชาชนมีสิทธิในร่างกาย เคหสถาน เอกสาร และทรัพย์สิน ซึ่งจะถูกค้น หรือจับกุม หรือยึดครอง โดยไม่มีสาเหตุอันควรไม่ได้ สิทธิดังกล่าวจะละเมิดและจะออกกฎหมายเพื่อกระทำการดังกล่าวก็ไม่ได้ เว้นแต่ว่ามีเหตุอันควรเชื่อถือซึ่งได้รับการยืนยันด้วยคำสาบานหรือคำปฏิญาณ แต่ก็ต้องระบุสถานที่ที่จะค้น หรือบุคคลที่จะจับกุม หรือสิ่งที่จะยึดไว้ในหมายนั้น

มาตรา 5 บุคคลใดจะถูกพิจารณาในคดีที่มีโทษถึงประหารชีวิต หรือในคดีอาญาที่ร้ายแรงไม่ได้ นอกเสียจากคณะลูกขุนใหญ่จะได้แจ้งหรือชี้ขาดเป็นลายลักษณ์อักษรให้พิจารณาคดีนั้น...บุคคลใดจะถูกพิพากษา หรือลงโทษในความผิดเดียวกันซ้ำกันอีกไม่ได้ หรือจะถูกบังคับให้ให้การที่เป็นภัยแก่ตนเองในคดีอาญาใดๆ ไม่ได้ หรือจะถูกจำกัดสิทธิในชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน โดยไม่ต้องด้วยกระบวนความแห่งกฎหมายไม่ได้ และทรัพย์สินของบุคคลใดจะถูกนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่มีค่าตอบแทนอันชอบธรรมไม่ได้

มาตรา 6 ในการดำเนินคดีอาญาทั้งปวง ให้จำเลยทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วและเปิดเผย โดยคณะลูกขุนที่ไม่มีอคติของรัฐและมาจากเขตที่ความผิดทางอาญานั้นได้เกิดขึ้น...มาตรา 8 จะกำหนดค่าประกันตัวหรือค่าปรับเกินควรไม่ได้และการลงโทษที่โหดร้ายทารุณ หรือผิดปกติวิสัย จะกระทำมิได้

มาตรา 9 บรรดาสิทธิที่ได้จำแนกไว้ในรัฐธรรมนูญจะตีความให้เป็นการปฏิเสธ หรือลิดรอนสิทธิของผู้อื่นไม่ได้ มาตรา 10 อำนาจที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติมอบหมายให้เป็นของสหรัฐฯ หรือที่มิได้ห้ามรัฐไม่ให้มีนั้น ให้สงวนไว้แก่รัฐต่างๆ หรือแก่ประชาชน

ปัญหาเรื่องแบ่งแยกเชื้อชาติ แบ่งแยกสีผิวและเผ่าพันธุ์ ที่ยังมีเกิดขึ้นในสหรัฐฯทุกวันนี้นั้น ผมว่าบางส่วนอาจจะมีพื้นฐานมาจาก Black Codes หรือกฎหมายชนผิวดำ เปิดฟ้าส่องโลกเคยเขียนถึงสงครามกลางเมืองอเมริกันที่บางคนเรียกสงครามเลิกทาส พอสงครามนี้สงบจบลง โดยพวกรัฐทางใต้เป็นฝ่ายแพ้ พวกรัฐทางใต้ซึ่งทำการเกษตรและมีความจำเป็นต้องมีแรงงานชนผิวดำราคาถูกมาทำงาน ก็เร่งออกกฎหมายป้องกันตัวเองกันขนานใหญ่

กฎหมายอยุติธรรมในอดีต แต่ยังมามีฤทธิ์สร้างความแตกแยกให้สังคมอเมริกันในปัจจุบันนี้ มีเนื้อหาอย่างไร พรุ่งนี้ขอกลับมารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com