วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร.10 ทรงให้จัดตั้งจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พสกนิกร-ปีติ พระรูป 'องค์ที'

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” เป็นการสานต่อพระราชดำริของโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” รวมพลังความรักและพลังน้ำใจของปวงชนชาวไทย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมกันนี้ พระราชทานพระรูปพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประกอบเอ็มวีเพลง “พ่อ” เพื่อเป็นกำลังใจแก่จิตอาสาฯ

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ได้ทรงเล็งเห็นและทรงรับรู้จากพระราชหฤทัยของพระองค์ถึงพลังแห่งคุณค่าของความรัก ความศรัทธาเทิดทูน และความจงรักภักดี ที่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระองค์ท่าน ซึ่งทรงประจักษ์ความต่อสายพระเนตรพระกรรณมาโดยตลอด ถึงพลังน้ำใจ พลังความรัก อันประเสริฐสุดของท่านทั้งหลายนับตั้งแต่วันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตตราบจนทุกวันนี้และเพื่อทรงสนองตอบต่อความรัก และน้ำใจอันประเสริฐสุดของท่านทั้งหลาย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมถวายความอาลัยรัก น้อมส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในห้วงเดือนตุลาคม ศกนี้ และเพื่อเป็นการสานต่อพระราชดำริของโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นโครงการทำความดีร่วมกับสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของท่านทั้งหลายอยู่แล้วนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย

สำหรับ “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสมัคร ระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2560 เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ใน กรุงเทพมหานคร สมัครที่อาคารรับรองสนามเสือป่า ปฏิบัติหน้าที่ ณ พระลานพระราชวังดุสิตและพื้นที่ใกล้เคียง และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ปฏิบัติหน้าที่ในเขตนั้นๆ ต่างจังหวัดสมัครที่ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศและในต่างประเทศ สมัครที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล

วันเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระรูปพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประกอบเอ็มวีเพลง “พ่อ” ซึ่งขับร้องโดย นายไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว เพื่อเป็นกำลังใจแก่จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” โดยภาพประกอบในเอ็มวีนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ ฉลองพระองค์เสื้อโปโลสีดำ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ และทรงใส่ผ้าพันคอสีเหลืองหมวกแก๊ปสีฟ้าพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ พร้อมข้อความที่ทรงให้กำลังใจจิตอาสาทุกคนว่า “สู้ๆครับผม”

ในพระรูปประกอบเอ็มวีนั้น เป็นพระรูปของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ที่ทรงปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาต่างๆด้วยพระองค์เอง อาทิ ทรงดูดฝุ่น ทรงเก็บขยะ และทรงเช็ดถูกระจกด้วยพระองค์เอง โดยมีข้อความใต้พระรูปที่ว่า “ของทูลกระหม่อมพ่อ เพื่อถวายทูลกระหม่อมปู่” อันเป็นการสื่อความหมายว่า กิจกรรมจิตอาสาเราทำดีด้วยหัวใจนี้เป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปรารถนาให้คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี รวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 27 ส.ค. มีประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องและเนืองแน่นกว่าเดิม ส่งผลให้ท้ายแถวการรอคิวบางช่วงไปอยู่ที่บริเวณแม่พระธรณีบีบมวยผม ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ซึ่งปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 01.10 น. ของวันที่ 27 ส.ค.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 49,636 คน รวม 297 วัน มี 9,787,805 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 731,582,105.76 บาท

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรว่าอยู่ระหว่างประดับผ้าทองย่นพระเมรุมาศและอาคารต่างๆ โดยลายและสีของผ้าทองย่นที่นำมาประดับพระเมรุมาศถือเป็นลายและสีชั้นสูง ได้แก่ สีเขียวน้ำเงิน ฟ้าแซมชมพู โดยการประดับตกแต่งต่างๆ กำหนดเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้

ด้านนายธีรชาติ วีรยุทธานนท์ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวถึงการให้สีของพระเมรุมาศในครั้งนี้ เป็นไปตามโบราณราชประเพณี สอดคล้องกับแนวคิดของการก่อสร้างให้พระเมรุมาศที่มีสีทองเป็นสีหลักตามความหมายของมาศ ที่แปลว่าทอง แบ่งเป็นสีพื้นตัวอาคารและสีลวดลายผ้าทองย่น โดยสีของอาคารพระเมรุมาศใช้สีทองเป็นหลักร้อยละ 70 และมีสีเทาเป็นสีคู่เคียงตามสีในสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างในรัชกาลที่ 9 แต่ภาพรวมของอาคารทั้งหมด ยังคงความเป็นสีทองและมีสีที่ช่วยเสริมขับสีทองของพระเมรุมาศให้โดดเด่นขึ้น ด้วยลวดลายประดับผ้าทองย่นของชั้นฐานชาลาทั้ง 3 ชั้น และลายหน้าเสาพระเมรุมาศ ออกแบบโดยสำนักช่างสิบหมู่ สำหรับสีหลักที่ใช้ในการออกแบบลายศิลปกรรมผ้าทองย่น จะเน้นสีทองเป็นหลักและใส่แววประกอบของลวดลายเป็นสีแดง สีน้ำเงิน สีเงิน สีชมพู และสีเขียว

นายธีรชาติกล่าวอีกว่า สำหรับสีของพระ เมรุมาศแบ่งเป็นส่วนเครื่องยอด ประกอบด้วยบุษบกประธาน บุษบกหอเปลื้องและบุษบกซ่าง ใช้งานพ่นสีแทนการใช้ผ้าทองย่น ฉาบแววทั้งหมด ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะหากประดับผ้าทองย่น จะเกิดความเสียหายจากแดดและฝน สำหรับกระเบื้องหลังคาเป็นสีเทาขลิบสีทอง จากนั้นเป็นส่วนชั้นเชิงกลอนจะใช้ลวดลายผ้าทองย่นแววสีเงินเข้ามาประดับ รวมถึงบุษบกหอเปลื้องและบุษบกซ่าง แต่ต่างกันตรงที่บริเวณภายในซุ้มบันแถลงของบุษบกประธาน จะประดับกระจกสีขาวรูปสามเหลี่ยม เพื่อให้ตัวบุษบกประธานโดดเด่นสง่างาม จากนั้นเป็นลายประกอบหน้าเสาพระเมรุมาศประดับลวดลายผ้าทองย่นบนพื้นสีครีมงาช้าง ส่วนการให้สีพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตรและอาคารประกอบอื่นๆ จะเป็นสีโทนเดียวกันคือ สีเทาทอง ทั้งนี้ งานประดับลวดลายผ้าทองย่นจะแล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่จะมีพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร