วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรรคแตก หรือ หัวใหม่? ผ่าปมร้อน ‘ปู’ เผ่น พท.ระส่ำ ใครจะถือธงผู้นำ

ต้องยอมรับว่า วันศุกร์ (25 สิงหาคม 2560) คือจุดพลิกของประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก เบี้ยวนัด ไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ส่งผลให้ศาลฎีกาฯ ต้องออกหมายจับ และมีข่าวลือต่างๆ นานา ว่าหลบหนีด้วยเส้นทางธรรมชาติ หรือมีเครื่องบินมารับ หรือแม้กระทั่งพี่ชายที่แสนดีอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” มารับถึงสิงคโปร์

เรื่องไหนจริง หรือ เรื่องไหนเท็จ ก็ยากที่จะตอบ...

อย่างไรก็ดี เมื่อควันเริ่มจาง คนที่อยู่ก็คงต้องหันมองตัวเองว่าจะ “เอาไงต่อ” โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะถึงแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ใช่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ก็เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนในพรรคและมวลชน ด้วยเหตุนี้ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงสอบถามไปยังนักวิเคราะห์การเมืองอย่าง อ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง และ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)

อ.สุขุม กล่าวว่า หากจะให้วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ ก็ยังวิเคราะห์ได้ยาก เนื่องจากยังไม่เห็นตัวคุณยิ่งลักษณ์ปรากฏตัว ดังนั้นเราจึงไม่ทราบจุดยืนของเขาว่าจะเอาอย่างไรต่อ

กรณีคุณยิ่งลักษณ์หลบหนี มีผลดี หรือ เสียต่อรัฐบาลอย่างไร อ.สุขุม กล่าวว่า ผลเสีย คือ คำถามที่เกิดขึ้นว่า “รู้กันหรือไม่..” เพราะก่อนหน้านั้นคุณยิ่งลักษณ์ต้องอยู่ในสายตารัฐบาลทุกวินาที แต่เมื่อมีการหลบหนีไปได้ เป็นเรื่องการสมยอมกันหรือไม่ หากคุณยิ่งลักษณ์เงียบไปหลายๆ วัน ก็จะมีคำถามขึ้นมาอีกว่า “ไปไหน..” หรือ “รัฐบาลทำอะไรหรือเปล่า” อย่างไรก็ตาม ทราบว่าทางครอบครัวเองก็ไม่ได้มีการโพสต์ในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะมองว่านี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนเกม จากเกมที่ตัวเองเป็นฝ่ายรับตลอด เป็นเรื่องนี้ที่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตอบว่า คุณยิ่งลักษณ์หายไปได้อย่างไร ซึ่งถึงแม้รัฐบาลจะตอบแล้ว แต่คำตอบง่ายๆ แบบนั้นมันไม่ได้

ขณะที่ พล.ท.นันทเดช มองว่า ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีจริงหรือไม่ ไปต่างประเทศจริงหรือไม่ สถานการณ์แบบนี้เป็นภาวะที่ลำบากของรัฐบาล เพราะประชาชนเองก็ต้องการคำตอบ ว่าไปได้อย่างไร มีใครช่วยหรือเปล่า ซึ่งนี่คือข้อเสียที่รัฐบาลจะต้องเผชิญ ส่วนข้อดี ตรงที่ว่า รัฐบาลไม่ต้องเผชิญหน้ากับม็อบมากขึ้น หากคุณยิ่งลักษณ์ถูกพิพากษาว่าผิดจริง

“หากคุณยิ่งลักษณ์หนีจริง ส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลไม่น่าจะได้ตัวคุณยิ่งลักษณ์ เพราะแค่เป็นคนธรรมดายังหนีไปได้ แต่ระดับคุณยิ่งลักษณ์หนี เชื่อว่าไม่สามารถตามจับได้ และส่วนตัวยังเชื่อว่าไม่ได้หลบหนีเส้นทางธรรมชาติด้วย เพราะเส้นทางธรรมชาตินั้นเป็นอะไรที่ยากลำบาก ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะนั่งเครื่องบินออกไปมากกว่า” พล.ท.นันทเดช กล่าว 

นอกจากนี้ พล.ท.นันทเดช ยังวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้ว่า เชื่อว่าในช่วง 3 เดือนนี้เหตุการณ์ทางการเมืองจะไม่มีอะไรรุนแรง เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้พระราชพิธีของในหลวง ร.9 ส่วนเรื่องปรองดอง รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะไม่นำเรื่องเก่ามาพูด ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะเขาจะพูดแต่เรื่องใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ เพราะกรณีคุณยิ่งลักษณ์นั้นเป็นคดีทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งกันได้


ถามว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร อ.สุขุม กล่าวว่า ถ้าเขาออกไปแล้ว ยังสนับสนุนพรรคอยู่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คนในพรรคก็ยังอยู่รวมกันได้ แต่ถ้าทิ้งพรรคไปเลย ก็อาจจะแตกกันเป็นกลุ่มๆ และอาจจะเหลือน้อยลงไปกว่าเดิม เพราะคนที่อยู่ด้วยกันมา

ถามว่า เพื่อไทยควรทำอะไร ณ ตอนนี้ อ.สุขุม กล่าว่า ตอนนี้เขาก็คงกำลังงง และทำอะไรไม่ถูก เพราะความเป็นเพื่อไทย ยังขายได้ แต่หากไม่มีคุณยิ่งลักษณ์ ก็จะขาดผู้นำ ก่อนที่จะถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณยิ่งลักษณ์ ยังเป็นวีรสตรี ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ พอถึงวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา หากคุณยิ่งลักษณ์มาถูกจับขัง คะแนนของคุณยิ่งลักษณ์ก็อาจจะเพิ่มขึ้นอีก แต่ถึงตอนนี้ ก็กลายเป็นนักการเมืองธรรมดา แม้จะมีเสียงเชียร์ว่า “ก็หนีไปเถอะ เพราะถูกรังแก” แต่มันจะไม่จับใจ ถ้าหากคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาสู้

ใครที่เหมาะสมที่จะมาเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ อ.สุขุม ตอบว่า อยู่ที่จุดยืนของพรรคเพื่อไทย ว่าลงเลือกตั้งคราวหน้าจะลงเพื่ออะไร จะต่อสู้เพื่อเผด็จการอย่างที่เขาเคยทำมา หัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นคนแบบหนึ่ง แต่ถ้ามาต่อสู้เพื่อมีโอกาสเป็นรัฐบาล ก็น่าจะได้ผู้นำอีกแบบหนึ่ง

“ต้องยอมรับว่าคนที่มาเล่นการเมืองจำนวนมากนั้นก็หวังที่จะมีอำนาจ ฉะนั้นจะให้พูดว่าใครเหมาะ วันนี้คงไม่ได้ เพราะการเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือ ตระกูลชินวัตร ยังรักษาพรรคเขาอยู่ไหม แต่คิดว่าก็จะไม่ได้เหมือนกับตอนที่คุณยิ่งลักษณ์มีภาพลักษณ์เป็นนักสู้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคุณทักษิณ ว่าจะตัดสินใจกับอนาคตของพรรคเพื่อไทยอย่างไรต่อไป” อ.สุขุม กล่าว 

ด้าน พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า “ส่วนตัวผมว่าในทางการเมือง ก็ยังมีการต่อสู้กันต่อ ส่วนตัวแทนทางการเมืองยังมองไม่เห็น ส่วนถามว่าคุณหญิงหน่อย (คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) มีโอกาสหรือไม่ ก็คิดว่ามีภาษีดีที่สุด"