วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.เตรียมชี้มูลความผิดทุจริตขายข้าวจีทูจีลอต 2 อีก 8 สัญญา

ป.ป.ช.เตรียมชี้มูลความผิดทุจริตขายข้าวจีทูจีลอต 2 อีก 8 สัญญา รวม 14 ล้านตัน และทุจริตมันจีทูจีอีก 7 สัญญา 4.7 ล้านตัน ภายในปีนี้ คาดน่าจะเป็นบุคคลกลุ่มเดิม แต่อาจเพิ่มอดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และเอกชนบางส่วน ขณะที่ อดีตปลัดพาณิชย์-ขรก.กรมการค้าภายใน อาจโดน ม.157 ละเว้นไม่ตรวจสอบบริษัทจีนเป็นรัฐวิสาหกิจจริงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว กรณีการทุจริตการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลอตที่ 2 อีก 8 สัญญา ปริมาณ 14 ล้านตัน ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ขายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลให้กับรัฐวิสาหกิจของจีน แต่ไม่ใช่บริษัทที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลกลางของจีนให้ทำสัญญาซื้อขายกับไทย

ทั้งนี้ หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาและตัดสินจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 28 ราย ซึ่งมีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตข้าวจีทูจีลอตแรกรวม 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน ไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน กรณีการทุจริตขายมันสำปะหลังแบบจีทูจีของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมาอีกเช่นกัน ซึ่งพบว่า มีการทุจริตเหมือนกับการขายข้าวจีทูจี โดยได้ทำสัญญาซื้อขายมันจำนวน 7 สัญญา ปริมาณ 4.79 ล้านตัน โดยบริษัทจากจีนไม่ใช่บริษัทที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลกลางอีกเช่นกัน และหากมีการชี้มูลความผิดจริง บุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นคนกลุ่มเดียวกับการขายข้าวจีทูจี และน่าจะมีข้าราชการและภาคเอกชนรายใหม่เพิ่มเข้ามาอีก คาดว่าทั้ง 2 กรณี ป.ป.ช.น่าจะชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ภายในปีนี้

สำหรับการตรวจสอบการขายข้าวจีทูจีลอต 2 นั้น นอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลเดิม ที่ถูกศาลฎีกาฯ ได้ตัดสินจำคุกไปแล้ว คาดว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีก เช่น อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่รับตำแหน่งต่อจาก นายมนัส สร้อยพลอย ที่ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกไปแล้ว

นอกจากนี้ อาจมีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์รายใหม่อีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบความเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน เช่น อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการกรมการค้าภายใน เป็นต้น โดยคนกลุ่มนี้อาจมีความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้น หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะไม่ได้ตรวจสอบความเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด น่าจะมีความผิดตามข้อกล่าวหาเดียวกับการชี้มูลทุจริตข้าวจีทูจีลอตแรก คือ ผิดประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งจะเสนอความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา โดยกรณีข้าราชการ จะพิจารณาลงโทษทางวินัย และจะเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการพิจาณาความรับผิดทางแพ่ง เพื่อพิจารณาเรียกค่าเสียหายต่อไป

สำหรับการขายข้าวจีทูจีลอต 2 ที่ได้มีการตรวจสอบพบว่าไม่มีจริง เช่น การขายให้กับบริษัท ไฮกู เหลียงเหมา ซีเรียล แอนด์ ออยล์ เทรดดิ้ง จำกัด ปริมาณ 3 ล้านตัน, บริษัท ไฮกู เหลียงหยุ่นไหล่ ซีเรียล แอนด์ ออยล์ เทรดดิ้ง จำกัด ปริมาณ 2 ล้านตัน, บริษัท ไฮหนาน โพรวินซ์ แลนด์ รีเคลเมชั่น อินดัสเทรียล ดิเวล็อปเม้นท์ ปริมาณ 4 ล้านตัน และบริษัท ไห่หนาน แลนด์ รีเคลเมชั่น คอมเมอร์ส แอนด์ เทรด กรุ๊ป จำกัด ปริมาณ 5 ล้านตัน

โดยบริษัทเหล่านี้ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้ทำสัญญาซื้อขายกับไทย แต่เป็นการแอบอ้างการขายจีทูจี เพื่อขายข้าวให้กับภาคเอกชนของไทยที่อยู่ในกระบวนการ และไม่ได้ส่งออกข้าวไปจีนจริง.