วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' เหน็บอย่าปิดปากเงียบ จี้แจงสังคม ปมเส้นทาง 'ปู' หนี

"นิพิฏฐ์" โพสต์ถาม "กล้องวงจรปิดกับเส้นทางหนี "ยิ่งลักษณ์" เหน็บพร้อมใจกันเงียบ จี้ผู้รับผิดชอบแจงสังคม

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ "กล้องวงจรปิด กับ เส้นทางหลบหนีของคุณยิ่งลักษณ์" ว่า ปกติเวลามีคดีอาญา สิ่งแรกๆ ที่ตำรวจต้องทำคือ ดูกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหน แต่กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตนไม่เห็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขมีขมันตรวจกล้องวงจรปิดดูเส้นทางการหลบหนี สิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำในขณะนี้คือ "เงียบ"

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า "เพราะขณะนี้สังคมไทยต่างสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีสำคัญใช้เส้นทางไหนหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทั้งที่คนระดับอดีตผู้นำประเทศ จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ในระดับหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาผู้มีอำนาจในเวลานี้ก็เคยยอมรับว่า ให้เจ้าหน้าที่ติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างใกล้ชิด แต่ปรากฏว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทุกฝ่ายต่างเงียบกันหมด เพราะคนที่ร่วมรู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี ย่อมมีความผิดไปด้วย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ

"หากเทียบกับคดีลักขโมยรถมอเตอร์ไซค์ ตำรวจต้องติดตามเช็กดูกล้องซีซีทีวีในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ กับส่งคนลงพื้นที่สืบหาพยานหรือคนเห็นเหตุการณ์ แต่กรณีนี้ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ ตั้งแต่ระดับบริหาร อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หรือแม้แต่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ตอบไปคนละทางกับที่สื่อถาม ยิ่งตำรวจยิ่งแล้วใหญ่ เบอร์หนึ่งของ สตช.ยังมอบหมายให้ระดับรองดูแล ทั้งที่คดีนี้เป็นคดีใหญ่ระดับชาติ และต่างประเทศจับตามอง ยิ่งเงียบก็ยิ่งสร้างความสงสัยต่อสังคมไทยและสังคมโลก เพราะผู้หลบหนีเป็นถึงอดีตนายกฯ ที่ถูกกล่าวหาในคดีสำคัญสร้างความเสียหายต่อประเทศ ทั้งที่ตามหลักปฏิบัติเบอร์หนึ่งของ สตช.ต้องนั่งแถลงเรียกความเชื่อมั่นต่อระบบการดูแลรักษาความปลอดภัย หรือการติดตามผู้ถูกกล่าวหาในคดีสำคัญ เช่น สั่งให้ตรวจกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีมากมาย สั่งไล่ตรวจเช็กการบันทึกภาพตลอด 1 สัปดาห์ที่บ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ามีรถคันไหนเข้าออกผิดปกติ ขนอะไร ใครเข้าออกก่อนวันที่ 25 ส.ค. เพื่อหาเบาะแสเส้นทาง และคนที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ อย่าให้เข้าภาษิตถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็นเลย คนในสังคมจะยิ่งวิจารณ์ไปต่างๆ นานา หาข้อยุติไม่ได้" นายนิพิฏฐ์ กล่าว.