วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผกก.บ้านลาด ยันกรณีเมียโพสต์ตร.ซ้อมผัว-มียาบ้าวิ่งไปล้ม ตอกระถินทิ่มตา

ผกก.บ้านลาด ขอชี้แจงหลังมีโพสต์ระบุ ตำรวจซ้อมหนุ่มจนเบ้าตาแตก ยันโดนจับมียาบ้าแล้วออกอุบายวิ่งไปหลังป้อม ก่อนสะดุดล้มตอตำเข้าเบ้าตาพอดี บาดเจ็บอย่างที่เห็น ขณะที่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยยืนยัน พร้อมเป็นพยาน...


สืบเนื่องจากมีผู้นำภาพถ่ายจำนวน 7 ภาพ พร้อมบรรยายภาพไปลงในโซเชียลมีเดีย โดยใช้ชื่อว่า Pun Kodchakon Saithong (ปัน-ปัน) เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560 เวลา 12.56 น. โดยระบุข้อความว่า

“ช่วยกันแชร์กันหน่อยน่ะค่ะ ด่านตรวจรถบ้านลาดป้อมตำรวจรังแกประชาชน คุณมีสิทธิ์อะไรมาซ้อมสามีปันขนาดนี้ คุณเรียกรถตรวจแจ้งข้อหามียาเสพติดในครอบครอง 3 เม็ด แต่หลักฐานก็ไม่มี...แต่คุณพาสามีฉันไปซ้อมหลังป้อม..คุณรังแกประชาชนเกินไป..ฉันมาเห็นสภาพสามีฉันที่ รพ.บ้านลาดแล้วรับสภาพไม่ได้จริงๆ

เหตุเกิดเวลา 18.00 น. ..ณ ป้อมบ้านลาด...แพทย์วินิจฉัยกระดูกตาแตกช้ำ อาเจียนเป็นเลือดตลอดเวลา...ปันขอความเป็นธรรมด้วยค่ะ....ช่วยแชร์กันด้วยน่ะค่ะ มีตำรวจแบบนี้อยู่ ประชาชนจะอยู่อย่างไร..(ส่วนตำรวจท่านที่ดีก็มีน่ะค่ะที่บ้านลาด) *ปันแค่ขอประณามตำรวจที่มันทำสามีปันและไม่ยอมออกมารับผิดชอบเท่านั้นเอง”

ต่อมา ตอนบ่ายวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ริมถนนเพชรเกษม พบว่า เป็นบริเวณจุดบริการประชาชนแยกท่าศาลา อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดย พ.ต.อ.เชิญ พรายมี ผกก.สภ.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการสอบถามผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2560 ซึ่งได้มีการตั้งด่านตามคำสั่งตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณเกือบ 20.00 น. ผู้บาดเจ็บรายดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายจิรศักดิ์ แคโอชา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 ม.8 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้ขับรถยนต์กระบะ โตโยต้ารีโว่ สีดำ ทะเบียน บษ 8150 ราชบุรี ผ่านมาคนเดียว ตำรวจได้เรียกตรวจ พบสภาพไว้หนวดเคราและสักยันต์เต็มตัว เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวลงมาทำการตรวจค้นที่ด้านข้างของป้อมจุดตรวจ ขณะตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเล็กของกางเกงยีนส์ 3 เม็ด หลังพบยาบ้าภายในกระเป๋าดังกล่าว นายจิรศักดิ์ก็วิ่งหลบหนี ตำรวจที่ทำการตรวจค้นทั้งสองนายได้วิ่งตามไปและสามารถจับกุมตัวได้ โดยได้ล็อกแขนนายจิรศักดิ์คนละข้างและจับกดลง จากนั้นนายจิรศักดิ์ก็พูดขึ้นว่า พี่ผมนักเลงพอ ผมไม่หนีแล้วพี่ ปล่อยผมเถอะ ตำรวจทั้งสองนายจึงปล่อยตัวและเดินตามหลังมาที่ตู้จุดตรวจ แต่จากนั้นนายจิรศักดิ์ฉวยโอกาสเผลอวิ่งหลบหนีอีกครั้ง โดยคราวนี้วิ่งไปทางด้านหลังของตู้จุดตรวจด้านทิศตะวันตกและเกิดหกล้ม เนื่องจากจุดดังกล่าวมีสภาพเป็นพื้นต่างระดับ จากถนนลงทุ่งหน้า โดยบริเวณนั้นพบว่ามีก้อนหิน คาดว่านายจิรศักดิ์จะสะดุดก้อนหินและหน้าทิ่มลงไปกระแทกกับตอไม้ และตกลงไปในทุ่งนาจนเปื้อนโคลนในนา 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นมาแล้วพาไปล้างตัว และจะพานายจิรศักดิ์ไปทำบาดแผลที่ รพ.บ้านลาด แต่นายจิรศักดิ์บอกว่า ขอติดต่อญาติให้มาก่อนที่จะไปโรงพยาบาล กระทั่งญาติมาและพาไปรักษาตัวที่ รพ.บ้านลาด และภายหลังขอย้ายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พระจอมเกล้า ซึ่งทาง รพ.ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจิรศักดิ์ ประกอบด้วย 1.มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 3 เม็ด 2.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และ 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งนายจิรศักดิ์ได้ขอประกันตัวโดยอ้างว่าเจ็บมาก ทางตำรวจจึงอนุญาตให้ประกันตัวไปเพื่อรักษาตัว กระทั่งมาพบว่ามีผู้มาโพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊กดังกล่าว

ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สุริยะมณี สวป.สภ.บ้านลาด ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดในการตั้งด่านตรวจความมั่นคงในวันเกิดเหตุ ได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูที่เกิดเหตุตรงจุดที่นายจิรศักดิ์วิ่งหนีการจับกุมในครั้งที่สองว่า จุดที่ล้อม เป็นพื้นต่างระดับระหว่างผิวถนนลาดยางและเป็นทางลาดลงทุ่งนา ซึ่งมีก้อนหินขวางอยู่ คาดว่านายจิรศักดิ์จะสะดุดก้อนหินดังกล่าวและหน้าขมำทิ่มลงไปชนเข้ากับตอไม้จนหัก และมีคราบเลือดติดอยู่ ซึ่งทาง สภ.บ้านลาด ได้ให้ทางตำรวจวิทยาการมาเก็บคราบเลือดในที่เกิดเหตุและไปขอเก็บเนื้อเยื่อจากตัวนายจิรศักดิ์ที่ รพ.พระจอมเกล้า เพื่อตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวยังได้พบกับ นายชุติพล ทองเกลา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.8 ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี มีบ้านพักอยู่ใกล้ๆ กับจุดบริการประชาชนแยกท่าศาลา ซึ่งนายชุติพลแจ้งว่า วันเกิดเหตุตนเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และมีผู้เห็นหลายคน โดยขณะเกิดเหตุ ตนเห็นผู้ต้องหาคนดังกล่าววิ่งหนีตำรวจไปทางด้านหลังป้อม แล้วล้มหน้าไปทิ่มกับตอกระถินเอง ตนสามารถเป็นพยานได้

"ถ้าไม่ผิดจะไปวิ่งหนีทำไม ผมมองเห็นอยู่ ที่รู้เพราะมีการไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กแล้วแชร์ต่อๆ กัน ลูกสาวและลูกเขยผมเห็นเข้า ก็เข้าไปโต้แย้งว่าไม่ใช่ และมาเล่าให้ผมฟัง ผมจึงต้องออกมาเป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเขาก็ปฏิบัติหน้าที่ของเขา ไปทำอย่างนี้ได้อย่างไร ต้องเห็นใจตำรวจ ถ้าตำรวจไม่ตั้งด่านตรวจ ยาบ้า ยาอี จะขนผ่าน จ.เพชรบุรีกันไปอีกเท่าไร”

สำหรับผู้ต้องหาคือ นายจิรศักดิ์ แคโอชา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 ม.8 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า อ.เมืองเพชรบุรี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณเหนือเปลือกตาซ้าย มีบาดแผลฉีกขาดและบวมเป่ง.