วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ติงสื่อจำกัดสิทธิ์ตัวเอง บิดเบือนข้อมูล ถูกคุมโดยรัฐ-ทุน ศก.

สถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาสื่อฯ "อภิสิทธิ์" ติงสื่อจำกัดสิทธิ์ตัวเอง เหตุยำเกรงอำนาจรัฐ ฟันธงสื่อถูกคุมโดยรัฐ-ทุนธุรกิจ สะท้อนมุมสังคมมองสื่อ-นักการเมืองเลวไม่ต่างกัน ขณะ "เทพชัย" ย้ำสื่อต้องบอกความจริงต่อสังคม

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.60 ที่สถาบันพระปกเกล้าได้จัดการเสวนาในหัวข้อ "บทบาทสื่อมวลชนไทย ในยุคเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยภายใต้กติกาใหม่" จัดโดยนักศึกษาหลักสูตรความรู้ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และประธานคณะทำงานปฏิรูปสื่อร่วมการเสวนา

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สื่อต้องเป็นผู้ที่ผลักดันการตรวจสอบการทุจริตให้เกิดการตรวจสอบได้ และเป็นผู้นำทางความคิดด้วย ในอดีตมีการควบคุมสื่อมากมาย อาทิ ช่วงพฤษภาทมิฬ หลังเหตุการณ์ก็เกิดความตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปสื่อ จึงอยากเห็นสื่อทำหน้าที่ได้เต็มที่ แต่แท้จริงแล้วสื่อก็ยังถูกควบคุมอยู่ ทั้งอำนาจรัฐและความเป็นธุรกิจ อาทิ นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ที่โดนข้อหามาตรา 116 เป็นข้อหาที่ไม่สมเหตุผล เพราะเป็นการวิจารณ์โดยสุจริต เรียกได้ว่ากรณีนี้เป็นการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ซึ่งการจำกัดสื่อที่แย่ที่สุด คือ การที่สื่อจำกัดสิทธิ์ตัวเอง หรือคือการไม่นำเสนอเนื้อหาในสิ่งที่กระทบกับประชาชน เพราะเกรงว่าจะอยู่ไม่ได้เพราะอำนาจรัฐ แต่ก็มีอีกประการคือการบิดเบือนของสื่อต่อแหล่งข่าว ซึ่งมีการใช้คำเกินจริง จึงเป็นเรื่องยากที่สื่อจะดูแลกันเอง แต่ไม่เห็นด้วยกับการออกใบประกอบวิชาชีพ เพราะไม่รู้ว่าจะออกให้ใครบ้าง เช่น กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่ออกรายการทุกวันศุกร์ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพสื่อด้วยหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ปัจจุบันรายได้ของหนังสือพิมพ์ไม่ได้มาจากยอดซื้อ แต่มาจากสปอนเซอร์ การแก้ปัญหาระยะยาวจะเป็นไปได้ยากเมื่อสังคมแบ่งพวกไม่ฟังกัน การเอาสังคมมาประกันสื่อจะเป็นไปได้ยาก แต่หลักการที่ไม่ยอมรับคือการนำบุคลากรจากหน่วยงานราชการเข้ามาในองค์กรสื่อ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ส่วนการกำกับดูแลด้วยการออกใบประกอบวิชาชีพ ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากไม่มีใบประกอบวิชาชีพก็ต้องพิจารณาว่าจะเอาอะไรมาเป็นการกำกับดูแล ซึ่งจะสามารถควบคุมและรับรองได้ ยกตัวอย่างตัวเองที่บางครั้งก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสื่อ โดยบางสื่อตัวเองก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทุกวัน ยกตัวอย่างคือตัวเองไม่ได้มีการเย้ย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีบรรยายที่ จ.นครศรีธรรมราช เพียงแต่บอกผู้ฟังบรรยายให้ทราบ ผมเพื่อจะได้ตั้งใจฟังการบรรยายเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสื่อในปัจจุบันเริ่มบิดเบือนข้อมูลและไร้ซึ่งความรับผิดชอบ ดังนั้นการแก้ปัญหาสื่อต้องมีธรรมาภิบาลและรายงานข่าวอย่างมีคุณภาพ ต้องให้สื่อมีการนำเสนอข่าวอย่างมีคุณภาพ และมีความแตกต่างจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่ว่าใครก็จะโพสต์อะไรลงไปก็ได้ 

"สิ่งที่เป็นห่วงคือ แม้สื่อจะรายงานข่าวอย่างมีคุณภาพ แต่ผู้ที่มีอำนาจรัฐก็อาจนำโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ในเมืองมาใช้ตอบโต้ได้ ซึ่งผู้รับสื่อก็รับไปตามที่มีการนำเสนอ จึงกลายเป็นว่าไม่มีใครตรวจสอบรัฐบาลและสื่อ จึงให้สื่อเสนอกติกา ทางเลือกให้กับสังคมเพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจว่า สื่อจะมีการกำกับดูแลกันเองได้อย่างมีคุณภาพ เช่น การร่างกฎหมาย และการลบล้างความเชื่อที่ว่าต้องเป็นข่าวร้ายถึงจะขายได้ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นในสื่อมวลชน ทั้งนี้หากจะให้พูดตามความจริงจากภาพที่สังคมมองเข้ามาจะเห็นได้ว่ามีเสียงสะท้อนขนาดที่ว่า สื่อกับนักการเมืองก็ไม่แตกต่างกัน มีบางคนถึงกับบอกว่าสื่อก็เลว นักการเมืองก็เลว ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางที่จะทำให้สื่อสามารถกำกับดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ นายเทพชัย กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อมีการตื่นตัวมากขึ้น แต่สื่อโซเชียลก็เป็นปัจจัยที่เข้ามามีบทบาทแต่ไร้การควบคุมที่ชัดเจน แม้จะมีแง่มุมบวกในเรื่องของความรวดเร็วในการรับข้อมูล แต่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ประชาชนทิ้งห่างการติดตามสื่อหลักน้อยลง แต่หันไปติดตามในโซเชียลแทน บทบาทของสื่อจึงเป็นคำถามปัจจุบันว่า ควรอยู่ตรงไหน ปัญหาอีกอย่างคือ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด และความเป็นธุรกิจ เพราะเป็นตัวสำคัญอย่างหนึ่งในการกำหนดทิศทางการทำหน้าที่ของสื่อนั้นๆ หรือก็คือ ข่าวนี้ทำได้, ข่าวนี้ไม่ควรทำ ดังนั้นสื่อมวลชนเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญมีต่อบทบาทสังคมเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การบอกเล่าเรื่องราวความจริงสู่สาธารณะจึงมีความสำคัญมาก ประชาชนรู้ข่าวจากสื่อในฐานะความจริง ด้วยเหตุนี้เองสื่อจึงเป็นตัวแปรที่สามารถชี้นำสังคมได้ แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ทำให้มีกระแสด้านลบต่อสื่อให้เห็นชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สื่อต้องรู้จักเรียนรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่ถูกต้องต่อประชาชน.