วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระดูกไก่งวงอาจช่วยไขปริศนาการอพยพชุมชนชะง่อนผาโบราณ

อุทยานแห่งชาติเมซาเวอร์เดในรัฐโคโลราโด ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่เชื่อมกันใน 4 รัฐคืออริโซนา โคโลราโด นิว เม็กซิโก และยูทาห์ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์โบราณสถาน เนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัยใต้ชะง่อนผา เป็นแหล่งศึกษาทางโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากมีการถกเถียงจากบรรดานักวิชาการตลอดมาถึงชนเผ่าโบราณที่เรียกว่าแอนเซสทรัล ปัวโบลน (Ancestral Puebloans) ซึ่งเคยอยู่อาศัยและก่อสร้างบ้านเรือนใต้ผาแห่งนี้ ว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้อพยพออกจากพื้นที่ไปจนหมด

นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด เผยว่า ได้พบเบาะแสใหม่ที่อาจจะอธิบายถึงความลับของการอพยพ ว่าเกิดขึ้นเมื่อ 700 ปีที่ผ่านมาแล้ว โดยตรวจสอบจากสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของกระดูกไก่งวงที่ชนโบราณกลุ่มนี้เลี้ยง ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอไก่งวงที่มีความคล้ายคลึงกับไก่งวงที่ถูกเก็บรักษาไว้โดยชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่หุบเขาริโอ แกรนเด ทางตอนเหนือของรัฐนิว เม็กซิโก ไก่งวงพวกนี้ก็เริ่มแพร่ขยายพันธุ์มากขึ้นในรัฐนิว เม็กซิโกในช่วงเวลาเดียวกับที่ชนเผ่าโบราณจากเมซาเวอร์เดกำลังอพยพทิ้งถิ่นฐานใต้หน้าผาเดิมเมื่อปลาย พ.ศ.1743 และเป็นไปได้ว่าชนเผ่าอินเดียน ปัวโบล
ที่อาศัยอยู่ที่นั่นจะเป็นลูกหลานของชาวชะง่อนผาโบราณ

มีข้อสันนิษฐานว่าชาวแอนเซสทรัล ปัวโบลน มีความรุ่งเรืองของประชากรราวๆ 30,000 คน เมื่อปี พ.ศ.1733 แต่หลังจากปี พ.ศ.1823 พวกเขาก็อพยพออกไปด้วยหลายสาเหตุ เช่น ความแห้งแล้ง ความวุ่นวายในสังคมและการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดียอมรับว่าดีเอ็นเอไก่งวงเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักฐานแน่ที่ชัดนักเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน เพราะไก่งวงในนิว เม็กซิโก อาจมาจากที่ไหนสักแห่งนอกเหนือจากที่เมซาเวอร์เด หรือพวกมันอาจจะอยู่ที่รัฐนิว เม็กซิโก มาก่อนหน้านั้นก็เป็นได้.