วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จัก 'คาร์แชร์ริ่ง' ผ่าน 'ฮ้อปคาร์' เช่ารถระยะสั้นมาก 30 นาทีก็ได้

ปัจจุบันนี้..ประชากรโลกอย่างพวกเราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น..ใครเลยจะรู้ว่า แค่มีสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็ได้สิ่งของที่อยากได้มาส่งถึงหน้าบ้าน อยากโอนเงินก็ไม่ต้องไปธนาคาร หรือตู้เอทีเอ็ม และหากจะเช่ารถยนต์สักคัน ทุกอย่างจบได้ด้วยแอปพลิเคชัน.. แน่นอนคุณอ่านไม่ผิด ทุกอย่างจบลงที่สมาร์ทโฟนจริงๆ

'ไทยรัฐออนไลน์' มีโอกาสสัมภาษณ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงในวงการ Start up อย่าง กฤษฏิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด หรือ Haupcar ผู้ผลิตแพลตฟอร์มและให้บริการคาร์แชร์ริ่งรายแรกของไทย 

กฤษฏิ์ อธิบายว่า คาร์แชร์ริ่ง (Carsharing) นั้นมี 2 ฝั่ง คือ 1.ฝั่งคนมีรถยนต์ต้องการนำมาแชร์ หรือ ปล่อยเช่า 2.ฝั่งคนที่ไม่มีรถยนต์ ต้องการขอแชร์ หรือ ขอเช่า นั้นเอง อย่างไรก็ตามในฝั่งของคนที่มีรถยนต์ และต้องการนำมาแชร์นั้นอาจจะมีไม่มาก ซึ่ง Haupcar ได้เป็นพาสเนอร์กับ asap หรือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าแบบครบวงจร ซึ่งตรงนี้เอง ทำให้ Haupcar มีรถยนต์หลายรุ่น หลายแบบให้ผู้เช่ารถมีตัวเลือกมากขึ้น

อ่านมาถึงตรงนี้..หลายคนสงสัย Haupcar แตกต่างกับการเช่ารถยนต์ตรงไหน กฤษฏิ์ ฉายภาพว่า สิ่งที่แตกต่างกันคือ ระบบการเช่ารถตลอด 24 ชั่วโมง และขั้นตอนการเช่ารถนั้นจบลงด้วยแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน หากเป็นการเช่าแบบปกติ คุณต้องไปร้านเช่ารถยนต์ ติดต่อทำเอกสาร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงจะได้รถยนต์มาใช้ เมื่อใช้รถเสร็จก็ต้องนำรถมาคืนร้านเช่าอีก ซึ่งตรงนี้เรามองว่าไม่ตอบโจทย์คนใช้รถยนต์ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และคนรุ่นใหม่ 

สำหรับ รถยนต์ของ Haupcar จะมีจุดจอดตามคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าในกทม. หอพักและคอนโดมิเนียมใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา หากลองนึกภาพตามจะเห็นได้ว่า จุดที่ Haupcar นำรถยนต์ไปจอดไว้ คือ จุดที่เดินทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะรังสิต และศาลายา

กฤษฏิ์ บอกว่า จากที่เคยไปคุยกับนักศึกษามหาวิทยาลัย พบว่า หลายคนต้องการเดินทางและใช้รถยนต์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งตรงนี้เองเราจึงนำรถยนต์ไปจอดยังที่หอพัก และคอนโดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อให้นักศึกษาได้ทดลองใช้ ผลปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากนักศึกษาเป็นจำนวนมาก

"เราอยากให้ลูกค้าที่ใช้ Haupcar มีความรู้สึกเหมือนใช้รถยนต์ของตนเอง แน่นอนว่ารถใช้รถส่วนใหญ่จะเริ่มขับจากจุดที่พักอยู่อาศัย ซึ่ง Haupcar ก็ให้ความรู้สึกเช่นนั้น เหมือนคุณเป็นเจ้าของรถ แต่ไม่ต้องแบกภาระ เช่น ล้างรถ เอารถเข้าศูนย์ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เติมน้ำมัน หรือผ่อนรถ"

สำหรับ จุดเด่นของ Haupcar นอกจากจะจอดรถยนต์ไว้ใกล้ที่พักของลูกค้าแล้ว Haupcar ยังให้บริการรถยนต์แบบสั้นๆ เพียง 30 นาที ไล่เรียงจนถึง 7 วัน ซึ่งในอนาคต Haupcar จะหั่นเวลาการเช่าให้น้อยลงกว่านี้ ซึ่งจะเหลือเพียง 15 นาที และจะค่อยๆ ตัดลงเหลือเป็นรายนาที

โดย แนวคิดนี้เรามองในมุมผู้เช่า คือ ลูกค้าเราไม่ได้เช่ารถแล้วขับไปทั้งวัน จากการเก็บข้อมูลพบว่า ลูกค้า Haupcar ใช้งานจริงไม่กี่ชั่วโมง เช่น ออกไปซื้อของที่ต้องใช้รถยนต์ ออกไปทานข้าว เป็นต้น โดยรายชั่วโมง เริ่มต้นเพียง 49 บาทต่อครึ่งชั่วโมง และบวก 5.9 บาทต่อกิโลเมตร ส่วนรายวัน เริ่มต้นเพียง 719 บาท + 5.9 บาทต่อกิโลเมตร

ลูกค้าของ Haupcar คือใคร

กฤษฏิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับลูกค้ากลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ Haupcar คือ คนที่อยู่ตามคอนโดมิเนียม และนักศึกษา ซึ่งหลังจากกลับมาจากต่างประเทศได้ประมาณ 2 ปี สิ่งที่มองเห็นได้ คือ คนสมัยนี้ชอบอยู่คอนโดมิเนียมมากขึ้น เพราะต้องการเดินทางสะดวกโดยใช้รถไฟฟ้า

ทั้งนี้ หากเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะพบว่า คนเหล่านี้มักอยากไปท่องเที่ยว และมีความต้องการใช้รถระยะสั้นๆ เพียง 1-2 วัน โดยการเดินทางไปท่องเที่ยวนั้น บางครั้งรถโดยสารสาธารณะ ก็ไม่ตอบโจทย์ เราจึงนำรถยนต์ไปยังจุดจอดต่างๆ ของคอนโดมิเนียม หรือตามจุดต่างๆ ตามแนวรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกๆ Haupcar อาจจะเน้นรถยนต์คันเล็ก เนื่องจากเป็นการขับในเมือง และกลุ่มนักศึกษามักไม่ชินกับการขับรถยนต์คันใหญ่ แต่ปัจจุบัน เรามีรถยนต์คันใหญ่ให้บริการเพื่อนตอบโจทย์คนอยู่กลุ่มคอนโดมิเนียมมากขึ้น ซึ่งบางคนต้องการใช้รถเพื่อนำไปขนของ เช่น โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ นิสสัน จู๊ค โดยตอนนี้เรามีรถยนต์ให้บริการ 30 คัน และมีฐานลูกค้ากว่า 2,000 คน และอยู่ในกทม.เป็นหลัก

นอกจากนี้ ผู้ใช้คาร์แชร์ริ่งของ Haupcar ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมัน ประกันภัย เนื่องจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้ รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว ซึ่งหากน้ำมันหมด เราก็มีบัตรเติมน้ำมันให้ฟรีที่ล็อกมากับรถ แถมยังตัดข้อกังวลเรื่องการเติมน้ำมันด้วยว่าจะต้องใช้น้ำมันชนิดไหน 

การสื่อสารถือเป็นอุปสรรคสำคัญ 

กฤษฏิ์ กล่าวว่า อุปสรรคในการทำธุรกิจคาร์แชร์ริ่งว่า คือการ อธิบายว่าอะไรคือ คาร์แชร์ริ่ง ซึ่งคนไทยยังยังไม่ชินกับการนำรถยนต์มาปล่อยเช่า ในขณะที่หลายคนที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว ก็มักจะเลือกซื้อรถยนต์ ก่อนจะซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเด็กจบใหม่น้อยมากเลือกที่จะผ่อนคอนโด ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะผ่อนรถยนต์มากกว่า ตนมองว่าในอนาคตนี้ หากการเดินทางใน กทม.ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ การซื้อรถยนต์น่าจะลดลง    

ก้าวต่อไปของ Haupcar 

กฤษฏิ์ กล่าวว่า Haupcar เพิ่งครบ 1 ปีเมื่อไม่นานนี้ เป้าหมายในระยะถัดไป คือ การขยาย คาร์แชร์ริ่งไปตามคอนโดมิเนียม และมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม เพราะความต้องการของลูกค้ามีแตกต่างกันไป นอกจากนี้เรายังมีรถยนต์อื่นๆเข้ามาเสริมในการเดินทาง โดยตอนนี้เราทำโปรเจกต์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ บางมด และบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric car sharing ซึ่งตอนนี้เราได้นำ BMW i3 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามาทดลองใช้ โดยในอนาคตจะค่อยๆ จะทยอยเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไทยอาจจะยังไม่พร้อมเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า แต่เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าเทรนด์นี้ต้องมาแน่ๆ ตอนนี้เรามี BMW i3 ประมาณ 2 คัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์วิจัย ทำคาร์แชร์ริ่ง เพื่อให้คนในมหาวิทยาลัย มาลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า  

ทั้งนี้ สิ่งเข้าใจได้หนึ่งอย่างคือ คนไทยยังกังวลเรื่องของระยะทางการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น ชาร์จไฟฟ้าแล้วจะวิ่งไปได้ไกลแค่ไหน สถานีชาร์จไฟให้บริการที่ใดบ้าง ซึ่งหลายรถยนต์หลายค่าย มีความพร้อมที่อยากจะรถยนต์ไฟฟ้ามาขาย ซึ่งตนมองว่า คนที่ยังกังวล ก็มาลองคาร์แชร์ริ่งรถยนต์ไฟฟ้า ของเราก่อนได้เช่นกัน

"คาร์แชร์ริ่งเป็นอะไรที่ใหม่ไม่เคยเกิดในไทยมาก่อน ก่อนทำธุรกิจนี้ เราก็มองว่าจะเกิดหรือไม่ แต่พอทำได้มาระยะหนึ่ง เราก็เห็นกลุ่มคนที่ต้องการแชร์ริ่งอยู่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือ คนที่ต้องการใช้รถบางประเภท ที่มีความต้องการใช้แค่เดือนละครั้ง ผมมองว่าคาร์แชร์ริ่งไทยจะเกิดก็ต้องนำเทรนด์จากคนรุ่นใหม่"