วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บีบหัวใจคนเป็นแม่ เป้ย เล่าวินาทีที่ น้องโปรด เข้าห้องผ่าตัด

เมื่อช่วงที่ผ่านมา คุณแม่เป้ย ปานวาด ได้ออกมาพูดถึงอาการป่วยของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน น้องโปรด อัษศดิณย์ หลังมีภาพที่เป้ยพาน้องโปรดไปทดสอบการนอนหลับ เนื่องจากน้องนอนกรน เมื่อไปพบคุณหมอ ก็ทำการเอกซเรย์ และเจอต่อมอะดีนอยด์โต ส่งผลต่อการนอนหลับและการหยุดหายใจ แต่ก็ได้รักษาตามอาการ เพราะโรคนี้มีโอกาสหายเมื่อโตขึ้น 

แต่ดูเหมือนอาการป่วยจะเริ่มหนักมากขึ้น เพราะน้องป่วยบ่อย แม่เป้ยและพ่อป๊อป นิธิ ก็ได้ตัดสินใจพาน้องโปรดเข้าทำการรักษาอีกครั้ง ซึ่งใช้วิธีผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์และทอนซิล การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แม้ช่วงแรกๆ น้องจะมีอาการซึมจากฤทธิ์ยาบ้าง และงอแงเนื่องจากเจ็บแผล แต่ก็ทำให้ทั้งแม่เป้ยและพ่อป๊อป ใจชื้นขึ้นไม่น้อย เพราะน้องโปรดใกล้จะหายแล้ว

จากนั้น แม่เป้ย ก็ได้มาแชร์ประสบการณ์ถึงวินาทีบีบหัวใจในช่วงที่น้องโปรดเข้าห้องผ่าตัด อีกทั้งยังแชร์ถึงลักษณะอาการของโรคนี้ ให้คนที่เป็นพ่อแม่ได้ดูแลลูก และสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด

ซึ่งสาวเป้ยบอกว่า "มันก็จะยาวๆ หน่อยน้าาา แต่อยากให้อ่านทุกๆ รูป... อยากขอบคุณทุกๆ คนจากใจจริงๆ ขอบคุณสำหรับข้อความทุกข้อความที่ส่งผ่านมาทุกๆ ช่องทาง ขอบคุณมากๆ นะคะ #จากใจผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่พยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด" 

"โปรดออกจากโรงพยาบาลกลับมารักษาตัวที่บ้านเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นห่วงน้อง ถามไถ่ถึงอาการน้องกันเข้ามา น้องผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์และทอนซิลค่ะ ช่วงแรกๆ เป้ยและคุณป๊อปก็ไม่ได้คิดว่าจะผ่า เพราะได้ปรึกษาคุณหมอหลายท่านแล้วก็จะบอกว่าหายได้เองตอนโต เราก็เลยรักษาตามอาการเอา

แต่โปรดเริ่มป่วยบ่อยขึ้น ถี่ติดกันจนภายใน 1 เดือนโปรดป่วยบ่อยถึง 4 ครั้ง เป้ยก็เริ่มศึกษาหาข้อมูล และก็ปรึกษาคุณหมอควบคู่ โดยปกติต่อมอะดีนอยด์และทอนซิลจะทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรค แต่ถ้าเด็กที่มีโอกาสติดเชื้อบ่อย เป็นหวัด หรือเป็นภูมิแพ้ต่างๆ ก็จะทำให้ 2 ต่อมนี้โต จากที่เป็นต่อมดักจับเชื้อโรค ก็จะกลายเป็นต่อมที่เก็บเชื้อโรคแทน

ต่อมยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ ก็จะยิ่งขวางทางเดินหายใจ หายใจเสียงดัง นอนกรน หยุดหายใจขณะนอนหลับ เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนน้อย ก็จะทำให้ส่งผลถึงการทำงานของสมอง ส่วนในแง่ของร่างกาย หัวใจก็จะทำงานหนักขึ้น ทำให้มีอาการหัวใจวายเหมือนในกรณีเพื่อนของเพื่อนเป้ย เป้ยกับคุณป๊อปจึงได้ปรึกษาคุณหมอที่สนิทกันว่าอยากให้แนะนำคุณหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านการผ่าตัดทางด้านนี้

ในวันที่เป้ยพาโปรดไปพบคุณหมอ และฟังผลเอกซเรย์ ในวันนั้นเป้ยยอมรับว่าเป็นวันที่เป้ยรู้สึกแย่มากๆ คุณหมอแจ้งผลเอกซเรย์ว่าตอนนี้ต่อมทอนซิลของโปรดโต และโปรดมีช่องทางเดินหายใจเพียง 17% เท่านั้น จาก 100% ซึ่งโดยปกติทั่วไปถ้า 40% คุณหมอก็จะแนะนำให้ผ่าอยู่แล้ว ซึ่ง 17 นี่คือไม่ต้องพูดถึงเลย

ใจของคนเป็นแม่ที่ได้ยินตอนนั้นบีบหัวใจเหลือเกิน เพราะไม่เคยคิดว่าลูกจะเป็นเยอะขนาดนี้ ป๊อปก็ได้แต่จับไหล่ คุยตลกเพื่อให้เป้ยไม่คิดมาก แต่เป้ยก็ทำไม่ได้ เป้ยพยายามกลั้นน้ำตาตลอดเวลาที่อยู่กับโปรด มันเจ็บหัวใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่โปรดกำลังเป็น คุณหมอหรือใครๆ ก็พยายามบอกว่า ใครๆ ก็เป็น ใครๆ ก็ผ่า

แต่สำหรับเป้ย หลังจากที่รู้ เป้ยไม่เคยนอนหลับเต็มที่สักคืนเลย ทุกๆ คืนเป้ยจะต้องตื่นขึ้นมาวันละหลายๆ รอบ เพื่อที่จะดูว่าลูกเรายังหายใจดีอยู่มั้ย คอยจับเขานอนตะแคง เพื่อให้เขาหายใจได้สะดวกที่สุด เป้ยกอดเขา หอมเขา เป้ยบอกในใจตลอดเวลาว่า ให้แม่เป็นแทนได้มั้ย ยอมรับว่ากลัวไปหมดทุกๆ อย่าง กลัวว่าเขาจะเป็นอะไร เป้ยยอมรับตรงๆ ว่าเป้ยกลัวที่จะเสียเขาไป 

จนมาถึงวันที่โปรดต้องเข้าห้องผ่าตัด 6 โมงเช้า พยาบาลนำยานอนหลับให้โปรดทาน เพื่อที่โปรดจะได้สะลึมสะลือ แต่ปรากฏว่าโปรดไม่หลับ และไม่มีวี่แววว่าจะง่วง คอยถามโน่นถามนี่ด้วยความสงสัยตลอดระหว่างทางที่พาไปห้องผ่าตัด จนเข้าห้อง โปรดสงสัยว่าทำไมมีหมอเยอะจัง ทำไมมาห้องแบบนี้ ทำไมมีเตียงนอน ทำไมมีไฟใหญ่ๆ อยู่ข้างบน

โปรดเริ่มกังวล จากที่ติดแม่อยู่แล้ว โปรดยิ่งกังวลมากขึ้น จับแขนเป้ยแน่นขึ้น ไม่ยอมให้คุณหมอดมยา จนต้องเป็นเป้ยที่ช่วยจับตัวหน้ากาก และมีคุณหมอคอยดูประกบอยู่ข้างๆ โปรดนอนบนแขนข้างซ้ายของเป้ยและมือข้างขวาเป้ยต้องจับหน้ากาก เพื่อที่จะดมยาให้โปรดหลับ วินาทีนั้นเหมือนใจจะขาดเป็นเสี่ยงๆ

โปรดค่อยๆ หลับไป มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทั้งกลัวและทั้งเจ็บปวดที่สุดสำหรับคนเป็นแม่ เป้ยได้แต่บอกคุณหมอว่า ฝากโปรดด้วยนะคะ ช่วยโปรดด้วยนะคะ

ตลอดเวลา 2 ชม.ที่ลูกอยู่ในห้องผ่าตัด ช่างเป็นเวลาที่โหดร้ายสำหรับเป้ยและป๊อปมากๆ เป้ยได้แต่กอดตุ๊กตาของโปรด จากตุ๊กตาอะไรก็ไม่รู้ ที่เป้ยไม่เคยชอบมันเลย แต่โปรดเขารักของเขามาก เอาติดตัวไปทุกๆ ที่

เป้ยมีแค่ตุ๊กตาตัวนี้ที่เป็นตัวแทนโปรด เป้ยได้แต่กอดและหอมมันตลอดเวลา ภาวนาขอให้ทุกๆ อย่างผ่านไปด้วยดี...

ทุกวันนี้โปรดดีขึ้น ไม่เจ็บแผล ทานได้ดีขึ้น ร่าเริง แต่ยังคงต้องจับมือแม่ให้แม่อยู่ข้างๆ เขาเวลานอนทุกๆ คืน

ขอบคุณทุกๆ ข้อความสำหรับคำอวยพร ให้กำลังใจ ที่รักโปรดและเอ็นดูโปรด ขอบคุณคุณหมอทุกๆ ท่านที่ทั้งให้คำปรึกษาและช่วยรักษาโปรด ดูแลโปรด ขอบคุณทุกๆ คนที่อยู่รอบข้างในช่วงนั้น ขอบคุณมากๆ ค่ะ"

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวบุญยรัตกลิน และขอให้น้องโปรดหายป่วยไวๆ นะคะ.