วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองหลังคดีจำนำข้าว

โดย สายล่อฟ้า

“ปู...ล่องหน” แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ลองๆตั้งคำถามหลังจากอดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไม่ได้มาศาลในวันอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวจนถูกออกหมายจับ

ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 27 ก.ย.60 หากจำเลยไม่มาอีกก็คงจะอ่านลับหลังก็จะคงเป็นอีกรอยต่อหนึ่ง

คงต้องรอดูกันต่อไปว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร

และต้องดูกันต่อไปว่าจำเลยจะมาฟังด้วยตนเองหรือไม่?

แม้มีข่าวโดยเฉพาะจากสำนักข่าวต่างประเทศที่ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางจากประเทศไทยไปอยู่ที่ดูไบ ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร (พี่ชาย) ได้พำนักอยู่ที่นั่น

แต่ก็ยังยืนยันชัดเจนไม่ได้ว่ายังอยู่ในประเทศหรือหลบไปต่างประเทศอย่างที่เป็นข่าว จะให้ยืนยันชัดเจนก็ต้องปรากฏว่าอยู่ที่ไหนเท่านั้น

มีเสียงพูดกันว่า หากออกนอกประเทศทำไม คสช.ไม่รู้เรื่อง เพราะปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลาอยู่แล้ว

นี่คงเป็นคำถามที่ทำให้เกิดความสงสัยกันตามมา

ว่าไปแล้วหากเดินทางไปต่างประเทศจริง สิ่งที่ปรากฏก็คงทำ ให้บรรยากาศทางการเมืองในประเทศดีขึ้นอย่างแน่นอน

คสช.และรัฐบาลคงทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องพะวงกับแรงกดดันมากนัก หลังจาก “ตัวประกัน” ที่มีอำนาจต่อรองสูง มีมวลชนให้การสนับสนุน อีกทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทยและ นปช. ที่เคยเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลมาตลอดคงจะลดบทบาทลงมากขึ้น

เท่าที่เห็นในภาพที่ศาลในวันนั้น เมื่อรู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล ดูแต่ละคนทำท่างงๆ และมองตากันปริบๆ

เพราะคงไม่รู้ถึงแผนการนี้แต่อย่างใด น่าจะรู้กันในหมู่เครือญาติเท่านั้น

พูดง่ายๆผู้สนับสนุน “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ทั้งระบบยังคงมึนๆ สับสนว่าได้เกิดอะไรขึ้น ซึ่งไม่ได้เตรียมพร้อมมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา

เมื่อสถานการณ์เป็นไปเช่นนี้รัฐบาล คสช.ย่อมทำงานง่ายขึ้นและมีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

ในพรรคเพื่อไทยเองก็คงไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไรเพราะต้องรอการตัดสินใจของเจ้าของพรรคตัวจริงว่าจะเอายังไงแน่

จะต่อสู้ต่อไป หรือยุติบทบาททางการเมือง

เพราะหากจะเดินต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่ผ่านมา แม้จะมีเงินมีบารมีในพรรคและยังมีมวลชนสนับสนุนอยู่ก็ตาม

แต่โอกาสที่จะเดินหน้าต่อไปต้องดูเหมือนกันว่าจะคืนกลับมาสู่สิ่งที่เคยได้รับมาตลอดนั้นคงไม่มีทางเหมือนเดิมแล้ว

อีกทั้ง คสช.ชุดนี้แม้จะมาจากการยึดอำนาจ แต่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาและไม่เคยกลัว “ทักษิณ” แม้แต่น้อย

เพราะนอกจากจะได้ “อำนาจ” เต็มๆแล้วยังเข้ามาแบบมีแผนแม่บทที่จะดำเนินการการเมืองเพื่อชนะที่ชัดเจน ก็คือการกำหนดให้มียุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี มีแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน

ซึ่งมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน มีความต่อเนื่องในการควบคุมอำนาจต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ที่รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

อยู่ที่ว่าจะช่วงชิงตำแหน่งสำคัญคือนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งได้หรือไม่ ซึ่งดูแล้วมีความเป็นไปได้ เพราะได้วางกติกาเอาไว้รองรับแล้ว

เป็นเรื่องที่ “ทักษิณ” ต้องคิดก่อนตัดสินใจทางการเมืองต่อไป.


“สายล่อฟ้า”