วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผย 5 เขตที่มีงูออกมา ตัวเลขแจ้งจับชี้ 5 เดือนเพิ่ม 30% เพ่นพ่านทั่วกทม.

ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว อยู่โพรงมีหนูให้กิน

คนกรุงต้องทำใจ ศปภ.ระบุ แค่ 5 เดือนแรกของปีนี้ จับงูสารพัดชนิดกว่าหมื่นตัว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 ชี้ 5 เขตจับงูได้มากสุด “บางเขน-จตุจักร-สวนหลวง-บางขุนเทียน-บึงกุ่ม” ขณะที่สัตวแพทย์ชี้เหตุที่งูโผล่ ตามบ้านคน เพราะกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นพื้นที่ ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งอาศัยของงูนานาชนิดใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้เมืองขยายแต่ใต้ดินยังมี โพรงงู หนำซ้ำมี “หนู” อาหารโปรดของงู ทำให้ไม่ต้อง หากินไกล แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว แนะวิธีป้องกัน ควรทำบ้านให้สะอาด ลดปริมาณหนู พร้อมติงการนำงูไปปล่อยป่า เสี่ยงทำลายสมดุลธรรมชาติ

นับวันคนกรุงต้องเผชิญหน้ากับอสรพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งงูใหญ่อย่างงูเหลือม งูหลาม จำนวนมากขึ้น โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 26 ส.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายประยูร ครองยศ รอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ศปภ.) ว่าในช่วงสามปีมานี้ ประชากรงูบุกเข้าบ้านประชาชนมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ สถิติเหตุรับแจ้งผ่าน 199 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งูที่เข้าบ้านและขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยจับในปี 2557 จำนวน 16,920 ตัว ปี 2558 จำนวน 24,559 ตัว ปี 2559 จำนวน 29,919 ตัว และในปี 2560 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. จำนวน 10,246 ตัว เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 จากปีก่อน และจับงูเข้าบ้านประชาชนเฉลี่ย 100-140 ตัวต่อวัน สำหรับงูพบมากที่สุด คือ งูเหลือม งูเห่า งูเขียว งูเขียวพระอินทร์ งูทางมะพร้าว โดยงูจับได้ความยาวเฉลี่ย 2-3 เมตร ใหญ่สุด 5-6 เมตร ส่วนพื้นที่ที่จับงูได้มากสุดได้แก่ 1.เขตบางเขน 2.เขตจตุจักร 3.เขตสวนหลวง 4.เขตบางขุนเทียน และ 5.เขตบึงกุ่ม สาเหตุงูบุกบ้านคนมาจากพื้นที่ที่งูเคยอยู่ถูกบุกรุก การขยายตัวของชุมชนเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว มีโครงการ ก่อสร้างบ้านเรือนทับแหล่งที่งูเคยอยู่ หรือมีโพรงงูใต้บ้านงูเข้าไปอาศัยได้ ทำให้งูมีการขยายพันธุ์เพิ่ม มากขึ้น

รอง ผอ.ศปภ.กล่าวอีกว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อจับงูได้แล้วหากเป็นงูมีพิษ จะนำส่งสถานเสาวภา สภากาชาดไทย แต่เป็นงูไม่มีพิษมีขนาดใหญ่ อาทิ งูเหลือม งูหลาม จะนำส่งกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการปล่อยในป่าใหญ่ ส่วนงูขนาดเล็กไม่มีพิษไม่ก่อให้เกิด อันตราย เช่น งูแสงอาทิตย์ งูเขียวปากจิ้งจก งูกินปลา ศปภ.จะถูกนำไปปล่อยในป่าตามแนวชานเมืองกรุงเทพฯ

ด้าน น.สพ.ชิษนุ ติยะเจริญศรี สัตวแพทย์องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ รองประธานมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เดิมในพื้นที่ภาคกลาง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีการเกษตร ปลูกผัก ปลูกข้าว และทำสวน ทำให้เป็นแหล่งอาศัยของงูนานาชนิดมากที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และใต้พื้นดินมีโพรงงูอยู่มากมาย เมื่อมีความเจริญ เมืองถูกขยายตัวถูกพัฒนาเป็นคฤหาสน์ และบ้านเรือนเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่พักอาศัย กลายเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของหนูอาหารโปรดของงู แม้ว่าเมืองจะมีการขยายตัว แต่ใต้ดินยังคงมีโพรงงูอยู่ เมื่อมีปัจจัยสำคัญของอาหารเป็นตัวยั่วยุดึงดูดงูเจ้าถิ่นอาศัยอยู่ใต้โพรงออกมาหาอาหารเข้าบ้านคน เช่น งูเหลือม งูหลาม หรืองูเห่า มีการแพร่พันธุ์เพิ่มมากขึ้น งูเหลือม งูหลาม หรืองูเห่า มีอายุยาว 20 ปีขึ้นไป สำหรับงู 1 ตัว สามารถออกไข่ได้ปีละครั้ง ครั้งละ 20-30 ฟอง จนทำให้งูขยายแหล่งอาศัยวงกว้างอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯได้อย่างรวดเร็ว

รองประธานมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ส่วนงูที่จับได้ควรนำไปปล่อยในพื้นที่ป่า และตามจำนวนที่เหมาะสม เพราะหากปล่อยมากไป ส่งผลให้งูไปทำลายเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศความสมดุลของธรรมชาติป่านั้น สุดท้ายสัตว์ประจำถิ่นจะถูกงูกินสูญพันธุ์หมด ดังนั้น วิธีป้องกันทุกบ้านควรทำความสะอาด และลดปริมาณหนู หากไม่มีแรงจูงใจ หรืออาหาร งูก็จะทำลายกินกันเอง หรือย้ายถิ่นไปหาพื้นที่มีอาหารแห่งอื่น