วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำป่าทะลัก ซัดฟาร์มไก่ชน ตาย50ตัวมูลค่านับล้าน

น้ำป่าไหลหลากเชียงรายซัดฟาร์มไก่ชนตายกว่า 50 ตัว สูญเงินนับล้าน เจ้าของฟาร์มเข่าทรุดแทบหมดตัว ส่วนพ่อเฒ่าวัย 70 ปี ขนของหนีน้ำถูกไฟช็อตดับ กาฬสินธุ์น้ำท่วมอยู่ 5 อำเภอไร่นาเสียหายนับแสนไร่ อ่างทองประกาศเตือนให้ชาวบ้านเฝ้าระวังน้ำเหนือ ส่วนกรมศิลปากรเตรียมป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานในอยุธยา ขณะที่กรมอุตุฯ แจ้งมีร่องมรสุมผ่านยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องชาวบ้านเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ฝนตกหนักทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาดอยนางนอน ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านป่ายางใหม่ หมู่ 4 และบ้านป่าเหมือด หมู่ 8 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ทหารและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพรหมวิหาร และกู้ภัยสยามรวมใจ ช่วยชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ขณะที่นายเต็งลิ ก้าวพัฒนกิจ อายุ 70 ปี ชาวบ้าน ต.เวียงพางคำ น้ำท่วมบ้านอย่างรวดเร็วระดับสูงถึงปลั๊กไฟ นายเต็งลิไปดึงปลั๊กไฟถูกไฟฟ้าดูดจนหมดสติ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจเข้าช่วยนำส่งโรงพยาบาลแม่สาย แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแม่สายตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย

ส่วนที่ซุ้มไก่ชนเพชรไม้เหมือด ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงไก่ชนที่มีชื่อของ อ.แม่สาย น้ำไหลเชี่ยวขนย้ายไม่ทันทำให้ไก่ชนจมน้ำตายกว่า 50 ตัว ด้านนางมะลิวรรณ ทรายคำ อายุ 26 ปี เจ้าของซุ้มไก่ชน เปิดเผยว่า น้ำป่าไหลมาเร็วมากระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ไก่ชนที่เลี้ยงไว้มีราคาตั้งแต่ตัวละ 30,000-400,000 บาท ความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท เงินที่ลงทุนสูญหายแทบจะหมดตัว ขณะเดียวกัน น้ำป่าได้ไหลทะลักออกมาท่วมถนนพหลโยธิน จากบ้านน้ำจำ ต.โป่งผา ไปถึงสี่แยกบายพาสแม่สาย-เชียงแสน บ้านป่ายางใหม่ ต.เวียง–พางคำ เป็นระยะทางยาว 3 กม. บางจุดน้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร ต้องปิดถนนขาขึ้น

ที่ทุ่งนาพื้นที่ลุ่มบ้านใหม่กรุงทอง หมู่ 11 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก น้ำจากแม่น้ำยมสายหลักที่ไหลผ่านมาทางประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ ต.กง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ยังคงเอ่อล้นท่วมทุ่งนาที่เก็บเกี่ยว ชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตออกมาจับปลาขายแทนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นายแรม สบายจิต อายุ 63 ปี ชาวบ้านบางแก้ว หมู่ 3 ต.ท่านางงาม เปิดเผยว่า ชาวนาทุกคนเข้าร่วมโครงการบางระกำโมเดล 60 ที่ชลประทานและภาครัฐ ภาคประชาชน ปรับปฏิทินทำนาให้เร็วขึ้น ทางชลประทานจัดสรรน้ำมาให้ในคลอง และเริ่มทำการเพาะปลูกในวันที่ 1 เม.ย.2560 เพื่อจะเก็บเกี่ยวให้เสร็จในเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ก่อนที่น้ำจะมาท่วม น้ำจะท่วมขังนาน 2-3 เดือน ก่อนที่ชาวนาจะเริ่มทำนาปรังรอบใหม่อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม แต่ว่าปีนี้ฝนตกชุก และน้ำมาเร็วมาก คาดว่าปีนี้น้ำจะท่วมทุ่งนานถึง 3เดือน ด้วยวิถีชีวิตของชาวบ้านตำบลท่านางงาม รวม
ทั้งตำบลอื่นๆใน อ.บางระกำ เมื่อยามน้ำท่วมก็จะปรับเปลี่ยนอาชีพเป็นชาวประมงออกหาปลาเพื่อสร้างรายได้เสริม

จ.กาฬสินธุ์ เกิดฝนตกหนักทำให้จุดที่น้ำท่วมยังทรงตัวระบายได้ช้า อีกทั้งแม่น้ำชียังหนุนสูงทำให้น้ำในลำน้ำปาวและลำน้ำพานระดับน้ำลดช้าลง ด้านนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ระดับน้ำในเขื่อนลำปาวลดการระบายน้ำจากเดิมวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร มาตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. พบว่าระดับน้ำในลำน้ำปาวและลำน้ำพาน เป็นลำน้ำที่รับน้ำมาจากเขื่อนลำปาวระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงนี้กลับมีฝนตกลงมาอีกครั้ง ทำให้พื้นที่ที่เคยน้ำท่วมขังระดับน้ำก็ยังทรงตัว ยังมีผู้อพยพอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 52 ครอบครัว พื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมนานนับเดือนจมน้ำเสียหายกว่า 130,000 ไร่ พื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอยู่อย่างใกล้ชิด

จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งขยายวงกว้าง หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมวลน้ำจากภาคเหนือ ส่งผลกระทบให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมติดคลองโผงเผง นอกแนวเขตคันกั้นน้ำ 224 หลังคาเรือน ล่าสุดแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับอยู่ที่ 7.14 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,466 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประสบภัยน้ำท่วม 3 อำเภอ ประกอบด้วย ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ บ้านเรือนเสียหาย 103 หลังคาเรือน และ ต. บางเสร็จ 1 ครัวเรือน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก เสียหาย 224 หลังคาเรือน ต.จำปาหล่อ อ.เมืองอ่างทอง เสียหาย 11 หลังคาเรือน ทางจังหวัดอ่างทองประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมนำเรือแจกจ่ายประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางเข้าออกบ้าน

นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบในพื้นที่ 6 อำเภอ 76 ตำบล ประกอบด้วย อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร และอ.บางบาล บ้านเรือนเสียหาย 16,049 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 4,500 ไร่ วัด 6 แห่ง โรงเรียน 7 แห่ง มัสยิด 1 แห่ง เจ้าหน้าที่สำนักงานกรมชลประทานที่ 12 เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชุมชนพื้นที่ท้ายน้ำ ริมแม่น้ำน้อย อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางบาล จ.พระนคร-ศรีอยุธยา สำหรับพื้นที่นาลุ่มต่ำในคันกั้นน้ำชลประทาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวได้หมดไม่เกินวันที่ 15 ก.ย.นี้

ขณะที่ น.ส.สุกัญญา เบานิด ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า กรมศิลปากรเตรียมป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ วัดธรรมาราม วัดไชยวัฒนาราม หมู่บ้านโปรตุเกส และโบราณสถานป้อมเพชร ตั้งกระสอบทรายมาตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. เพราะปีนี้น้ำเหนือมาเร็วกว่าที่กำหนด ส่วนที่วัดกษัตราธิราช-วรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำเข้าท่วมวัดแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมชั้นในสูง 1.5 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 26-29 ส.ค. ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ส่วนในช่วงวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทั้งนี้พายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) ปกคลุมบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 27-28 ส.ค. ในระยะแรกพายุยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่เมื่อพายุนี้เคลื่อนเข้าใกล้ประเทศเวียดนามตอนบนจะทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่