วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯ จี้กรมที่ดินเพิกถอน ส.ค.1 บินรุกเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย

กรมอุทยานฯ จี้กรมที่ดิน เร่งเพิกถอน ส.ค.1 บิน รุกเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง 136 ฉบับ เนื้อที่ 4,500 ไร่ หลังแจ้งดำเนินการไปแล้วแต่ล่าช้า

วันที่ 26 ส.ค.60 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยกรณีนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีกลุ่มนายทุน นักการเมือง และข้าราชการผู้มีอิทธิพล เข้าไปบุกรุกถือครองที่ดินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถึง 7 หมื่นไร่ ซึ่งได้ยื่นขอเพิกถอนไปยังกรมที่ดิน แต่การเพิกถอนเป็นไปอย่างล่าช้าว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ได้รับการประกาศจัดตั้งตามกฎหมาย เมื่อปี 2518 ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 948 ของโลก มีเนื้อที่ 285,625 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช ดังนั้นการขอออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย สามารถกระทำได้โดยวิธีเดียวคือ ผู้นั้นจะต้องมีหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น สค.1 นส. 3 และในการออกเอกสารสิทธิจะต้องดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) โดยให้มีคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย อันได้แก่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่ดิน แต่จากการตรวจสอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ

ในเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ 2 ประเภทคือ มีการนำ สค.1 จากที่อื่นมายื่นขอฯ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า สค.บิน และอีกประการคือ การประกาศเดินสำรวจรังวัด ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ไม่สามารถดำเนินการเดินสำรวจได้

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้ประสานไปยังกรมที่ดิน เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิเหล่านั้น โดยในช่วงแรก เมื่อปี 2548 ได้ตรวจพบการออกเอกสารสิทธิที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายและนำไปสู่การเพิกถอนแล้ว โดยสรุป ดังนี้

1. ได้ดำเนินคดี สค.1 ปลอม จำนวน 33 ฉบับ เนื้อที่ 1,523-1-00 ไร่ ท้องที่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และดำเนินคดี สค.1 ผิดตำแหน่ง (สค.1บิน) จำนวน 10 ฉบับ เนื้อที่ 317-3-00 ไร่ ท้องที่ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

2. ได้เพิกถอน นส. 3 ก ที่ออกโดยมิชอบ จำนวน 30 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,313-1-00 ไร่ ท้องที่ ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา จำนวน 15 ฉบับ เนื้อที่ 600-2-00 ไร่ ท้องที่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จำนวน 15 ฉบับ เนื้อที่ 712-3-00 ไร่ ตามคำสั่งกรมที่ดินที่ 3005/2547 ลงวันที่ 1 พ.ย.2557 ที่ 2932 /2548 ลงวันที่ 25 พ.ย. 2548 ที่ 2175/2547 ลงวันที่ 30 ส.ค. 2547 และที่ 1089 /2547 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2547 ซึ่งเป็นการออกโดยการใช้ ส.ค.1 ไม่ถูกต้องสอดคล้องกับพื้นที่จริง (สค.1 บิน) และไม่ดำเนินการตามกฎกระทรวงที่ 43 (พ.ศ. 2537) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

นายธัญญา กล่าวอีกว่า ต่อมาในปี 2553 ได้มีหนังสือแจ้งกรมที่ดิน เพื่อขอให้ดำเนินการเพิกถอนฯ อีกจำนวน 136 ฉบับ เนื้อที่ 4,500 ไร่ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ายังไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินในส่วนนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ยังมีเอกสารสิทธิที่อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ อีกประมาณ 3,000 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 7 หมื่นไร่ ซึ่งกรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งรัดการดำเนินงานมาโดยตลอด โดยออกคำสั่งให้มีการจัดตั้งสำนักงานตรวจสอบ พิสูจน์ การถือครองหนังสือแสดงสิทธิที่ดิน ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ขึ้นเป็นการเฉพาะ

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่ นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์เสนอให้มีการใช้ ม.44 เพื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เข้าใจว่าคงเป็นความปรารถนาดีของนายนริศ ที่ต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มข้น เอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในครั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอน้อมรับความคิดเห็นนี้ จะสั่งการให้มีการเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจะเร่งรัดการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ขั้นตอนการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที