วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยาบ้า-ยาเคของใคร? ร่วม 5 แสนเม็ด โยนถุงดำทิ้งให้ลูกค้าย่านรามอินทรา

รอง ผบช.น.แถลงจับ “อั้ม แซ่เล้า” นักค้ายาบ้ารายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้าร่วม 500,000 เม็ด ยาเคอีก 580 ขวด หลังขับรถโยนถุงดำทิ้งข้างทางให้กับลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในย่านรามอินทราและฝั่งธนบุรี

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 ส.ค.60 ที่ กก.สส.บก.น.3 พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผบก.น.3 พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำะงษ์ ผกก.สส.บก.น.3 พ.จ.ท.ปัญญา ดำเล็ก รองผกก.สส. พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ สว.สส. และตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ร่วมแถลงการจับกุมนายพรเลิศ หรืออั้ม แซ่เล้า อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190/169 ซอยพุทธบูชา 36 แยก 8 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 466,000 เม็ด ยาเคตามีนชนิดน้ำ 580 ขวด รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นบริโอ้ สีเทา ทะเบียน ฑท6376 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์สีขาว ทะเบียน 6กก2597 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 99/218 หมู่บ้านกลางเมืองกัลปพฤกษ์ ซอยศาลธนบุรี แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายพรเลิศมีพฤติกรรมลักลอบส่งยาเสพติดบริเวณถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยใช้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นบริโอ้ สีเทา เป็นประจำ จึงได้ประชุมวางแผนและจัดกำลังไปซุ่มดูบริเวณดังกล่าว จนเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 25 ส.ค. พบรถเก๋งตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับขับมาจอดอยู่ริมถนนเลียบทางด่วนรามอินทราและได้วางถุงดำทิ้งไว้ก่อนขับรถออกไป เจ้าหน้าที่จึงขับรถติดตาม ต่อมาเวลา 02.50 น. วันที่ 26 ส.ค. นายพรเลิศได้ขับรถเข้าไปจอดหน้าบ้านพักภายในหมู่บ้านกลางเมืองกัลปพฤกษ์ ก่อนเดินออกมาพร้อมถือถุงพลาสติกสีดำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 50 มัดอยู่ในถุงพลาสติกดังกล่าว จากการตรวจค้นในบ้านพักพบยาบ้าและยาเคจำนวนมาก

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายพรเลิศให้การรับสารภาพว่าทำมานานแล้ว โดยไม่ได้ประกอบอาชีพใด ทำหน้าที่ส่งยาเสพติดอย่างเดียวให้ลูกค้าย่านรามอินทราและฝั่งธนบุรี โดยรับคำสั่งจากนายเฮีย สัญชาติพม่า ก่อนหน้านี้เคยได้ค่าจ้างในการส่งยาเสพติด 180,000 บาท ส่วนครั้งนี้ได้รับการว่าจ้างอีก 1 แสนบาท ซึ่งเงินที่ได้ไว้ใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดเสพ ก่อนถูกจับกุมในที่สุด จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับในคดีเสพยาเสพติดในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน

เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งบช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป.