วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่ร่ำไห้กอดศพ ‘น้องบี’ สาวตกตึกบาห์เรน คาใจเหตุตาย เชื่อนายหน้าเอี่ยว

แม่ร่ำไห้กอดศพ "น้องบี” สาวไทยตกตึกที่บาห์เรน ยังคาใจสาเหตุการตาย เชื่อนายหน้าที่หลอกลูกสาวไปค้าประเวณีมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่นิติเวชชี้กระโดดเอง ไม่พบว่าถูกทำร้ายร่างกาย ด้าน “ปวีณา” มอบเงินหมื่นห้าช่วยเหลือค่าทำศพ พร้อมประสานตำรวจ ปคม.ขยายผลร่วมขบวนการ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางบุญวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี มารดา พร้อมญาติ น.ส.เกตนิภา หรือบี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สาวไทยถูกหลอกไปค้าประเวณีประเทศบาห์เรน ก่อนตกตึกเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า มารดาร้องไห้ไม่หยุดเสียใจต่อการจากไปของบุคคลในครอบครัว มีการจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเชิญดวงวิญญาณและนำพวงมาลัยมาวางบนร่างไร้วิญญาณก่อนนำศพไปบำเพ็ญกุศลพิธีทางศาสนา

นางปวีณา กล่าวว่า วันนี้มาติดตามผลชันสูตรเบื้องต้น จากการพูดคุยกับ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร. กล่าวว่า กระดูกเชิงกรานแตก ขาหักเป็นท่อนๆ ทั้ง 2 ข้าง อวัยวะภายในฟกช้ำจากคาดว่าเกิดจากการกระโดดมากกว่าการถูกจับโยนลงมา ไม่พบว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยเมื่อตกลงมาแล้ว หญิงสาวยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะมีร่องรอยผ่าตัดบริเวณรักแร้ซ้าย เพื่อนวดหัวใจ และเจาะหลอดลม ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตของแพทย์ที่บาห์เรน ส่วนอวัยวะเพศไม่พบความรุนแรง ซึ่งผลโดยละเอียดต้องรอการตรวจสารพิษในร่างกายกับน้ำดี คาดว่าใช้เวลา 3-4 วัน จึงจะทราบผลที่แน่ชัด ทั้งนี้ได้ประสานขอผลการชันสูตรจากตำรวจบาห์เรนมาสนับสนุน เพื่อสรุปผลการเสียชีวิตที่แน่ชัด

นางปวีณา กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งผู้ที่ชักชวนน้องบีให้ไปทำงานที่บาห์เรน ได้ถูกทางการจับกุมไว้ที่ประเทศบาห์เรนแล้วในข้อหาค้าประเวณี จึงได้ประสาน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม.ให้เร่งตรวจสอบว่ามีผู้ใดร่วมขบวนการอีกหรือไม่ และทางมูลนิธิฯ ได้มอบเงิน 15,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าทำศพ

นางบุญวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ติดใจสาเหตุการตายของลูกสาวแล้ว แต่ยังคงเชื่อว่านายหน้าที่พาบุตรสาวไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตและก็ไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะฆ่าตัวตายโดยไม่มีเหตุผล แต่อาจเพราะความเครียดจากการถูกบังคับ กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ โดยบุตรสาวเคยบอกว่าหากไม่ทำตามก็จะถูกรุมทำร้าย ก่อนที่น้องบีจะเสียชีวิตได้ส่งข้อความมาพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ว่า ไม่ไหว กลัวจะโดนทำร้าย ไม่กล้ากินข้าวหรือน้ำเพราะกลัวโดนวางยา อยากกลับบ้าน เมื่อพยายามสอบถามน้องบีไม่ได้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะส่งข้อความมาบอกว่า "ชาติหน้ามีจริงเราคงได้เป็นแม่ลูกกัน" กระทั่งมาทราบว่าลูกสาวเสียชีวิต

นางบุญวัฒน์ เปิดเผยว่า ปกติน้องบีทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกชักชวนจากคนที่ทำงาน ให้ไปทำงานต่อที่ประเทศบาห์เรน โดยส่วนตัวไม่เคยเจอนายหน้าที่พาไป แต่น้องบีก็ส่งรูปมาให้ดูอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่านายหน้าคนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องอย่างแน่นอน และไม่คิดว่าน้องบีจะฆ่าตัวตายโดยไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ตนจะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดช่องกุ่ม ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นเวลา 3 วัน ก่อนฌาปนกิจต่อไป.