วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีเรือใดกล้าผ่าน! ย้อนตำนานคุก ‘ตะรุเตา’ เกาะนรกนักโทษการเมือง!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 80 ปีก่อน กับตำนานของเรือนจำประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวขานกันมาอย่างยาวนานกับ “คุกนรก เกาะตะรุเตา”...

เมื่อพุทธศักราช 2479 รัฐบาล ณ ขณะนั้น มีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ สำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษการคดีอุกฉกรรจ์ และนักโทษการเมือง เพื่อใช้เป็นสถานที่กักขังและฝึกฝนอาชีพไปในตัว เกาตะรุเตา จังหวัดสตูล จึงถูกเลือกจัดตั้งนิคมดังกล่าว โดยมีหัวหน้านิคมคนแรกคือ นายทองไท ทวีกาญจน์ ร่วมมือกับหลวงพิธานทัณฑทัย ผู้ดูแลนิคม

ด้วยความที่เป็นเกาะใหญ่อยู่กลางทะเลลึกห่างไกลฝั่ง ในทะเลชุกชุมไปด้วย “ฉลาม” ตามคลองมี “จระเข้” ไม่ค่อยมีเรือแล่นผ่าน ทะเลมีคลื่นจัด ลมแรง เป็นกำแพงคุกธรรมชาติป้องกันการหลบหนีอของนักโทษได้อย่างดียิ่ง

คณะสำรวจของกรมราชทัณฑ์และนักโทษผู้มีความประพฤติดีบางส่วน ถูกส่งเข้ามาบุกเบิกจัดสร้างอาคาร ที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนของนักโทษ และโรงฝึกอาชีพขึ้น บริเวณอ่าวตะโละวาวและตะโละอุดัง กระทั่งเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ชุดแรกจำนวน 500 คน ก็ถูกส่งมายังตะรุเตาในปี พ.ศ.2481 และทยอยส่งเข้ามาเรื่อยๆ ในเวลาต่อมา

เมื่อความสำเร็จที่ทำให้ผู้มีสันดานเป็นโจร ทำมาหากินร่วมกันจนเป็นนิคมได้ เช่นนั้น ตะรุเตาจึงขยายบทบาทให้รับนักโทษการเมืองเข้าไปอีก

จากนั้น ในปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมืองจำนวน 70 คน มายังตะรุเตา โดยควบคุมอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง นักโทษการเมืองเหล่านี้เป็นกลุ่มนักโทษจากกบฏบวรเดช และอีกส่วนเป็นกลุ่มกบฏนายสิบ ซึ่งนักโทษการเมืองเหล่านี้ มีพื้นฐานต่างกันจากนักโทษอุกฉรรจ์กลุ่มแรกโดยสิ้นเชิง เพราะมีทั้งนักการเมือง เชื้อพระวงศ์ และผู้มีระดับการศึกษาสูงจากต่างประเทศ ซึ่งอดีตเคยอยู่ในแวดวงการเมือง การทหาร เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ และนักคิดนักเขียนชั้นนำของประเทศ

เมื่อมีความคิดเห็นขัดแย้งกับแนวทางของรัฐบาล ซึ่งคณะราษฎรปกครองอยู่ จึงเกิดการทำรัฐประหารกันขึ้น เมื่อรัฐบาลชนะ อีกฝ่ายจึงตกอยู่ในฐานะกบฏแห่งราชอาณาจักร ผู้ก่อการถูกจับกุมหลายคน และจองจำที่เรือนจำบางขวาง ก่อนจะถูกส่งต่อมายังเกาะตะรุเตา โดยให้อยู่อาศัยในพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ที่มีธงแดงปักบอกบริเวณ เพื่อไม่ให้ปะปนกับนักโทษประเภทอื่น

เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 4 ปี คือวันที่ 21 เมษายน 2486 ก็ได้มีการย้ายนักโทษการเมืองไปคุมขังที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีแทน นับว่าสิ้นสุดเรื่องราวของนักโทษการเมืองที่เกาะตะรุเตา แต่ตะรุเตายังไม่หมดชื่อเสียง เพราะนักโทษประเภทอื่นที่ไม่ได้ย้ายไปเกาะเต่าเหมือนนักโทษการเมืองนั้น ต่างพร้อมใจกันเป็นโจรสลัด

เริ่มจากคนกลุ่มน้อย แล้วก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ กระทั่งเจ้าหน้าที่ก็เข้าร่วมเป็นโจรไปด้วย เพราะเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น ความขัดสนเกิดขึ้นทั่วในภูมิภาคแถบนี้ เกาะตะรุเตาจึงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เกิดความอดอยากล้มตาย จนเกิดโจรตะรุเตา ออกปล้นสะดมเรือที่ผ่านไปมา เป็นที่หวาดหวั่นของนักเดินเรือเป็นอย่างยิ่ง จนแทบจะไม่มีเรือสินค้ากล้าล่องผ่านย่านนี้

ความเหิมเกริมของโจรสลัดแห่งตะรุเตามีมากขึ้น จนกระทั่งไปปล้นเอาเรือที่กำลังเดินทางไปติดต่อกับอังกฤษที่แหลมมลายูเข้า ร้อนถึงอังกฤษที่ปกครองมลายู จึงต้องทำหนังสือถึงทางการไทย ขออนุญาตส่งกองกำลังยกพลขึ้นบกที่เกาะตะรุเตา ปราบปรามโจรสลัดตะรุเตา จนราบคาบหมดสิ้นในวันที่ 21 มีนาคม ปี 2489 ในที่สุดทางการก็ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา นรกตะรุเตาจึงปิดฉากลงในปี 2491

นับเป็นการปิดม่านวันคืนแห่งฝันร้ายของเกาตะรุเตาลงอย่างสิ้นเชิง...