วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีเอ็มจัดทัพใหม่

ถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวที่น่าสนใจ

สำหรับ ค่ายเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอ็ม บิ๊กเบิ้มแห่งโลกรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา

ในการจัดทัพใหม่รุกตลาดอาเซียน ด้วยการควบรวมโครงสร้างธุรกิจทั้งหมดทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยหวังเพิ่มยอดขายของรถเชฟโรเลต แบรนด์หลักของจีเอ็มที่ลุยตลาดภูมิภาคนี้ และความสามารถในการสร้างผลกำไรที่ดียิ่งขึ้น

“สเตฟาน จาค็อบบี” รองประธานบริหารของจีเอ็ม และประธานกรรมการจีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จีเอ็มจึงได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับตลาด

ด้วยการพัฒนาให้จีเอ็มเป็นค่ายรถที่มีแบบแผนและเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยจีเอ็มยังมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการจากธุรกิจ และมีการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว ซึ่งรวมถึงการดำเนินธุรกิจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับจีเอ็ม เราผลิตยานยนต์มากมายหลายรุ่นในภูมิภาคนี้ รวมทั้งรถกระบะและรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ได้รับรางวัลต่างๆซึ่งผลิตที่โรงประกอบรถยนต์ของจีเอ็มใน จ.ระยอง ประเทศไทย ทั้งนี้ เชฟโรเลต รุ่นโคโลราโด และรุ่นเทรลเบลเซอร์ ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งกับตลาดเหล่านี้และตลาดส่งออก”

ในโครงสร้างใหม่นี้ จีเอ็มได้แต่งตั้ง “เอียน นิโคลส์” เป็นประธานกรรมการจีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยจะประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร

ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์เกือบ 3 ทศวรรษของ “เอียน นิโคลส์” รวมถึงการทำงานกับจีเอ็มมานานกว่า 27 ปี จีเอ็มเชื่อว่าเขาจะนำประสบการณ์มากมายในด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์ การขาย และการตลาดมาใช้กับตำแหน่งใหม่นี้

“ภายใต้การบริหารของเอียน เราจะควบรวมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจให้เรียบง่าย เพื่อพัฒนาการบริการแก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์เชฟโรเลตและเพิ่มยอดขาย”

การที่จีเอ็มมีผู้นำระดับภูมิภาคเพียงคนเดียว พร้อมทีมผู้บริหารใหม่ทั้งหมด แทนการมีกรรมการผู้จัดการถึง 4 คน จะช่วยให้สามารถบริหารงานในโครงสร้างธุรกิจที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมการบริหารธุรกิจในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ตลอดจนตลาดผู้จัดจำหน่ายต่างๆ ภายใต้วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ระดับภูมิภาคภายในหนึ่งเดียว

ทั้งนี้ โครงสร้างธุรกิจแบบควบรวมจะช่วยให้จีเอ็มสามารถพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถได้ในระดับภูมิภาค สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เร่งกระบวนการตัดสินใจ และลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ล่าช้า

การผนวกรวมโครงสร้างธุรกิจยังทำให้จีเอ็มสามารถยกระดับการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการแก่ลูกค้าที่ดีที่สุด พร้อมกับทำให้ธุรกิจของจีเอ็มมีขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การมีฐานการผลิตที่มั่นคง มีทัศนคติของลูกค้าเชิงบวกต่อผลิตภัณฑ์ในทั่วภูมิภาค และธุรกิจส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง จะทำให้จีเอ็มอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการรับโอกาสเติบโตทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาเมน!!!

อัลคาโปน
motorwars@thairath.co.th