วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ประวิตร" รุก "ยานรก-อาวุธสงคราม" สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับสังคม

เป็นนโยบายสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหญ่และอาวุธสงครามอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับสังคม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด ทำงานหนักร่วมกันให้มากขึ้น

สืบสวน ขยายผล ติดตาม และจับกุม ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธสงครามรายใหญ่ มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับการฟอกเงินในธุรกิจบังหน้ารูปแบบต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

พล.อ.ประวิตร เรียก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หารือเกี่ยวกับเครือข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพล พัวพันการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม และค้ามนุษย์ ที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ประกาศเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดพฤติกรรมก่อนไร้อิสรภาพ

ก่อนหน้าให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลังตำรวจ 191 ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจท้องที่ ประสานกำลังทหารเข้าตรวจค้นเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวข้องซื้อขายอาวุธปืนสงคราม และยาเสพติดในสื่อออนไลน์ ส่งผ่านไปรษณีย์ กระจายส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ

นำกำลังตำรวจทหารเข้าตรวจค้นอาวุธปืน 19 ครั้ง ผู้ต้องหา 98 คน อาวุธปืนผิดกฎหมาย 165 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 8,902 นัด ส่วนประกอบอาวุธปืน 1,340 ชิ้น จับอาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงคล้ายอาวุธปืนจริง 81 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 76 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน 10 กระบอก กระสุนปืน 11,679 นัด

ปฏิบัติการ “ทวงปืนจากรังโจร” เข้าตรวจค้นแฟลต หอพัก ที่มีข้อมูล มีเป้าหมายเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความรุนแรงมาใช้เป็นสถานที่ซุกซ่อนอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิด และหลบซ่อนหลังก่อเหตุรุนแรง

เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่มอบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เป็นตัวหลักขับเคลื่อนร่วมกับ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี” และ “โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย”

ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยปราบปรามยาเสพติด CCDAC หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดออสเตรเลีย และ หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา DEA สกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ แหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ นำเข้าประเทศไทยทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกัดสารตั้งต้นใช้ผลิตยาเสพติด และ ยึดทรัพย์สิน

ตลอดช่วงหลายเดือน หน่วยงานความมั่นคงร่วมกันเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพล ตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประวิตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธสงคราม

ซึ่งเป็นบ่อนทำลายทั้งเสถียรภาพของสังคมและความมั่นคงของชาติ

ระหว่าง 1 ต.ค.2559 ถึง 15 ก.ค.2560 เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทุกฝ่ายได้ร่วมกันติดตามจับกุมผู้มีอิทธิพลรายสำคัญและยึดยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 156 ล้านเม็ด เฮโรอีน 360 กิโลกรัม ยาไอซ์ 3,900 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 8,700 กิโลกรัม โคเคน 5 กิโลกรัม ยาแก้ไอ 185,000 ขวด และใบพืชกระท่อม 13,500 กิโลกรัม

ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการจำนวนมาก และอายัดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนั้นยังกวาดล้างจับกุมอาวุธสงคราม อาวุธปืน กระสุน และวัตถุระเบิดได้จำนวนมาก มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 30,000 คน

นโยบายต่อเนื่องของ พล.อ.ประวิตร ที่เร่งรัดให้หน่วยที่เกี่ยวข้องงานด้านความมั่นคง กวาดล้างกลุ่มขบวนการผู้มีอิทธิพลค้ายาเสพติด และอาวุธสงคราม เป็นเป้าหมายหลักที่รัฐบาลหน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญ กำลังจับตาเครือข่ายและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์หรือช่วยเหลือสนับสนุน

รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นมากขึ้น สร้างสวัสดิภาพ และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับสังคม ให้ประชาชนได้มีเสรีภาพภายใต้กรอบกฎหมายที่ปราศจากการคุกคามจากผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกันไม่ยอมให้กลุ่มคนที่เอาเปรียบและทำลายสังคม สามารถฟอกตัวอยู่เหนือกฎหมายได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ที่ผ่านมาได้เน้นการจับกุมอาวุธสงครามและยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ในส่วนตำรวจได้ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ทลายแหล่งผลิตฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ลำเลียง และผู้จำหน่าย ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ในส่วนขบวนการค้าอาวุธปืน มีหลายกลุ่มอยู่ในเป้าหมายเร่งรัดจับกุมเพื่อไม่ให้นำมาใช้ในการสร้างความรุนแรง และให้ตำรวจ 191 ขยายผลจับกุมผู้ที่สั่งซื้ออาวุธปืนออนไลน์ส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ให้สืบสวนสกัดกั้น ไม่ให้นำมาใช้ก่อเหตุรุนแรง”

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “กลุ่มขบวนการผู้มีอิทธิพลพัวพันการค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม เป้าหมายหลักที่รัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้หน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามอย่างจริงจัง รัฐบาลจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อสร้างสวัสดิภาพเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับสังคม พล.อ.ประวิตรได้เตือนผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ หยุดและถอยห่างออกมา ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ขอบคุณประชาชนที่เชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น ร่วมกันให้ข้อมูลเบาะแสพฤติกรรมผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นผลให้เจ้าหน้าที่รัฐควบคุมและดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มอิทธิพลได้อย่างต่อเนื่องตลอดมา”

เป็นการเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหญ่และอาวุธสงครามของรัฐบาล ที่มีข่าวว่ามี “คนมีสี” เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้มีการขยายเครือข่าย จนต้องคาดโทษเพื่อให้ยุติบทบาท

จ่อเล่นงานเจ้าหน้าที่รัฐทั้งที่รับผลประโยชน์และหย่อนยาน.

ทีมข่าวอาชญากรรม