วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วงเวียนกรรมจำนำข้าว

กรรมของชีวิตต้องเดินตามรอย “พี่ชาย” อดีตนายกฯ หญิงไม่ไปศาลถูกออกหมายจับคดีจำนำข้าว คาดเผ่นนอกไปแล้ว จีทูจี ปลอมโดน “คุก” กันระนาว “บุญทรง-ภูมิ” คอตกเข้าเรือนจำ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เป็นอันรู้ผลคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดี “จำนำข้าว”

2 คดีวันเดียวกันคือปล่อยปละละเลยทำให้เกิดความเสียหายและทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ที่มีทั้งพลิกล็อกและไม่พลิกล็อก

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะมีการคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วเป็นไปตามนั้น กับที่ไม่ได้คาดการณ์แต่กลับเป็นพลิกล็อก

คดีจีทูจีนั้นศาลตัดสินว่ามีความผิดชัดเจน

“บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ จำคุก 42 ปี “ภูมิ สาระผล” อดีต รมช.พาณิชย์ โดนไป 36 ปี

กับพวกที่เหลือปรากฏว่าหลบหนีไป 2 คน ต้องออกหมายจับคนอื่นๆต่าง ก็ถูกจำคุกไล่เรียงกันไป และบางคนยกฟ้องไม่มีความผิด

แต่ที่หนักหน่อยก็คือ “อภิชาติ จันทร์สกุลพร” หรือ “เปี๋ยง” ที่ต้องจ่ายเงินให้รัฐ 16,900 ล้านบาท และจำคุก 48 ปี

เป็นอันว่าคดีนี้ชัดเจนไม่มีพลิกล็อก!?!

พูดง่ายๆว่าปิดประตูแพ้ และยังเกี่ยวเนื่องไปถึงคดีปล่อยปละละเลยทำให้เกิดความเสียหายอันมี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นจำเลยเพียงคนเดียว

การพัวพันความผิดประเด็นสำคัญ มีอยู่ 2 ประเด็น

1. เปิดเผยว่ามีการลงนามเอ็มโอยูแบบรัฐต่อรัฐในการขายข้าว

2.แต่งตั้งนายภูมิ สาระผล เป็นประธานอนุกรรมการระบายข้าวแบบจีทูจี

ถือว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เกี่ยวพันคดีอย่างแยกไม่ออก ดังนั้นที่จะหนีความผิดคงเป็นเรื่องยากยิ่ง คดีจีทูจีมีความผิดและมีโทษสูงมาก

เมื่อขมวดปมออกมาอย่างนี้จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม “จำเลย” จึงไม่ไปศาล และยังไม่รู้ว่าหลบไปอยู่ที่ไหน

จนมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะหนีไปต่างประเทศตามรอย “พี่ชาย”?

อดีตนายกฯหญิงไม่ได้ไปฟังคำพิพากษาของศาล แต่ได้ให้ทนายความไปยื่นหนังสือให้ศาล อ้างว่าไม่สบาย “น้ำในหูไม่เท่ากัน”

แต่ศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่าข้ออ้างไม่น่าเชื่อถือจึงให้ออกหมายจับ

จะมีการตัดสินอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย.60 หากจำเลยไม่มาก็จะมีคำพิพากษาลับหลัง ไม่มีการรออีกแล้ว

สังเกตให้ดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ข้อความถึงบรรดากองเชียร์ว่าให้รอฟังความอยู่บ้าน ไม่ต้องมาให้กำลังใจที่ศาล เพราะคงไม่มีโอกาสได้เจอกัน

อยู่ที่ว่าจะหายไปลับหรือจะไปตั้งหลักแล้วค่อยกลับมา ซึ่งมีความเป็น ไปได้ทั้ง 2 ทาง

ทางที่ 1 ไปตั้งหลักรอเพื่อใช้วิธี ล้วงหาข่าวว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร หากเป็นบวกก็จะกลับมาฟังด้วยตนเอง

ทางที่ 2 ไปแล้วไปลับ เพราะเชื่อว่า คำตัดสินจะออกมาเป็นลบ ยิ่งผลการตัดสินคดีจีทูจีออกมาอย่างนี้โอกาสจะเป็นบวกแทบไม่มี

แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดว่าสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่เมื่อยังไม่มีกฎหมายลูกออกมา จึงไม่รู้ว่ากระบวนการจะอย่างไร

ดีไม่ดีอุทธรณ์ไม่ได้หากผิดก็ต้องเดินเข้าคุก

หากเลือกทางหนีไม่มาฟังคำสั่งศาล ก็คงจะต้องหนีไปตลอดชีวิต เพราะกฎหมายใหม่มีข้อกำหนดว่าพิจารณาคดีลับหลังได้

คดีไม่มีหมดอายุความ

49 วันสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่ชีวิตต้องมาลงเอยแบบนี้!!!

“ลิขิต จงสกุล”