วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 27/08/60

โดย สีกาอ่าง

พระวัดสามปลื้ม พิมพ์เศียรโล้น วัดจักรวรรดิฯ.

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ด้วยธรรมะของ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว เชียงใหม่ ที่สอนว่า เรื่องราวเต็มโลก เต็มบ้านเต็มเมือง เราก็วางเสีย ละเสีย การละก็อยู่ที่กาย ที่ใจ ของตนเองนี่แหละ การหอบอดีต และอนาคต มาหมักไว้ในใจ ใจก็เป็นทุกข์ ให้ตัดออกให้หมด

พระสมเด็จพิมพ์เจดีย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม องค์นี้นำพระเก่า มาให้แฟนคลับที่เรียกร้องขอมา เพราะระยะหลังขาดแคลนพระสมเด็จ โดยเฉพาะ วัดระฆังฯ ที่มีแต่คนซื้อเก็บ

แปลก แต่จริง ที่ยิ่งมีคนเสนอราคาสูงลิ่ว บางองค์เกือบ ๑๐๐ ล้าน ยิ่งไม่ขาย เพราะตอนนี้ เจ้าของแทบทุกราย ล้วนเป็น “ตัวจริง” และรวยระดับเจ้าสัว ที่รู้ดีว่า “พระสมเด็จ” มีแต่มูลค่าเพิ่มเร็วกว่าทรัพย์สินอื่น อีกทั้ง ยังได้ความภูมิใจ ได้พุทธคุณ และใน
เมื่อไม่เดือดร้อน ก็ไม่ขาย

จึงทำให้ขาดแคลนพระสมเด็จ ขั้นวิกฤติ มีสิทธิ์ กลายเป็นพระใน มโน ที่ยากจะได้เห็น พระแท้องค์จริง เหมือนที่ผ่านมา ไม่นานคงได้เห็นแต่ภาพพระให้รุ่นหลังได้ศึกษา

อย่างองค์นี้ เป็นพระสภาพผ่านใช้ช้ำ เปลือกผิวล่อนลอก เปิดเห็นเนื้อในทั่วองค์ แต่ยังคงสภาพฟอร์มทรงองค์พระสมบูรณ์ให้พิจารณาว่าเป็น พิมพ์เจดีย์ เนื้อพระที่เปิดให้ส่องเห็นเนื้อใน มีมวลสารส่วนผสมก้อนขาว (ผงพุทธคุณ) เกล็ดแดง (เนื้อพระเมืองกำแพงเพชร) ก้านดำ (ก้านธูปเผาหรือผงกระดานชนวน) ชิ้นผ้าจีวรเหลือง ครบสูตรตามสเปกวัดระฆังฯเป๊ะ

รายการที่สอง เป็น พระพิมพ์เศียรโล้น กรุวัดสามปลื้ม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพระกรุพระเก่า เนื้อผงพุทธคุณ ที่มีชื่อเสียงคู่มากับ พระสมเด็จบางขุนพรหม

เชื่อกันว่าสร้างบรรจุไว้โดย เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แต่ในระยะต่อมาทางวัดค้นพบข้อมูลใหม่ ว่าสร้างบรรจุไว้โดย พระอาจารย์ช้าง พระอาจารย์พรหม พระเถราจารย์เรืองเวทย์ มีชื่อเสียงคนนับถือมาก จำพรรษาอยู่คณะกุฏิ ในสมัยพระธรรมานุกูล (ด้วง) เป็นเจ้าอาวาส เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๑๔ อยู่ในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง ร.๕

มีการค้นพบพระนี้ ๓ ครั้ง 2 ครั้งแรกเป็นการลักลอบ ไม่มีประวัติบันทึก

ถึงครั้งที่ ๓ เป็นการเปิดกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้พระจากพระเจดีย์องค์ที่ ๓ จำนวนมากถึงกว่า ๕๐,๐๐๐ องค์ แยกเป็นพิมพ์พระได้มากกว่า ๑๐ พิมพ์

แต่ละแบบ พิมพ์เป็นศิลปะพระสมัยรัตนโกสินทร์ รูปทรงรายละเอียดงดงามอย่างฝีมือ “ช่างหลวง” เนื้อพระส่วนใหญ่เป็นเนื้อผงพุทธคุณผสมผงปูนสีขาว ละเอียดแน่นหนึกนุ่มเป็นเงามันแบบเนื้อถั่วลิสง แต่เปราะ แตกหักง่าย--สีเนื้อขาวอมเหลือง (ลงรักปิดทอง) และยังมีชนิดเนื้อผงดำ เนื้อชินตะกั่ว จำนวนหนึ่ง

พระกรุวัดสามปลื้มถือเป็น พระกรุ ที่ยิ่งใหญ่ ยุคเริ่มแรกมีสนามพระ (ศาลอาญา) ราคาเล่นหาไล่หลัง พระสมเด็จกรุบางขุนพรหม แต่เพราะมีจุดอ่อน ที่เป็นพระเนื้อเปราะ แตกง่าย ทำให้ความนิยมลดลง ราคาหยุดนิ่งอยู่ที่ หลักหมื่น มาเป็นสิบปีแล้ว

ถ้าท่านผู้ชมเจอองค์งามๆ พิมพ์ยอดๆ สภาพเยี่ยมๆ อย่างองค์นี้ ให้รีบเก็บ ราคาแตะหลักแสนต้นๆก็คุ้ม เพราะมีประสบการณ์ชัดเจนด้านคุ้มครองป้องกันภัย เมตตามหานิยม แบบที่คนรุ่นเก่าบอกว่า “เชื่อขนมกินได้”

ตามมาด้วย พระพุทธชินราชปรกโพธิ์ กรุท่าเรือ ต.ท่าเรือ นครศรีธรรมราช ที่ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๖ ในกรุพระ วัดหัวมีนา กับ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดร้าง (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนนาฏศิลป์) อยู่ปนกับพระพิมพ์วงเขนพระตรีกาย และอื่นๆ

ลักษณะเป็น พระเนื้อดิน มีทั้งละเอียดและหยาบเผามีกรวดทรายปน ศิลปะสมัยอยุธยายุคต้น องค์พระประทับนั่ง ปางสมาธิเหนือฐานบัว ๒ ชั้นภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือซุ้มคลุมด้วยปรกโพธิ์ ตัดกรอบองค์ทรงสี่เหลี่ยม

ความสำคัญคือ เป็นพระเครื่องคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช ความนิยมระดับเดียวกับ พระกรุพระนังตรา มีพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินเงิน มีพบจำนวนน้อย

ต่อไปเป็น พระพุทธรูปบูชา ศิลปะสมัยเชียงแสน สิงห์ ๓ ขนาดหน้าตัก ๗ นิ้ว ของ เสี่ยพิภู ชัยชนะกุล กล่าวได้ว่าเป็น พระสร้างพิเศษ แบบทรีอินวัน ที่รวมเอาความงามของพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๑, ๒, ๓ ไว้เป็นหนึ่งเดียว

ดูจากพระพักตร์ สัดส่วน เส้นศิลป์ เนื้อโลหะเป็นแบบสิงห์ ๑ ส่วนฐานบัวเตี้ย แคบเป็นแบบสิงห์ ๒ และมีชายผ้าสังฆาฏิยาวจรดพระนาภีแบบสิงห์ ๓

อีกหนึ่งความพิเศษ คือเป็นพระสร้างแบบ เกศถอด ตามยุคสมัย จึงพบพลอยสีชมพู ที่เจ้าของหรือผู้มีศรัทธาบรรจุไว้ ติดอยู่ในพระเศียร แน่นแบบแกะออกยาก จึงถือเป็นความเฮงของเจ้าของคนใหม่

อีกรายการแปลกตา คือ มหาสังข์หน้าเหวัชระ ฐาน ๔ ขา เป็นเศียรพญานาค ขนาด ๒๘ ซม. เนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะ เขมร สมัยบายน

วัตถุมงคลศิลปะเขมรชนิดนี้ นิยมสร้างเป็นภาชนะใส่น้ำเทพมนต์ หรือเป็นเครื่องเป่า ใช้ในพิธีกรรมของ ลัทธิตันตระยาน อายุอยู่ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘

ในประเทศไทยมีการค้นพบได้ในเขตพื้นที่ใกล้ชายแดนกัมพูชา อาทิ ปราสาทพนมวัน จ.นครราชสีมา ลักษณะเป็นตัวหอยสังข์ เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ มีลวดลายเส้นศิลป์อย่างเขมร ปากสังข์ นิยมทำเป็นรูปองค์ เหวัชระ ในท่วงท่าร่ายรำ

อย่างองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยสมปอง หงษ์ศรีเมือง ที่พิจารณาได้ว่ามีความงามอย่างวิจิตร และที่สำคัญมีขนาดใหญ่พิเศษ วัดความสูงได้ถึง ๒๘ เซนติเมตร ไม่รวมฐานตั้ง ที่ทำเป็นเศียรพญานาค ๔ ขา เพื่อความเหมาะสมกับองค์สังข์ (ที่พบมากมีขนาดราว ๑๕-๑๖ ซม. ฐานมีเพียง ๓ ขา) จากภาพบอกได้ว่าเป็นงานประณีตศิลป์ชิ้นพิเศษ ถึงยุค ถึงศิลป์ ที่มีสภาพสมบูรณ์งดงามอย่างยิ่ง

เหวัชระ คือเทพผู้พิทักษ์ในคติพุทธมหายาน แบบ ตันตระ ซึ่งแพร่หลายอยู่ใน ทิเบต ภูฏาน จีน และเข้ามายัง เขมร ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗

โดยเทพผู้พิทักษ์ เรียกว่า “ยิ-ดัม” โดยลามะชั้นสูง จะมียิ-ดัม คอยปกปักรักษา มีหน้าที่คอยกำราบภูตผีปีศาจ มิให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น มีชื่อต่างๆกัน อาทิ เหวัชระ,คุหยสมาช, มหามายา, สังวร, กาลจักร, ชัมภละ

อีกรายการเป็น พระกริ่งตรีอ๋อง สร้างสมัยราชวงศ์ถัง ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ (พ.ศ.๑๓๔๙-๑๓๖๓) องค์นี้ของ MR.Dmitry Alex Bizc นักธุรกิจจากรัสเซีย เป็นชื่อใหม่ในสนามพระ

องค์พระอยู่ในสภาพสมบูรณ์เยี่ยมสุดยอด สร้างเป็นรูปแบบ พระตรีอ๋อง นักบวชจีนผู้บำเพ็ญตนเป็นผู้ทรงศีล บำรุงพระพุทธศาสนา (มหายาน) ที่มีต้นแบบเป็นรูปเหมือนอยู่ที่วัดหลงเมนยี่ ใกล้นครลกเอี๋ยง ประเทศจีน ฝีมือช่างมณฑลซัวไซ ที่มีชื่อเสียงในการเทหล่อสร้างพระพุทธรูป พระกริ่งเนื้อโลหะ อาทิ พระกริ่ง ใหญ่ พระกริ่งบาเก็ง พระกริ่งหนองแสฯ

พระกริ่งตรีอ๋อง เป็นการสร้างรูปหล่อพระเหมือนมนุษย์ครั้งแรก เผยแพร่เข้าสู่ประเทศไทยสมัยปลายกรุงสุโขทัยต้นสมัยอยุธยา ความนิยมในการแสวงหามีสูง เทียบได้กับพระกริ่งนอกทุกชนิด แต่เพราะจำนวนที่พบในประเทศไทย มีไม่ถึง ๒๐ องค์--อย่างองค์นี้ ราคาเปลี่ยนมือหมาดๆ จึงอยู่ที่สองล้านต้นๆ

เล่านิดนึง ราชวงศ์ถัง ปกครองประเทศจีนนานถึง 289 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.618 สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้จีนมาก ทั้งศิลปกรรม วัฒนธรรม และอีกหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านศาสนา

ในสมัยราชวงศ์ถัง พระเจ้าถังไท่จง ได้ให้สมณะ เหี้ยนจาง ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกมาจากชมพูทวีป ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการใช้ เส้นทางสายไหม และทำให้เกิดนิยายเรื่อง “ไซอิ๋ว” และหลังจากที่ สมณะเหี้ยนจาง รับปากไปอัญเชิญพระไตรปิฎกแล้ว ก็ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “พระถังซัมจั๋ง”

สุดท้ายคือ ตะกรุดลูกอมโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว นครปฐม ต้นตำรับ “ตะกรุดลูกอม” ที่ถ่ายทอดสู่ หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ

ถึงปัจจุบันที่ยังสร้างอยู่ คือ พระอาจารย์มหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ สมุทรสงคราม ลักษณะเป็นแผ่นทองตัดกว้าง เท่าความยาวใบมะขาม ความยาวเท่า ๗ ใบมะขามวางเรียง เรียก ๗ มะขามเรียง ลงจารอักขระด้วยลายมือ ม้วนแน่นเป็นลูกกลม คนพื้นที่เรียก ตะกรุดลานนาฬิกา ราคาค่า หลักแสน

อีกรายการเป็นพระสร้างดี พิธีขลัง หลวงพ่อดัง ที่กำลังกระหึ่ม คือ พระกริ่งรวยทันใจ รุ่นแรก หลวงพ่อพรหมา วัดยานนาวา กรุงเทพฯ ศิษย์ผู้สืบทอดวิทยาคม จาก หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ สุสานทุ่งมน จ.สุรินทร์ พระเกจิคณาจารย์แห่งอีสานใต้

ปีนี้ หลวงพ่อพรหมา มีอายุวัฒนมงคลครบ ๘๐ ปี จึงดำริจัดสร้าง พระกริ่งรวยทันใจ รุ่นแรก ใต้ฐานบรรจุเม็ดกริ่ง ปะปิดก้นโค้ดด้วย ยันต์นะเมติ นะโมพุทธายะ ให้มีพุทธคุณเด่น ด้านโชคลาภวาสนา เงินทอง ค้าขาย แคล้วคลาด เมตตามหานิยม

พุทธลักษณะเป็นรูปจำลองพระไภษัชคุรุ เทหล่อโบราณ องค์พระปางมารวิชัย สมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายทรงวัชระ พระหัตถ์ขวาวางพาดพระชานุ บนอาสนะบัว ๗ กลีบ พระเกศแบบบัวตูม ฐานพระเมาลีด้านหน้ารูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว พระศกเป็นก้นหอย

จัดสร้างน้อย ตอกโค้ดและหมายเลขกำกับทุกองค์ มีมวลสาร ช่อพระกริ่งเก่า สร้างแบบ พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และ พระกริ่งใหญ่ วัดสุทัศน์ สมเด็จพระสังฆราช (แพ)

พิธีพุทธาภิเษก จะมี ๒๙ ส.ค. ที่วัดยานนาวา แต่ลูกศิษย์ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง จองกันแล้ว จนบางรายการหมด--สอบถามได้ที่กุฏิ 15 08-6055-7113, 08-4899-9541, 08-9341-8111 หรือจองผ่าน ไลน์ไอดี pramaha59

ลาเดือนสิงหากันด้วย เรื่อง ลุงเข้ม ผู้อาวุโสแห่งอำเภอบ่อพลอย กาญจนบุรี วัย ๗๕ ขวบ ซึ่งเมียตายไปเมื่อ ๓ ปีก่อน

ไหนจะเหงา แถมถูกเพื่อนบ้านแซวแกมนินทาว่า ไม่มีน้ำยา เพราะไม่มีลูก เลยต้องอยู่คนเดียว แกก็รู้สึกเคือง แต่พยายามเก็บอาการ จนเมื่อปีก่อน ไปพบพระธุดงค์ดูดวง แนะนำให้ซื้อลอตเตอรี่ แกจึงซื้อชุดใหญ่ แล้วก็ถูกรางวัลจริงๆ เป็นรางวัลที่ ๓ ได้เงินเป็นล้าน เป็นที่ฮือฮา หลายคนเข้าไปถามว่าได้เลขดีมาจากไหน แกก็บอกไม่ปิดบังว่า พระให้

พอเงินมี สาวก็มา เลยได้เมียเด็กเป็นชาวพม่าหน้าตาสวย คนในหมู่บ้านก็คิดว่าแกต้องเล่นของขลังแน่ ก็ถามว่าลุงมีพระดีอะไร--ลุงเข้ม ก็บอกไม่ปิดบัง ว่าที่ใช้บูชาอยู่เป็น พระขุนแผนบ้านกร่าง

แต่ก็ยังมีคนนินทาว่า ดูไปเถอะ ไม่นานเมียเด็กต้องเลิก เพราะแกไม่มีน้ำยา ลุงเข้ม ได้ยินก็แอบเครียดอีก แต่ก็ยังเฉย จนอีก ๒ เดือน เมียเด็กก็มีอาการอาเจียนเช้าเย็น โดยมี ลุงเข้ม คอยดูแล ชาวบ้านผ่านไปมา ถามว่าเมียเป็นอะไร แกก็จะตอบเสียงดังอย่างภูมิใจว่าแพ้ท้อง

พวกช่างพูด รู้ข่าว ก็คิดว่าแกต้องมีของดีแน่นอน จึงเลียบๆเคียงๆถามว่า ครั้งนี้ลุงใช้ของดีอะไรวัดไหน หรือไปบนขอลูกหลวงพ่อ

ลุงเข้ม ตอบอย่างสะใจ ครั้งนี้ไม่ได้ใช้พระ แต่ใช้ของที่หมอให้มา คือไวอากร้า เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง