วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กยศ.เดินหน้าสู่ระบบดิจิทัลลดใช้เอกสาร

เตรียมแจงผู้กู้หลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ แนะให้ไปตามหมายศาล

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.จะ เตรียมเดินสายไปส่วนภูมิภาคเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายการให้กู้ยืมปีการศึกษา 2561 ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ โดยกฎหมายใหม่กำหนดลักษณะของผู้กู้ 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2.ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักต่อการพัฒนาประเทศ 3. ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนหรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ 4.เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ โดยปีการศึกษา 2560- 2561 จะให้กู้ยืมสำหรับ ผู้กู้ลักษณะ 1 และ 2 ส่วนผู้กู้ลักษณะที่ 3, 4 จะต้อง รอการกำหนดหลักเกณฑ์ก่อน คาดว่าจะเริ่มให้กู้ได้ ในปีการศึกษา 2562

ผู้จัดการ กยศ.กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกองทุนมีผู้กู้ยืมประมาณ 5 ล้านราย คิดเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กู้ยืมกว่า 5.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 1.1 ล้านราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.4 ล้านราย และผู้กู้ ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 6.7 แสนราย โดยการกู้ยืมปีการ ศึกษา 2560 กองทุนได้อนุมัติกรอบวงเงินให้กู้ยืม 34,800 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม 747,938 ราย แบ่งเป็นผู้กู้ยืมรายเก่า 497,938 ราย และรายใหม่ 250,000 ราย สำหรับผู้กู้ที่ผิดนัดชำระเงินคืนนั้น อยู่ระหว่างการฟ้องคดีผู้กู้ หากผู้กู้ ได้รับหมายศาลอย่าเพิ่งตกใจ ขอให้ไปตามที่ศาลนัดหมาย เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยและทำสัญญาประนี–ประนอมยอมความ ซึ่ง กยศ.เปิดโอกาสให้ผ่อนชำระได้อีก 9 ปีเต็ม แต่หากไม่ไปตามที่ศาลนัดหมาย ซึ่งปกติจะให้ไปพบภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ได้รับหมายศาล ศาลก็จะนัดสืบพยานและพิพากษาฝ่ายเดียว และมีแนวโน้มที่จะให้ชำระเงินคืนทั้งหมด
นายชัยณรงค์กล่าวด้วยว่า อนาคต กยศ.จะต้องพัฒนาเข้าสู่ระบบดิจิทัล เต็มรูปแบบ เนื่องจากขณะนี้ กยศ.มีเอกสารผู้กู้เก็บไว้จำนวนมาก และปัจจุบัน การทำสัญญายังใช้เอกสารอยู่ โดยผู้กู้รายหนึ่งจะใช้เอกสารสัญญากู้คนละ 1 แผ่น และปีหนึ่ง กยศ.ทำสัญญาผู้กู้ปีละ 7 แสนราย นอกจากนี้ ยังมีสำเนา บัตรประชาชนผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ดังนั้นปีๆหนึ่ง กยศ.มีเอกสารที่ต้องเก็บ ไม่น้อยกว่า 2 ล้านแผ่น รวมจนถึงขณะนี้มีไม่น้อยกว่า 20-40 ล้านแผ่น ต่อไป กยศ.จะปรับระบบให้การทำสัญญาเป็นระบบดิจิทัล เพื่อลดการใช้เอกสาร.