วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุตุฯเตือน 26-29ส.ค.มีฝนหนักทั่วทุกภาค

กรมอุตุฯเตือนช่วง 26-29 ส.ค. ฝนถล่มหนักทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่ลำปางน้ำป่าไหลบ่าท่วมกลางดึกหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับเมืองน่านถูกฤทธิ์น้ำป่าท่วมบ้านกว่า 10 หลังต้องขนย้ายข้าวของหนีกันอุตลุด ส่วนเมืองอ่างทองกับกรุงเก่า แม่น้ำเจ้าพระยารับน้ำเหนือทะลักท่วมหลายพื้นที่แล้ว

ฝนยังกระจายไปทั่วส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมโดยเมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค. ที่ชุมชนบ้านทุ่งฝางหมู่ 6 ต.บ้านค่า อ.เมืองลำปาง เกิดน้ำป่าไหลบ่าท่วมบ้านเรือนกว่า 10 หลัง สาเหตุจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ต่อมาทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ตำรวจ สภ.บ้านเอื้อม นายพลวัฒน์ นันตะกูล นายก อบต.บ้านค่า และชาวบ้านออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเฉพาะบ้านของนายศรีไชย กาตากูล อายุ 73 ปี ถูกน้ำป่าทะลักเข้าท่วมชั้นล่างของบ้านสูงเกือบ 50 ซม. และบ้านสบค่อม หมู่ 1 ต.บ้านค่า ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ทางฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว เบื้องต้นมีชาวบ้านได้รับผลกระทบ 30 ครัวเรือน

ที่ จ.น่าน ฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสมทบกับน้ำในลำน้ำเต๋ย จนล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน หมู่ 5 บ้านสันกลาง ต.และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน กว่า 10 หลังโดยเฉพาะบ้านอยู่ที่ริมแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 60 ซม. ชาวบ้านต้องระดมกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ครัวเรือน และพืชผลทางการเกษตรขึ้นที่สูง แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลแรงเชี่ยวกรากทำให้เก็บไม่ทันทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ภายหลัง พ.อ.อัศม์พงษ์ นิลพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.32 สั่งการให้ ผบ.ร้อย.ทพ.3206 นำกำลังช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ส่วนพื้นที่ อ.มะขาม อ.ขลุง และ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี สถานการณ์เริ่มคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นพื้นที่ลุ่มริมคลอง ตามสวนผลไม้บางแห่งยังมีน้ำเอ่อท่วม ขณะที่หมู่ 9 ต.วังสรรพรส อ.ขลุง เป็นอีกแห่งที่ยังวิกฤติ เนื่องจากมีน้ำป่าที่ไหลมาจากบ้านตกพรม คลองสะพานหิน น้ำตกคลองมะกอกและคลองสะโทย ไหลสมทบกับคลองเวฬุเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในสวนผลไม้ประมาณ 50 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 30-60 ซม. ถนนบางสายไม่สามารถสัญจรได้ คอสะพานบ้านตกบก ถูกกระแสน้ำพัดชำรุด ต้องปิดเส้นทางหวั่นเกิดอันตราย ซึ่งจุดที่วิกฤติทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำใกล้คลองเวฬุที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมเป็นประจำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ อบต.วังสรรพรส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร.ได้เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

ที่ จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ระดับลำน้ำปาวลดลงอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ระดับน้ำยังสูงโดยเฉพาะบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย กับบ้านหัวขวา บ้านหัวหนอง ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย กำลังทหารกองพลทหารม้าที่ 3 และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดรถรับ-ส่งนักเรียน ในช่วงตอนเช้า-เย็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจากน้ำยังท่วมถนน

ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ 1500 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองบางบาลและคลองบางหลวง มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไหลบ่าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอินและ อ.บางไทร เป็นรอบที่ 4 ส่งผลให้นาข้าวเสียหายหลายแห่งกว่า 10,000 ไร่ ขณะที่นายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ให้ชาวนาปลูกข้าวและนัดเก็บเกี่ยววันที่ 15 ก.ย.นี้พร้อมกันหมด ในพื้นที่ทุ่งลุ่มต่ำทั้ง 7 ทุ่ง ได้แก่ทุ่งป่าโมก ทุ่งบ้านแพน ทุ่งบางบาล ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งบางกุ้ง และทุ่งบางกุ่ม ตามแผนการปลูกข้าวเหลื่อมเวลาแต่กรมชลประทานกลับเร่งปล่อยน้ำลงมาชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวไม่ทันจึงอยากให้กรมชลกระจายน้ำไปทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกและลดการระบายน้ำลงเพื่อให้ชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จก่อนและที่วัดท่าดินแดง อ.ผักไห่ ถูกน้ำท่วมสูง พระต้องเดินลุยน้ำเข้าไปทำสังฆกรรมในโบสถ์ทุกวันแถมบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้ว 50 หลัง ตอนนี้ขาดทั้งอาหารและน้ำ จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วน

ส่วน จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทศบาลเมืองอ่างทองได้นำกระสอบทรายมาวางเสริมบันไดเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ต.ตลาดหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจสำคัญของจังหวัดอ่างทองและ ต.บางแก้ว ที่ตั้งศูนย์ราชการและโรงพยาบาลอ่างทอง โดยนายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง เผยว่า ได้วางแผนเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่งโดยการวางกระสอบทรายเสริมแนวแท่งปูนแบริเออร์ป้องกันน้ำทางขึ้นลงบันไดริมเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันเขตเศรษฐกิจและศูนย์ราชการไม่ให้ถูกน้ำท่วมได้ และที่ ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำจากแม่น้ำน้อยทะลักเข้าท่วมแล้ว 103 หลัง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า ช่วงวันที่ 26-29 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเล อันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง พายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) ปกคลุมบริเวณประเทศฟิลิปปินส์จะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 27-28 ส.ค. ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย