วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกฟ้องคดี ทัวร์ศูนย์เหรียญ '13จำเลย' เฮลั่น หลักฐานไม่ชัด

หลุดข้อหาอั้งยี่ พรบ.ฟอกเงิน!

ยกฟ้อง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” กรรมการผู้จัดการและบริษัท ในเครือ รวม 13 คน ยิ้มระรื่น หลังศาลชี้ไม่มีหลักฐานชัดเจนถูกกล่าวหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม จำเลยแค่ทำธุรกิจให้เช่ารถบัสนำเที่ยวและจำหน่ายสินค้าให้นักท่องเที่ยวไม่เข้าข่ายทำความผิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่เคยไปตรวจร้านค้าและกิจการของจำเลย

ศาลยกฟ้อง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เปิดเผยขึ้นที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีตกรรมการบริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้จัดการบริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ จำกัด บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ จำกัด นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์

กรณีเมื่อระหว่างเดือน ก.พ.56-ก.ย.59 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมโดยประกอบธุรกิจนำเที่ยวบริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด และบริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยลักษณะทัวร์ต้นทุนต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จากนั้นบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าจากบริษัทและกิจการในเครือของจำเลยทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับความเสียหายนับหมื่นล้านบาท เป็นการกระทำลักษณะอั้งยี่ มีเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาท มีการนำเงินจากนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าราคาสูงเกินจริงไปฟอกเงิน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ที่นำสืบหักล้างกันแล้วข้อเท็จจริงปรากฏว่า พวกจำเลยประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสนำเที่ยวและจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวมิใช่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ต้องขอจดทะเบียน ส่วนคำว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นการเรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน และมีการกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยวเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งในไทยมีการประกอบธุรกิจลักษณะเช่นนี้กว่า 300 บริษัท มีการแข่งขันค่อนข้างสูงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด กลุ่มพนักงานสอบสวนต่างไม่เคยเดินทางไปตรวจสอบร้านค้าและกิจการของจำเลย

ขณะที่พวกจำเลยนำสืบสอดคล้องทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสกว่า 2 พันคัน และมีร้านจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีเงินทุนหมุนเวียนกันในบริษัท ก่อนถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม และถูกฟ้องศาลแพ่งยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 3,600 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนรถบัสถูกอายัดโดยไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดจนล่วงเลย 90 วันตามกฎหมาย ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง ภายหลังทราบผลคำพิพากษา พวกจำเลยต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม แสดงความยินดีแก่กัน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ อ้างว่าจะเปิดแถลงข่าวเป็นทางการต่อไป

คดีนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบก.ทท. และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ย่านลาดกระบัง และเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ ยึดรถบัสนำเที่ยวกว่า 2,155 คัน และเงินสดหมุนเวียนของบริษัทและเครือข่ายอีก 381 แห่ง รวม 3,600 ล้านบาท กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือถูกตั้งข้อหาอั้งยี่ ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ต่อมายังถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะนัดผู้บริหารบริษัทมารับทราบข้อหาหลังพบการแจ้งรายได้ไม่ตรงกับความเป็นจริง รวมทั้งหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มในวันที่ 28 ส.ค.นี้

ต่อมาเวลา 19.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ.เปิดเผยว่า คดีทัวร์ศูนย์เหรียญมีคณะทำงานพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบในส่วนของสำนวนคดี โดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน การดำเนินการหลังศาลสั่งยกฟ้อง ชุดพนักงานสอบสวนจะยื่นอุทธรณ์ต่อเนื่องจากคำพิพากษาในครั้งนี้เป็นเพียงศาลชั้นต้น จะนำหลักฐานตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี หากพบว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีที่มีมูลค่าสูงก็เท่ากับทำความเสียหายในส่วนรายได้ของประเทศ คาดว่าจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในสัปดาห์หน้า