วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนวโน้มซ้ำรอยพี่ชาย

ล่องหนไม่มาแสดงตัวต่อหน้าศาล สวนทางคำการันตีก่อนหน้านี้

ตามปรากฏการณ์ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวที่มีคิวนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยส่งทีมทนายความมายื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาต่อศาลฎีกาฯ ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้ว ไม่เชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเจ็บป่วยถึงขั้นมาศาลไม่ได้ พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ

เลื่อนให้ไปฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย.นี้

“อดีตนายกฯปู” เล่นบทพลิกความคาดหมาย ชิ่งฟังคำตัดสินดื้อๆ ทิ้งกองเชียร์ที่มาปักหลักให้กำลังใจรอเก้อ กลืนน้ำลายตัวเองที่เคยให้คำมั่นจะเดินทางมาฟังคำพิพากษาแน่นอน

นั่นก็ย่อมมีเหตุจูงใจทำให้นางสิงห์เกิดอาการขาสั่นกะทันหัน ยอมทิ้งกลุ่มแฟนคลับที่อุตส่าห์มาปักหลักให้กำลังใจที่ศาลตั้งแต่เช้าตรู่

ตามสัญญาณแปร่งๆที่ออกมาก่อนหน้าวันฟังคำพิพากษาวันเดียว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กเบรกกองเชียร์ ไม่อยากให้เดินทางมาศาล ขอให้รับฟังข่าวสารให้กำลังใจอยู่ที่บ้านแทน

ส่งซิกกลายๆไม่อยากทำลายความรู้สึกกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจเก้อ

ในอารมณ์ที่สุดท้ายแล้ว “อดีตนายกฯปู” เองก็ไม่กล้าวัดดวง เมื่อมาถึงจุดวัดใจ วันฟังคำตัดสินของศาล โดยมีอิสรภาพเป็นเดิมพัน

เพราะแม้ตามหลักการในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 195 จะเปิดช่องให้จำเลย

สามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินศาลฎีกาฯได้ จากเดิมที่ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้

แต่ยังติดปัญหาในขั้นตอนปฏิบัติที่ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ในขณะนี้ เพราะร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่กำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการอุทธรณ์ยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

เท่ากับว่า หากศาลฎีกาฯ พิพากษาให้จำคุก โดยไม่รอลงอาญา ขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ และการยื่นขอประกันตัวสู้คดีของอดีตนายกฯปู ยังสุ่มเสี่ยงว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่

“ยิ่งลักษณ์” มีสิทธิแหย่ขาเสี่ยงนอนคุกทันที

เรื่องของเรื่องแม้ “อดีตนายกฯปู” จะทำใจดีสู้เสือมาตลอด ตระเวนเดินสายไหว้

พระ ทำบุญ ไม่มีทีท่ายี่หระต่อคำพิพากษา แต่ลึกๆในใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้

ตามรูปการณ์ที่ไม่สามารถเช็กกระแสวงในได้ว่า คำตัดสินศาลจะออกในแนวทางใด เลยพลิกเกมเปลี่ยนใจนาทีสุดท้าย

ไม่มาฟังคำพิพากษา

ขึ้นอยู่กับจะถอยตั้งหลักชั่วคราว ตามแท็กติกกฎหมาย ประวิงเวลารอร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้ แล้วกลับมาลุ้นคำพิพากษาใหม่

หรือโกยแน่บ เผ่นยาวหลบหนีออกนอกประเทศตามกระแสข่าวลือ

ยิ่งศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาให้จำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ 42 ปี และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 36 ปี กรณีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ก็เป็นอะไรที่ “ยิ่งลักษณ์” ต้องถอยตั้งหลัก ปรับทิศทางลมกันใหม่

เอาแค่กลับมาฟังคำพิพากษาวันที่ 27 ก.ย.หรือไม่ ยังต้องคิดหนักยาวๆ หลังเห็นกรณี “บุญทรง” เป็นหนังตัวอย่าง
แต่ที่แน่ๆการตัดสินใจ “หนีคดี” เที่ยวนี้ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของอดีตแม่ทัพหญิงเพื่อไทยที่ไม่กล้าสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม สวนทางคำพูดที่ยืนยันพร้อมต่อสู้คดีตามกฎหมายมาตลอด

ถูกตราหน้า “หนีคดี” ตามรอยพี่ชาย

และที่พลอยโดนหางเลขเสียเครดิตไปด้วยคือ รัฐบาล คสช.ที่ปล่อยให้ “อดีตนายกฯปู” หลบหนี หนีไม่พ้นถูกมอง “เกี้ยเซียะ” เปิดทางให้หลบหนี

ตรงข้ามกับมุมการเมืองที่ คสช.ได้โล่งอกยาวๆ เพราะหาก “ยิ่งลักษณ์” อยู่สู้คดี ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาในทางถูกจำคุกหรือยกฟ้อง ย่อมเป็นตัวแปรเขย่าอุณหภูมิการเมือง สร้างความหวาด

ระแวงให้ฝ่ายความมั่นคงได้ตลอด

ในทางตรงข้ามหาก “ยิ่งลักษณ์” ไปใช้ชะตากรรมหลบอยู่ต่างแดน ก็คลายแรงเสียดทานขนานใหญ่ให้ คสช.
“นางสิงห์” ถูกตีตรา “หมดเครดิต” ไม่ต่างจากพี่ชาย.

ทีมข่าวการเมือง