วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติน้ำยังท่วมไม่เลิก-ภัยแล้งเตรียมต่อคิว

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน ส่งผลทำให้นาข้าวได้รับความเสียหาย ทำให้ชาวนาไม่สามารถปลูกข้าวได้ทัน เพราะมีข้อกำหนดเรื่องของเวลา เพราะข้าวที่ปลูกในภาคอีสานเป็นข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิ ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหาย 3 ล้านไร่ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วครัวเรือนละ 3,000 บาท หลังจากนี้จะสำรวจความเสียหาย ประเมินสถานการณ์และพื้นที่เหมาะสมที่จะเพาะปลูกพืชอายุสั้นทดแทนการปลูกข้าวเพื่อฟื้นฟูรายได้ให้ชาวนา ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกระทรวงยอมรับว่า กังวลกับธรรมชาติของภาคอีสาน เพราะว่าหลังจากน้ำท่วมลดลงแล้ว สิ่งที่จะมาทดแทนคือภัยแล้ง แม้จะมีน้ำมากในช่วงหลังฝนตกแต่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งกักเก็บน้ำค่อนข้างน้อย ภัยแล้งที่จะเข้ามาทดแทนโดยเร็ว จะทำให้เกษตรกรมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกข้าวหรือพืชอื่น

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า จากกรณีน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางบาล เสนา บางปะอิน ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา และบางไทร สาเหตุมาจากฝนตกหนักทำให้น้ำในลำน้ำเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มในอัตรา 1,000-1,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ดังนั้น กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จึงได้วางแผนแจ้งเตือนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ให้รับมือกับสถานการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูง พร้อมกำชับให้ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชน ขณะเดียวกันการระบายน้ำนอกจากระบายน้ำทางตรงผ่านเจ้าพระยาแล้วยังได้ระบายออกฝั่งซ้าย และฝั่งขวาควบคู่ด้วย.