วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารจัดการผักตบชวาในแก่งก้อ จ.ลำพูนเปิดทางเรือ นร.มาโรงเรียนได้ปลอดภัย

ทหารร.7พัน2 ลงพื้นที่แก่งก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน หลังครูร้องผ่านเฟซบุ๊ก ช่วยกำจัดผักตบชวากีดขวางทางเรือของเด็กที่เดินทางไปเรียนต้องเสี่ยงอันตราย พร้อมช่วยปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียน ท่ามกลางความปลาบปลื้มของเด็กและครู รวมทั้งผู้ปกครอง..

จากกรณี นายสามารถ สุทะครู โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร สาขาเรือนแพ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้โพสต์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ผ่านเฟซบุ๊กในชื่อ 'ครูมาด เรือนแพ' แสดงถึงสภาพความยากลำบากของเด็กนักเรียนและครู ที่ต้องนั่งเรือฝ่าดงผักตบชวา ที่ขึ้นมาหนาแน่นในช่วงฤดูฝน และกีดขวางเส้นทางน้ำ ขณะเดินทางเข้าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่บนเรือนแพในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ซึ่งทำให้ชาวอินเทอร์เน็ตแห่ แชร์วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

นายสามารถ หรือ ครูมาด เปิดเผยว่า การเดินทางไปโรงเรียนบ้านก้อสาขาเรือนแพขณะนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก ตนเป็นครูคนเดียวของที่นั่น ตอนเช้าต้องขับเรือเข้าไป แต่การสัญจรตอนนี้ค่อนข้างติดขัดอย่างหนัก ปกติเส้นทางนี้นอกจากครู นักเรียนแล้ว ยังมีพระสงฆ์และประชาชนรวมกันกว่า 100 ครอบครัวที่อาศัยเส้นทางนี้เข้าออก ก่อนหน้านี้ใช้เวลาในการนั่งเรือประมาณ 40 นาทีเพื่อไปสอนหนังสือที่โรงเรียนเรือนแพ แต่ตอนนี้ผักตบชวาขวาง ต้องใช้เวลานั่งเรือตั้งแต่ 8.00-13.00 น. หรือร่วมกว่า 5 ชั่วโมงจึงถึงที่หมาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 พ.อ.นพดล คามเกตุ รองเสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ลำพูน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว ที่ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ลงพื้นที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียน ชาวบ้าน ที่เดินทางเรือ บ้านก้อจัดสรร ดังกล่าวแล้วอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอลี้ และผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ร่วมกันปฏิบัติงานช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นำกำลังพลทหาร ร.7 พัน 2 กว่า 40 นาย พร้อมอุปกรณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำจัดผักตบชวาในแก่งก้อ แม่น้ำปิง พร้อมกับประสานผู้เชี่ยวชาญจากเขื่อนภูมิพล นำน้ำยาฮอร์โมนกำจัดผักตบชวา ที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาฉีดพ่นให้ผักตบชวายุบตัว ซึ่งน้ำยาดังกล่าวไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหรือสิ่งแวดล้อม

รองเสธ.กกล.รส. ลำพูน กล่าวต่อว่า การปฏิบัติงาน คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน เป็นอย่างต่ำ และต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำปิง บริเวณแก่งก้อ ทั้งลึกและไหลเชี่ยว อาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ แต่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางไปเรียนหนังสือของเด็กนักเรียน

พ.อ.นพดล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม นอกจากกำจัดผักตบชวา ทางเดินเรือแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียนเพื่อให้เกิดความแข็งแรง ไม่อันตรายต่อเด็กนักเรียนที่มาเรียนหนังสือบนเรือนแพดังกล่าว ขณะเดียวกันยังได้ปรับปรุงแปลงเกษตรลอยน้ำบนแพด้วย รวมทั้งติดตั้งสแลนผ้าใบ บริเวณด้านใต้หลังคาโรงอาหาร เพื่อกันความร้อนและป้องกันการรั่วไหลของน้ำฝน คาดว่าหลังจากนี้เด็กๆ และครูโรงเรียนเรือนแพ คงจะมีความสุขในการเรียนการสอนได้อย่างดี.