วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่โกง ถ้าไม่ดีปรับปรุงใหม่! เคล็ดความสำเร็จ เปิดหัวใจเจ้าของ ‘มาลัยเงินล้าน’

ตั้งแต่รุ่นปู่ยาตายาย พวงมาลัย ยังคงแสดงความเป็นเอกลักษณ์ไทยได้อย่างดีเยี่ยม หลายคนเลือกที่จะมองหาพวงมาลัยสวยๆ สักพวง นำไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุพการีผู้มีพระคุณเมื่อถึงเทศกาลและโอกาสสำคัญ...

ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งในร้านพวงมาลัยยอดนิยมและกำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้นั่นคือ “พวงมาลัยภาณุมาศ” ด้วยความละเอียดประณีตชนิดที่ว่า เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ยอดขายถล่มทลาย ทำให้ร้านนี้ได้รับการขนานนามว่า “พวงมาลัยเงินล้าน” แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากเงินล้านนั้น อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และเปิดอีกมุมซึ่งน้อยคนจะได้รับรู้เรื่องราวของการเป็น “ผู้ให้” มากกว่าที่จะสนใจแต่ตัวเงิน กับผู้หญิงคนนี้ “เอ้ ณิชชฎา ทัศนัย” เจ้าของร้านพวงมาลัยภาณุมาศ

Q : จุดเริ่มต้นของร้านพวงมาลัยเงินล้าน

ตอนแรกเราก็เป็นลูกชาวสวนนี่แหละ ส่งของที่ปากคลองตลาดอยู่แล้วมีปัญหา พอดีกับตลาดนี้ (สี่มุมเมือง) เปิดตลาดใหม่พอดี พ่อกับแม่ก็เลยเดินดูตลาด ก็ตัดสินใจมาลองทำเองเลย อีกอย่างหนึ่งคือ มะลิของแม่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว พอย้ายมาอยู่ที่นี่ก็มีลูกค้าจากที่นั่นตามมาซื้อ เราก็หาลูกค้าเองโดยการเดินไปหาคนที่ร้อยมาลัยสี่แยกไฟแดงบอกว่า เรามีของนะ มีดอกรัก กุหลาบ มะลิ ขายอยู่ที่สี่มุมเมืองเอง ก็ทำมาเรื่อยๆ เมื่อก่อนยังไม่ได้ขายเป็นพวงมาลัยแบบนี้ มันเกิดจากการที่ของเหลือแล้วเรานั่งร้อย

Q : ความสวยของ “พวงมาลัยภาณุมาศ” อยู่ตรงไหน

เอ้มองว่าความสวยของพวงมาลัยอยู่ที่ความสมดุลนะ อย่างปากคลองตลาดยังใส่อุบะดอกข่าโหลเดียวอยู่เลย มันเหมือนคนหัวโตแล้วขาเล็ก เอ้ใส่สองโหล เพราะเรามองพวงมาลัยเป็นเหมือนคนไง จะแต่งตัวยังไงให้เขาดูดีที่สุด สมดุลที่สุด

Q : พวงมาลัยแต่ละพวงออกแบบเองไหม

มันมีแบบมาอยู่แล้ว แค่เรามาใส่รายละเอียดที่ร้านอื่นไม่มี ตอนแรกเราก็ทำตามแบบเดิมๆ บางทีเราก็ เอ๊ะ! อุบะน้อยไปนะ ขาไม่สวย ตรงนี้ใส่อันนั้นได้อีก ตรงนี้น่าจะใส่เป็นช่อเอื้องได้นี่ ลองเอามาติดดูซิ มันก็เลยค่อยๆกลายเป็นแบบใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านเราไปแล้ว มันก็เลยเหมือนเป็นความภูมิใจของเราด้วย

Q : เคล็ดลับที่ทำให้ลูกค้าติดใจคืออะไร

ถ้าไม่สวยเรายอมรับ ไม่โกงเขา ถ้าทำไม่ดีก็บอกเราเลยเราปรับปรุงให้ใหม่ เมื่อวานนี้เอาไปขามันขาดนะ มันไม่สวย เดี๋ยววันนี้เราทำให้ใหม่ สิ่งที่แม่สอนเรามาตลอดคือ ของต้องดี แม่ชอบขายของดี เอาของดีมาขาย อีกอย่างเรื่องบริการ ลูกค้ามาร้าน ถ้ามาไม่เห็นแม่ เขาก็จะถามถึงเพราะแม่เป็นคนอัธยาศัยดี เทคแคร์ลูกค้า เหมือนเราซื้อใจลูกค้า มีอันนี้หรือยังอันนั้นหรือยัง เราแนะนำลูกค้าให้ได้สิ่งดีๆ เสมอ บางทีมีลูกค้ามาจากบางนา มาซื้อของแค่ 150 บาทก็มี เพราะเราได้ใจเขาไปแล้ว

Q : ถามจริงๆ บูชาอะไรหรือเปล่า

อยู่ที่นี่แม่เขาจะบูชาเจ้าที่ แล้วก็นึกถึงหน้าพ่อกับแม่ อย่างเวลาแม่ขึ้นรถก็จะบูชาแม่ย่านางรถ บอกกล่าวก่อนว่า ให้พาเราไปให้ถึงจุดหมาย พอก่อนจะขายของแม่ก็ไหว้พระ เมื่อก่อนจะมีกล้วยสุก ข้าวปากหม้อกับไข่ต้มบูชาพระ ถ้าไม่มีก็น้ำตาลทราย เหมือนให้เขาได้กินก่อน ลงทุนไปก่อน พอเขาได้กินเขาก็จะขายให้เรา แล้วแม่จะเป็นแบบปฏิบัติให้เอ้อย่างดีเลย คือ การปฏิบัติต่อพ่อแม่ น่าจะเป็นพื้นฐานแห่งความสำเร็จของเราด้วย เรื่องโชคเรื่องอะไรมันน่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วสำหรับเอ้นะ สิ่งที่แม่ปฏิบัติต่อลูกค้า ต่อพ่อแม่มันเป็นแบบอย่างของเอ้ที่นำความสำเร็จมาให้

Q : เป็นคนรุ่นใหม่ ทำไมถึงคิดมาเป็นแม่ค้าขายพวงมาลัย

เมื่อก่อนยังตามหาความชอบตัวเองอยู่นะ ว่าเราชอบอะไร เอ้เคยไปขายเสื้อผ้า ขายเครื่องสำอาง ขายเหมือนยังค้นหาตัวเองอยู่ว่าชอบอะไร มันมีจุดหนึ่งที่เราไปฝึกงานในออฟฟิศ คือเราชอบค้าปลีก ชอบการตลาดของเขานะ แต่พอไปทำจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เราต้องไปแย่งเข้างาน แย่งกันใช้รถใช้ถนน มันท้อ มันเหนื่อย ร้องไห้ พอกลับบ้านมาพ่อกับแม่ก็ตกใจ แล้วยังเจอสังคมที่มันต้องแก่งแย่ง แย่งกันกินแย่งกันใช้ หรือว่าเจอคนปากอย่างใจอย่าง เหมือนมันไม่ค่อยจริงใจ เรารับสังคมตรงนั้นไม่ไหวเราก็เลยไม่อยากอยู่ แต่เราก็กลับมาช่วยแม่ร้อยมาลัยตลอด ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้แหละเราทำแล้วมีความสุข เมื่อก่อนเรายังไม่รู้ว่าตรงนี้คือแน่นอนหรือเปล่า รู้แค่เรารักตรงนี้แค่นั้น มันก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนว่า ตอนเรานั่งทำงานตรงนั้นกับนั่งทำงานตรงนี้ ตรงนี้มันมีความสุขมากกว่า แล้วมันมีจุดหนึ่งที่เราคิดได้ว่า แม่คงทำแบบนี้ไปตลอดไม่ไหว เราก็คงต้องมาช่วยแม่เราจริงๆ

Q : รู้สึกเบื่อบ้างไหม

ถ้ามันเป็นสิ่งที่เราชอบ เรารักแล้ว มันจะไม่รู้สึกเบื่อ มันทำได้เรื่อยๆนะมันมีความสุข มีครั้งหนึ่งที่พีคหนักๆ จากตอนฝึกงาน แล้วกลับมานั่งร้อยมาลัยแบบนี้ มันเห็นความแตกต่างว่าทำไมอยู่ตรงนี้มันสบายใจจังเลย ทำไปเรื่อยๆ แล้วมันไม่มีแรงกดดัน เวลาออกมาเป็นพวงมันรู้สึกชื่นใจเรา ก็ถ่ายรูปลงโซเชียล พอมีคนชื่นชมมันยิ่งเหมือนพลังบวก ทำให้เราอยากทำแบบอื่นๆ อีก

Q : มีเหตุการณ์อะไรที่ประทับใจ

มีบ่อยเลย มันเกิดจากการที่เราให้แล้วเราสุขใจมากกว่า อย่างเช่น ตอนแม่เอ้ขายของมีลูกค้าจะบวชมาซื้อพวงมาลัยพวงเดียวไปไหว้พ่อกับแม่ แต่เขาไม่ซื้อมาลัยคล้องคอนาคนะ เพราะว่าเขาไม่มีงบ แม่ก็เลยบอกว่าให้คล้องคอไปอีกพวงก็แล้วกัน แล้วก็ให้มะลิกับกุหลาบไปหน่อยหนึ่ง ให้เขาไปซื้อน้ำอบใส่หอมๆ ไหนๆ ก็จะล้างเท้าพ่อกับแม่ เหมือนอะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงแล้วเราแนะนำได้ แถมได้เราก็ให้เลย เงินแค่สี่ห้าร้อย ถือคติเล่นๆ ว่า “ไหว้ก่อนผ่อนทีหลัง” (หัวเราะ)

Q : คิดยังไงกับคำว่า “มาลัยเงินล้าน”

ก็ภูมิใจนะกับการที่คนยอมรับและสนใจขนาดนี้ ถ้าเป็นยอดขายแล้วได้ขนาดนั้น มันก็เหนื่อยนะ กว่าจะไปแตะยอดล้านได้ แต่ถามว่าหนึ่งล้านนั้นเราก็กระจายรายได้ให้ชาวสวน ให้กับคนที่ร้อยมาลัย เราไม่ได้ได้คนเดียว เงินหนึ่งล้านทุนเราไปแล้วกว่าครึ่งจริงๆ กำไรเราได้แสนไหม ได้นะ มันได้ทั่วถึงทั้งเมสเซนเจอร์ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนร้อยมาลัย เราก็ดีใจที่ทำให้หลายชีวิตมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Q : เปิดคลาสสอนร้อยมาลัย ทำไมถึงอยากแบ่งปัน?

มันเป็นความรู้สึกของเอ้ข้างในจริงๆ ตอนนี้เอ้ก็เปิดกลุ่มเรียนร้อยมาลัยฟรีในเฟซบุ๊กด้วย เราไม่หวงนะ ไม่ได้โลกสวย คือเราอยากให้คนไทยร้อยมาลัย แล้วร้อยให้เป็นด้วย มันเป็นสมบัติที่น่าภูมิใจของคนไทยที่ต่างชาติลอกเลียนแบบไม่ได้ ความละเอียดอ่อนตรงนี้ อีกอย่างเราเป็นดอกไม้สด เราไม่สามารถเสิร์ฟลูกค้าได้ทั่วประเทศ เราอยากให้ทุกคนมีรายได้ อยากให้เขานำตรงนี้ไปปรับใช้ สร้างสรรค์ให้มันเป็นดอกไม้ในพื้นที่เขา ไม่จำเป็นต้องมาสั่ง อยากให้คนไทยรู้จักหวงแหนตรงนี้

Q : ไม่กลัวมีคู่แข่งเพิ่ม?

ไม่เลย เพราะว่าเรากรองแล้วว่าวิชาใครวิชามัน ต่อให้มีของเหมือนกัน ก็อยู่ที่ฝีมือ เหมือนตำส้มตำของเหมือนกันก็รสชาติไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นสูตรเดียวกัน เราก็คิดว่าอีกอย่างหนึ่งเวลาเทศกาล เราอยากให้คนร้อยมาลัยมีรายได้ แล้วคนที่เขาอยากร้อยเป็น เขาไม่รู้จะไปหาที่ไหน อยากให้เขาเพิ่มมูลค่ามาลัยได้ ด้วยความที่เราก็พยายามให้คนมีอาชีพตลอดเลยนะ คนในซอยบ้านก็หัดให้ร้อยมาลัยแล้วเอามาขายเรา

Q : รู้สึกยังไงกับการที่มีคนเรียกเราว่า ‘ครู’

มันเกินความคาดหมายสำหรับเรา เราไม่เคยคิดว่าจะต้องมาสอนใครนะ ไม่รู้ด้วยว่าอันนี้มันเป็นประโยชน์มากมายแค่ไหน จนเมื่อเราทำออกไปแล้วเรารู้สึกว่า มันเป็นประโยชน์กับคนอื่น เขาเริ่มหัดร้อยหัดทำ เรารู้สึกดีใจกับการที่เราได้แบ่งปัน มันไม่ได้กลับมาเป็นรายได้นะ แต่มันรู้สึกว่ามีจุดหนึ่งที่เราไม่ได้ต้องการเงิน มันต้องการความภูมิใจ และได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันมีประโยชน์กับใครบ้าง มันรู้สึกภูมิใจ

Q : สุดท้ายในอนาคตคิดว่าพวงมาลัยจะยังมีความสำคัญอยู่ไหม

ตราบใดที่เมืองไทยยังนับถือศาสนาพุทธ ยังเป็นเมืองพุทธอยู่ ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีมันอยู่ในรากฐานของคนไทยอยู่แล้ว สิ่งต่างๆ มันไม่สามารถกลืนกินขนบธรรมเนียมที่ดีได้ 100% ก็เหมือนมาลัย มาลัยจะสอดแทรกอยู่ในขนบธรรมเนียมอันดี อย่างเช่น วันปีใหม่ เราก็จะมีพวงมาลัยไปไหว้พระทำบุญ หรือแม้กระทั่งสงกรานต์ มันก็เป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าจะต้องมีพวงมาลัยไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ มันไม่มีวันเชย หรือไม่มีวันสูญหาย แล้วเราก็คิดว่ามาลัยจะอยู่คู่กับเมืองไทยอย่างแน่นอน