วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลยกฟ้อง ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’ ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

ศาลพิพากษายกฟ้อง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด กับพวกรวม 13 คน ในคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม ชี้ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิด

ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ส.ค.60 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีตกก.บริษัท ไทยเฮิร์บฯ นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ ฯ บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ ฯ บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ฯ และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ ฯ นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จก. ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัท บ้านขนมทิพย์ ฯ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์

กรณีเมื่อระหว่างเดือน ก.พ. 56 - ก.ย.59 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมโดยประกอบธุรกิจนำเที่ยวบริษัท ฝูอัน ทราเวล ฯ และบริษัท ซินหยวน ทราเวลฯ นำนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยลักษณะทัวร์ต้นทุนต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" จากนั้นบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าจากบริษัทฯ และกิจการในเครือของจำเลยทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการกระทำลักษณะอั้งยี่ มีเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาท มีการนำเงินจากนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าราคาสูงเกินจริงไปฟอกเงิน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วข้อเท็จจริงปรากฏว่า พวกจำเลยประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสนำเที่ยวและจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวมิใช่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงไม่ต้องขอจดทะเบียน ส่วนคำว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" เป็นการเรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน และมีการกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยวเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งในไทยมีการประกอบธุรกิจลักษณะช่นนี้กว่า 300 บริษัท มีการแข่งขันค่อนข้างสูงซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด กลุ่มพนักงานสอบสวนต่างไม่เคยเดินทางไปตรวจสอบร้านค้าและกิจการของจำเลย ขณะที่พวกจำเลยนำสืบสอดคล้องทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสกว่า 2 พันคัน และมีร้านจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมีเงินทุนหมุนเวียนกันในบริษัท ก่อนถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม และถูกฟ้องศาลแพ่งยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 3,600 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนรถบัสถูกอายัดโดยไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดจนล่วงเลย 90 วันตามกฎหมาย

ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทราบผลคำพิพากษา พวกจำเลยต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม แสดงความยินดีแก่กัน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ อ้างว่า จะเปิดแถลงข่าวเป็นทางการต่อไป.