วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอมานาน! ญาติร่ำไห้ รับศพหญิงไทย ตกตึกดับที่บาห์เรน

ญาติร่ำไห้ รับศพหญิงไทย ถูกนายหน้าลวงไปทำงาน ตกตึกดับที่บาห์เรน ก่อนนำศพส่งชันสูตรที่นิติเวช หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนญาติรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่สระแก้ว...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ส.ค.2560 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ชาว จ.นครราชสีมา มารดาของ น.ส.เกตุ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี หญิงสาวชาวไทยที่ตกตึกจนเสียชีวิตที่ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 22 เม.ย.60 ที่ผ่านมา และญาติเดินทางมารับศพของ น.ส.เกตุ ที่คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ภายหลังจากอัยการประเทศบาห์เรนอนุญาตให้รับศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาได้

โดยมี พ.ต.ท.กวีรัตนะ บังคมธรรม รอง ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเจอด กลางประพันธ์ จทบ.7 ส่วนปฏิบัติการคลังสินค้า ฝ่ายบริการการขนส่งสินค้าทางอากาศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และส่วนงานที่เกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกและติดต่อประสานในการรับ-ส่งศพเพื่อไปชันสูตร

นางปวีณา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากนางบุญ (นามสมมติ) ที่ขอให้ช่วยตรวจสอบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของบุตรสาว และให้ความเป็นธรรม เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการฆาตกรรม เพราะก่อนหน้านี้บุตรสาวมีปัญหาขัดแย้งกับนายหน้า ที่พาไปทำงานแผนกต้อนรับที่ร้านอาหารในประเทศบาห์เรน แล้วถูกบังคับค้าประเวณี หลังจากนั้นได้ตกจากอาคารที่สูงที่พักในเมืองมานามา ประเทศบาห์เรนและเสียชีวิต ตนจึงได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ปคม.เพื่อให้ช่วยติดตามคดี และกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสอบถามเรื่องความคืบหน้าของคดีและการดำเนินการนำศพ น.ส.เกตุ กลับประเทศไทยตามที่ญาติร้องขอ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ ว่า อัยการของประเทศบาห์เรนอนุญาต ให้รับศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาได้โดยทำการส่งศพกลับมาถึงวันนี้ โดยสายการบินกัลฟ์แอร์ เที่ยวบินที GF152 ซึ่งหลังจากรับศพแล้ว จะนำส่งที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ก่อนที่ญาติจะรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ จ.สระแก้ว ต่อไป

ในส่วนทางคดี ตอนนี้ต้องรอผลสรุปจากประเทศบาห์เรนอีกครั้ง แต่ก่อนหน้านี้ได้มีการประสานส่งข้อมูลการแชต ระหว่าง น.ส.เกตุ กับมารดา ที่ระบุว่าถูกทำร้ายและต้องมีการชดใช้เงินเป็นจำนวนกว่า 200,000 บาท ให้กับนายหน้าคนไทยที่พาไป เพื่อจะได้เดินทางกลับ ไปให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดีแล้ว รวมทั้งต้องรอผลการสอบปากคำนายหน้าคนไทยรายนี้ที่ถูกตรวจบาห์เรนจับกุมได้ดำเนินคดีในข้อหาค้าประเวณี อีกครั้ง

ด้าน นางน้อย กล่าวว่า บุตรสาวเดินทางไปทำงานที่บาห์เรนเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยบอกว่ามีนายหน้าคนไทยที่รู้จักกันชักชวนให้ไปทำงานโดยเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนอีก 3 คนซึ่งก่อนหน้านั้นบุตรสาวทำงานอยู่ในร้านอาหารที่พัทยา หลังจากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันมาโดยตลอดผ่านทางแชตข้อความจนก่อนที่บุตรสาวจะเสียชีวิตได้แชตมาบอกตนว่าไม่ปลอดภัย คงไม่ได้กลับบ้าน และถ้าต้องการจะกลับบ้านต้องจ่ายเงินให้กับนายหน้าเป็นจำนวนกว่า 200,000 บาท หลังจากนั้นก็ติดต่อบุตรสาวไม่ได้จนกระทั่งได้รับการติดต่อมาจากบาห์เรนว่า บุตรสาวตกตึกอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตนไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะฆ่าตัวตาย จึงได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม.