วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบ TOYOTA FORTUNER 2.4V 4WD ดิสเบรกหลังมาแล้ว!

รถอเนกประสงค์พีพีวี-เอสยูวีที่ใช้พื้นฐานจากรถปิกอัพได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จากประสิทธิภาพในการลุยและพื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น Toyota Fortuner / Isuzu MU-X / Ford Everest / Chevrolet Trailblazer / Mitsubishi Pajero Sport รถยนต์เหล่านี้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงสภาพผิวถนนในประเทศไทยโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น ถนนที่ขรุขระ มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน รวมไปถึงการขับลุยทางโหดที่รถเก๋งแบบปกติไม่สามารถได้ จำเป็นต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนทุกล้อที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถทั่วไป รถพีพีวี-เอสยูวีจึงตรงกับการขับใช้งานในทุกรูปแบบ

ราคา Toyota Fortuner 2017

Toyota Fortuner 2.4V 4WD 1,499,000 บาท (คันทดสอบ)

Toyota Fortuner 2.8V 4WD 1,649,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8V 2WD 1,579,000 บาท

Toyota Fortuner 2.7V 2WD 1,569,000 บาท

Toyota Fortuner 2.4V 2WD 1,419,000 บาท

Toyota Fortuner 2.4G M/T 2WD 1,239,000 บาท

ภายนอกไม่เปลี่ยนอะไรมากนัก
Toyota Fortuner รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ+อินเตอร์คูลเลอร์ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ของค่ายสามห่วง ที่เข้ามาเติมช่องว่างระหว่างรุ่น 2.8 ดีเซลและ 2.7 เบนซิน เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะที่โดดเด่น ทั้งการขับใช้งานบนทางเรียบ หรือการขับลุยทางวิบากออฟโรดสมบุกสมบัน การปรับปรุงหลักๆ ของ Fortuner 2.4V 4WD รุ่นใหม่ เริ่มจากภายนอกที่มีการเปลี่ยนหลอดไฟตัดหมอกแบบปกติมาเป็นหลอดไฟแบบ LED รูปลักษณ์ภายนอกที่ค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ราคาขายนั้นสูงเกินไป ไม่โดนใจคนอยากได้ เพราะค่าตัว! มิติตัวถังของ Fortuner 2.4V 4WD มีความกว้าง 1,855 มิลลิเมตร ยาว 4,795 มิลลิเมตร สูง 1,835 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปถึงดุมหลัง 2,750 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,545 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหลัง 1,540 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องสไตล์รถลุยที่ 193 มิลลิเมตร มากพอที่จะลุยข้ามเนินระนาด หลุมบ่อขนาดใหญ่ หรือลุยน้ำท่วมที่มีความสูง 30 เซนติเมตร-50 เซนติเมตร ได้อย่างสบายๆ

ภายในเพิ่มอุปกรณ์เพื่อความสะดวกเพียบ!
ห้องโดยสารของ Fortuner 2.4V 4WD มีความยาว 2,487 มิลลิเมตร กว้าง 1,478 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,103 มิลลิเมตร เบาะแบบ 7 ที่นั่ง หุ้มหนังโทนสีน้ำตาลเข้มเน้นความหรูหราสไตล์ออฟโรดยุโรปจากโทนสีของภายใน การจัดวางอุปกรณ์เน้นคนขับเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งาน เบาะคู่หน้าเย็บเดินตะเข็บด้วยความประณีตบรรจง มีการเพิ่มระบบปรับด้วยไฟฟ้าในเบาะผู้โดยสารตอนหน้า เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับได้อย่างหลากหลาย รวมถึงพวงมาลัยแบบปรับ 4 ทิศทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการนั่งโดยสารหรือนั่งขับ เบาะคนขับสามารถปรับให้สูงมากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของการมอง โดยภาพรวม เบาะนั่งหุ้มหนังของ Fortuner 2.4V 4WD นั่งสบายก้น แม้จะขับกันทั้งวันก็ไม่ทำให้รู้สึกเมื่อย หรือไม่สบายแผ่นหลัง พนักพิงศีรษะที่ออกแบบมาเป็นอย่างดียังช่วยรองรับส่วนหัวของคนนั่งและคนขับให้มีความสบาย ไม่ดันหัวจนรู้สึกปวดต้นคอเหมือนรถบางยี่ห้อ! 

แดชบอร์ดและคอนโซล
ออกแบบมาดีอยู่แล้ว แค่เติมชิ้นงานสำหรับการตกแต่งเพื่อเพิ่มความหรู ลายไม้ปลอมๆทำจากพลาสติกดูคล้ายกับเนื้อไม้จริง หนังสีน้ำตาลเข้มกับหนังสังเคราะห์สีเทาดำตัดกันอย่างจงใจ ทำให้ภายในของ Fortuner 2.4V 4WD มีความหรูหราใช้ได้ การจัดวางอุปกรณ์บริเวณคอนโซลกลางอย่างเต็มรูปแบบเพิ่มความน่าใช้งานขึ้นไปอีกนิด ช่องแอร์ด้านบนกึ่งกลางคอนโซลหุ้มด้วยพลาสติกโครเมียมสีเงิน จอมอนิเตอร์แสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส พร้อมด้วยเครื่องเล่น DVD การเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบบูลทูธ กล้องมองภาพด้านหลัง และระบบนำทางด้วยดาวเทียมพร้อมเมนูภาษาไทยในทุกฟังก์ชั่นเพื่อความง่ายในการใช้งาน ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB / iPOD / AUX 

มาตรวัดและจอ MID
มาตรวัดแบบเรืองแสง Optitron ของถนัดจากพี่โตออกแบบมาตรวัดให้สามารถอ่านค่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเรียกดูข้อมูลจากจอแสดงผลขนาดเล็ก MID multi information display ที่อยู่ตรงกึ่งกลางของมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็ว เป็นหน้าจอสีแบบ TFT thin film transistor สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสวิตช์ควบคุมบริเวณก้านวงพวงมาลัย จอ MID แจ้งเตือนการทำงานและแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลของระบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ ข้อมูลการขับขี่แบบ ECO ข้อมูลของระบบนำทางด้วยดาวเทียม ข้อมูลจากอุปกรณ์เล่นเพลง ตำแหน่งของเกียร์ออโต้ อุณหภูมิภายนอก รวมถึงทริปมิเตอร์ A/B

วงพวงมาลัย
พวงมาลัยแบบครึ่งไม้ครึ่งหนังทำออกมาได้หรูหราสมราคาค่าตัว พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ทั้งสูง-ต่ำ หรือ ใกล้-ไกล ก้านวงจับถนัดมือด้วยหนังแท้ ส่วนด้านบนของวงพวงมาลัยโชว์งานไม้สีน้ำตาลเข้ม พวงมาลัยของ Toyota Fortuner ติดตั้งสวิตช์สั่งงานแบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียง การรับหรือวางสายโทรศัพท์ การเลือกดูจอแสดงผล MID ในโหมดต่างๆ รวมถึงก้านสวิตช์สำหรับปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control หลังวงพวงมาลัยยังมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ติดมาให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนขับ เมื่อต้องขับบนทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางภูเขา ซึ่งมีการเปลี่ยนอัตราทดไปตามสภาพเส้นทาง และตามความต้องการของคนขับบ่อยครั้ง

ระบบปรับอากาศ
Fortuner 2.4V 4WD ใช้การควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารด้วยระบบแอร์แบบดิจิตอลแยกโซนแบบ 2 ตอน คอยควบคุมแรงลมจากช่องแอร์แบบอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์บริเวณแถวที่ 2-3 

ซุ้มเกียร์เนียนๆ
ซุ้มคันเกียร์มีการใช้งานพลาสติกที่ลอกเลียนแบบลายไม้แต่ทำออกมาได้คล้ายกับเนื้อไม้จริงๆ คันเกียร์ออโต้ 6 สปีด พร้อมตำแหน่งชิฟเกียร์เอง Sequential Shift จะใช้วิธีชิฟเกียร์ขึ้น-ลงที่คันเกียร์ หรือชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift หลังวงพวงมาลัยก็ได้

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร VN เทอร์โบ
ขุมกำลังของ Toyota Fortuner 2.4V 4WD วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 4 วาว์ลต่อสูบ รหัส 2GD-FTV (high) ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC อัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ VN Turbo พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรความจุ 2393 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 92.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ตัวนี้อยู่ที่ 15.6:1 ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า ที่ 3400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดจัดให้ถึง 400 นิวตันเมตร ที่ 1600-2000 รอบต่อนาที น้อยกว่าเครื่องยนต์รุ่น 2.8V แค่ 50 นิวตันเมตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมถังเชื้อเพลิงจุ 80 ลิตร 

ระบบส่งกำลัง
Toyota Fortuner 2.4V มีระบบเกียร์เหมือนกับรุ่น 2.8V เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential shift ที่คันเกียร์กับ Paddle shift ที่หลังพวงมาลัย สำหรับอัตราทดของเกียร์ลูกนี้ ออกแบบให้เข้ากับแรงบิดจากเครื่องยนต์ สามารถเทแรงบิดกว้างๆ ในรอบการทำงานตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบกลางๆ 
เกียร์ 1 3.600
เกียร์ 2 2.090
เกียร์ 3 1.488
เกียร์ 4 1.000
เกียร์ 5 0.687
เกียร์ 6 0.580
เกียร์ถอยหลัง 3.732 

กันสะเทือนและเบรก
ระบบกันสะเทือน จากการใช้พื้นฐานของรถปิกอัพมาดัดแปลง ช่วงล่างของ Toyota Fortuner ด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริงและโช็กอัพ ส่วนด้านหลังเป็นแบบโฟร์ลิงก์ คอยล์สปริง และโช็กอัพ ระบบเบรกหน้าและหลังแบบดิสเบรก จานหน้าพร้อมครีบระบายความร้อน ระบบบังคับเลี้ยวยังคงใช้พวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงหมุน ด้วยความต้องการที่จะเน้นความคงทนของชุดบังคับเลี้ยว ทำให้ Fortuner ใช้พวงมาลัยที่มีปั๊มพาวเวอร์แบบสายพาน ไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้าเหมือนรถคู่แข่ง ล้อกับยางยังคงเหมือนเดิม เป็นล้ออะลูมินัมอัลลอย ขอบ 18 นิ้ว ยัดยางกึ่งเรียบกึ่งลุยยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Dueler H/T ไซส์ 265/60R18 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

ช่วงขับทดสอบ
พร่ำพรรณนาบรรยายสรรพคุณกันซะยาวเหยียด เผื่อคนที่สนใจจะได้มีข้อมูลเปรียบเทียบก่อนการตัดใจควักเงินเป็นล้านแลกกับ PPV SUV ของพี่โต เจ้า Toyota Fortuner 2.4V 4WD ราคา 1,499,000 บาท มีแชสซีส์แบบออนเฟรมพื้นฐานรถปิกอัพ ทำให้โครงสร้างของมันสามารถรองรับแรงบิดแรงเค้นได้ดีขึ้น แต่อาการโคลงตัวจากความสูงที่มากถึง 193 มิลลิเมตร และพื้นฐานโครงสร้างจากรถกระบะทำให้มันทรงตัวได้ไม่เนียนเท่ากับรถ SUV ที่มีโครงสร้างแชสซีส์แบบโมโนค็อก การขับทางไกลเพื่อทดลองประสิทธิภาพเริ่มจากเส้นทางมอเตอร์เวย์ เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งตรงไปยังวังน้ำเขียว เขาแผงม้า โดยไปสิ้นสุดลงที่สนามกอลฟ์โอโซนในแถบเขาใหญ่ เป็นการขับยาวบนระยะทางเกือบ 300 กิโลเมตร เพื่อค้นหาความสมารถหลักๆ ในการขับใช้งานของ Fortuner รุ่นรอง ที่วางเครื่องดีเซลความจุแค่ 2.4 ลิตรกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Sigma 4

หลังจากยัดดิสเบรกหลังให้กับรถรุ่นนี้ เจ้าตลาดรถออฟโรดอย่างค่าย Toyota จำเป็นต้องงัดเอาทุกกลยุทธ์สำหรับการขายออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถยนต์ที่เน้นความสมบูรณ์แบบของการใช้งาน การประกอบที่มีความแน่นหนาได้มาตรฐาน วัสดุและอุปกรณ์มีรูปแบบที่หรูหราน่าสัมผัส เจ้า Fortuner รุ่นใหม่ที่ขายจำเป็นจะต้องบรรจุอุปกรณ์แทบจะทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ส่วนเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ กับชุดส่งกำลังแบบออโต 6 สปีด กับระบบชิฟเกียร์ที่คันเกียร์กหรือชิฟที่แป้น Paddle หลังวงพวงมาลัย ฝาท้ายแบบไฟฟ้า กับระบบรองรับที่ต้องนั่งได้นิ่มสบายก้นกบ สามารถนั่งยาวได้ทั้งวันโดยไม่ปวดเนื้อเมื่อยตัว นอกจากประสิทธิภาพในด้านการใช้งานแล้ว บริการหลังการขายกับราคาขายต่อก็จะต้องไม่ย่ำแย่ จนทำให้ราคารถ Fortuner มือสองหดหาย วิศวกร ช่าง และทีมทดสอบก่อนดันขึ้นสู่สายการผลิต Toyota Motor Thialand จึงมีงานล้นมือ และต้องพบกับงานทดสอบหนักหนาสาหัสในช่วงของการพัฒนารถยนต์ Fortuner เพื่อทำให้ออฟโรดรุ่นนี้สามารถพลิกพื้นยอดขาย และส่งให้แบรนด์สามห่วงกลับคืนสู่ความเป็นเจ้าตลาดอีกครั้ง

รถ Toyota Fortuner ถือเป็นการสืบทอดตำนาน และสายพันธุ์อันเข้มข้นของตัวลุยสุดแกร่งอย่าง Toyota Hilux Surf และ Toyota Hilux 4 Runner เป็นรถพีพีวี-เอสยูวียุคใหม่ที่มีระบบขับเคลื่อนกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่สลับซับซ้อนมากขึ้น Fortuner ใช้ความอเนกประสงค์ในด้านความจุเป็นจุดขายหลัก Fortuner รุ่น 2.4V 4WA AT วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ รหัส 2GD-FTV High ปริมาตรความจุ 2,393 ซีซี กำลัง 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร มาในย่าน 1,600-2,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใน New Fortuner รุ่น 2.4V วางเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดขับเคลื่อนทุกล้อ 4WD พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift หลังวางพวงมาลัย

กำลังจากเครื่องดีเซลรุ่น 2.4 ลิตร VN Turbo เพียงพอต่อการใช้งานไม่ได้แรงเท่ากับรุ่น 2.8V มอบการขับแบบไหลไปเรื่อยๆ บนไฮเวย์ น้ำหนักตัวรถในรุ่น 2.4 พ่วงด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้แรงบิดจากเครื่องดีเซลแถวเรียงแบบสี่สูบเทอร์โบออกมาในแบบค่อยเป็นค่อยไป ไหลขึ้นไปเรื่อยๆ การไต่ระดับความเร็ว หรือจังหวะของการเร่งแซงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้แต่ก็ไม่ได้แรงเหมือนเครื่อง 2.4 ลิตรในรถคู่แข่งอย่าง Mitsubishi Pajero Sport การเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้าต้องกะระยะให้พอดีกับกำลังของเครื่องยนต์ แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำเพียงแค่ 1,600 รอบต่อนาที ทำให้การขับออกตัวจากจุดหยุดนิ่งพอสมน้ำสมเนื้อ มีความกระฉับกระเฉงใช้ได้เลยทีเดียว

ระบบอัดอากาศแบบ VN Turbo พร้อมตัวลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ช่วยเพิ่มเรี่ยวแรงได้ดี และปราศจากอาการเทอร์โบแลคหรืออาการรอรอบ กดลงไปที่คันเร่งไฟฟ้ารอบจะตวัดขึ้น แม้จะไม่พุ่งทะยานลิ่วๆ เหมือนรุ่นสูงสุดที่มีเครื่องใหญ่กว่า แต่ก็พอที่จะใช้แซงรถช้าได้อย่างสบายๆ รอบเครื่องยนต์ 1,800 รอบต่อนาทีมีความเร็วของตัวรถป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากอัตราทดในเกียร์ 6 ที่เน้นประสิทธิภาพของการใช้เชื้อเพลิง

แม้ตัวจะโตและมีเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่โต แต่อัตราทดของเกียร์อัตโนมัติที่ออกแบบปรับจูนมาค่อนข้างกว้างทำให้การขับทางไกลที่ความเร็วเดินทางมีความประหยัด แถมพกติดตัวมาให้ ถังเชื้อเพลิงที่มีความจุมากถึง 80 ลิตร กับการใช้รอบเครื่องยนต์ที่ไม่สูงมากนัก เมื่อขับบนย่านความเร็วที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้เจ้า New Fortuner รุ่น 2.4V 4WD มีความน่าใช้งานพอควร สามารถวิ่งยาวๆ ได้ไกลจนรู้สึกพอใจในด้านของอัตราสิ้นเปลือง มันเป็นรุ่นที่เหมาะกับคนที่เท้าไม่หนัก แต่ไม่เหมาะกับพวกตีนผีหนีไฟแนนซ์ และชอบการขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ มากกว่าจะขับแบบกดกันมิดด้ามทุกดอกทันทีที่ถนนโล่ง

เกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดแค่ 6 สปีด ดูเหมือนจะเป็นรองเกียร์ 8 สปีดของ Mitsubishi Pajero Sport แต่พอขับจริงๆจังๆก็ไม่ได้เป็นรองมากอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก เกียร์ 6 สปีดของมันถูกปรับจูนอัตราทดผ่านการควบคุมด้วยกล่อง ECU ให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นในจังหวะของการเปลี่ยนเกียร์พร้อมระบบป้องกันเกียร์เสียหายหายเมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์จากคนขับที่ไม่สัมพันธ์กับความเร็วรอบ แชสซีส์ที่ออกแบบให้ลดอาการบิดตัวรองรับความสมบูรณ์แบบของตัวถังรวมถึงขนาดและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ การเข้าโค้งมีอาการโคลงตัวน้อยกว่า Mitsubishi Pajero Sport นิดๆ แต่เพื่อความปลอดภัยผมไม่แนะนำให้ขับรถ PPV - SUV ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถทั่วไป เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงมากเกินไป หรือต้องหักพวงมาลัยแบบฉุกเฉินเพื่อหลบเลี่ยงอุบัติเหตุ ค่า CG หรือ center of gravity ในรถยนต์ประเภทนี้จะเปลี่ยนอย่างเร็วทำให้เกิดอาการโคลง หรือแม้แต่อาการเสียหลักได้

โช็กอัพและสปริงหน้าเซตมาค่อนข้างดี ช่วยลดอาการสะเทือนหรือหน้าทิ่มท้ายยกเมื่อต้องใช้เบรกหนักๆ ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์แบบใหม่ยังเข้ามาจัดการกับอาการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบตัวเล็ก รวมถึงจุดยึดบริเวณซับเฟรมส่วนท้ายที่ถูกปรับให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่โดยเพิ่มเติมตัวช่วยที่จะทำให้คนขับสามารถลุยหนักบนเส้นทางแบบหฤโหดโคตรเละได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โครงสร้างใหม่ของ Toyota Fortuner จึงตอบสนองต่อการขับใช้งานในลักษณะที่มีความหลากหลายได้ดี การพัฒนาโครงสร้างหลัก ช่วงล่างและการบาลานซ์น้ำหนักที่ดี ทำให้รุ่น 2.4V 4WD ขับและนั่งได้อย่างสบาย แต่ไม่ได้แรงเท่ากับรุ่น 2.8V อันนี้ก็ต้องทำใจ

ทางลาดยางแคบๆ 2 เลนสวนแถบวังน้ำเขียว-เขาแผงม้า อุดมไปด้วยโค้งขึ้น-ลงเนิน รวมถึงโค้งตาบอดมองไม่เห็นรถสวนมา ทำให้ผมต้องใช้ความเร็วเพื่อสังเกตอาการของเจ้า Toyota Fortuner ในย่านความเร็วเดินทาง พวงมาลัยพาวเวอร์สายพานพร้อมปั๊มที่ต่อพ่วงกับเครื่องยนต์ด้วยพูเล่ย์ยังคงมีน้ำหนักคงที่ตั้งแต่ย่านความเร็วต่ำ การปรับจูนแรคใหม่ทั้งแกนแรค ทำให้เกิดความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง มันให้สัมผัสที่พอรับได้ไม่ได้เบาเกินไปจนน่ากลัว ธรรมชาติของพวงมาลัยพาวเวอร์ค่อนข้างมีความคงเส้นคงวา ด้วยน้ำหนักที่คงที่ไม่ออกอาการวูบๆ วาบๆ เหมือนกับพวงมาลัยไฟฟ้าในรถยนต์บางรุ่น ช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ มีลิงก์หลังมากถึง 4 ตำแหน่ง พร้อมเหล็กกันโคลงที่จูนมาเพื่อลดอาการโคลงตัว เพลาขับเคลื่อน 4 ล้อ มีความสมดุลขณะทำงานทำให้ส่วนท้ายของเจ้า Toyota Fortuner 2.4V มีความนิ่งใช้ได้ มันให้ความรู้สึกว่าเป็นรถออฟโรดที่มีการขับใช้ได้ มาพร้อมกับเรือนร่างที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักนอกจากไฟตัดหมอก LED ขับดีจากอาการโคลงตัวที่ลดลง การทรงตัวหรือใช้เบรกที่ย่านความเร็วสูง ก็ไม่ทำให้เสียวสันหลังมากนัก หากไม่ติดมันจนขาดความระวัง

เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนจะกลับกรุงเทพฯ ทาง Toyota Motor Thailand จัดหนักเพื่อทดลองประสิทธิภาพของระบบขับ 4 ที่เรียกว่า Sigma 4 แถบอำเภอปากช่อง ก่อนจะลงไปทดสอบในสนามออฟโรด ผมได้คุยกับ อาจารย์ มนัส ดาวมณี ที่ปรึกษาอาวุโสของ Toyota Motor Thailand อาจารย์มนัสนั้นเป็นวิศวกรฝ่ายบริการด้านเทคนิคของแบรนด์สามห่วงในประเทศไทย มีความเชี่ยวชาญชำนาญการด้านกลไกของระบบต่างๆ ในรถรุ่นใหม่ทุกรุ่นของ Toyota ที่ขายในประเทศ การบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจกับสื่อมวลชนลงลึกถึงรายละเอียดต่างๆ ของ Toyota Fortuner เช่น เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 2GD-FTV High ที่มีแรงบิดน้อยกว่าเครื่อง 2.8 แค่ 50 นิวตันเมตร เครื่องยนต์มีพัฒนาการด้านการลดน้ำหนักจนเบาขึ้น และมีชิ้นส่วนน้อยลง แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่จะใช้ในการลุยทางวิบากออกมาในลักษณะคงที่หรือ Flat Torque แม้ไม่ได้แตะคันเร่งขณะที่ขับลุยหลุมบ่อก็ยังสามารถปล่อยไหลให้เคลื่อนที่ไปได้จากแรงบิดรอบต่ำที่มาในย่านเดินเบาแค่ 1,000 รอบต่อนาทีมันก็สามารถไหลเอื่อยๆ เคลื่อนตัวไปบนทางโหดๆได้อย่างสบาย ชุดส่งกำลังออโต 6 สปีดตระกูล AC60 ของ Toyota นั้น ออกแบบมาใหม่หมดเพื่อจูนอัตราทดให้เข้ากับแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการเอาตัวรอดบนเส้นทางวิบาก ไปจนถึงให้ความประหยัดขณะขับใช้งานแบบเดินทางไกล

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่วิศวกรของ Toyota เรียกว่า Sigma 4 ประกอบด้วย ระบบช่วยขับเคลื่อนยามต้องลุยฝ่าสภาพเส้นทางแบบออฟโรด Sigma 4 ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในขณะขับเคลื่อนทั้งบนทางเรียบ และทางที่มีความทุรกันดาร องค์ประกอบของ Sigma 4 มีรูปแบบของการขับเคลื่อน 3 รูปแบบคือ H2 H4 L4 ผสมผสานการทดกำลังของเกียร์และเฟืองขับสี่ผ่านการควบคุมด้วย ECU ของชุดขับเคลื่อน 

สวิตช์ควบคุมโหมดขับเคลื่อนแบบหมุน เมื่อใช้งานในตำแหน่ง H2 ภายใต้สภาวะผิวถนนเรียบ แห้ง รถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงโดยถูกออกแบบให้มีอัตราสิ้นเปลืองต่ำจากประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 6 สปีด ส่วน H4 เป็นโหมดการขับเคลื่อนที่ต้องการแรงยีดเกาะมากกว่าปกติ ใช้บนทางท่ีเปียกลื่น บนถนนลูกรังที่มีผิวไม่เรียบ รวมถึงทางขึ้นลงเนินเขาที่ไม่ลาดชันจนเกินไป สำหรับโหมด L4 มีการเพิ่มอัตราทดเกียร์เพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการลุยทางวิบากที่เต็มไปด้วยหล่มโคลน ทางขึ้นลงเนินลาดชันที่มีองศาของความลาดชันมากกว่าปกติ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Sigma 4 ของ New Fortuner มีการเชื่อมต่อกับกลไกไฟฟ้า A-TRC หรือ Active Traction Control ระบบจะทำการตรวจสอบล้อขับเคลื่อนที่ลื่นไถล โดยจะเข้าไปลดแรงบิดหรือเบรกในล้อที่กำลังลื่นไถล แล้วกระจายแรงบิดที่เหลือไปยังล้อขับเคลื่อนที่ยังคงยึดเกาะดีอยู่ ในส่วนของระบบเสริม DAC หรือ Down Hill Assist Control ใช้วิ่งลงจากเนินชันโดยระบบจะเข้ามาควบคุมแรงเบรกของล้อทั้งสี่ ช่วยให้การขับลงจากเนินที่มีความสูงชันปลอดภัยและสะดวกสบายจากระบบรองรับดังกล่าว ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยพาวเวอร์แรคแอนพีเนียน มีการวางสายพานเชื่อมต่อกับพูเลย์เครื่องยนต์ เพื่อหมุนปั่นให้ปั๊มพาวเวอร์ของแรคพวงมาลัยทำงาน

Sigma 4 คือหลักการทางวิศวกรรมระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ออกแบบมาเพื่อปราบ SUV ของคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นหล่มลึกที่อัดแน่นด้วยขี้โคลน ที่สร้างความลำบากให้กับการลุยฝ่าเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย กลไกเฟืองทดกำลังกับสมองกลไฟฟ้าใน Sigma 4 จะคอยลดหรือเพิ่มแรงบิดไปยังล้อต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างสอดคล้องกับสภาพเส้นทางขณะลุยเต็มสูบ ผมพยายามใช้คันเร่งเท่าที่จำเป็นไม่ให้เกิน 1,200 รอบต่อนาที เพื่อไม่ทำให้ล้อหมุนฟรีเร็วมากจนเกินไปเมื่อวิ่งอยู่ในปลักโคลน พยายามบังคับพวงมาลัยเพื่อวางตำแหน่งของล้อหน้าให้ตรงกับทิศทางที่จะไป เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเมื่อต้องลุยทางโหดๆ แบบนี้ คันเร่งถูกใช้ให้มีรอบแค่ 1,000-1,200 รอบต่อนาที หักพวงมาลัยให้หัวของเจ้า Fortuner อยู่กับร่องกับรอยไม่ซวนเซเป๋ไปเป๋มาจนออกนอกเส้นทางแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุ! ระยะทางสั้นๆ แค่ 450 เมตร ช่วยสร้างประสบการณ์ของการขับลุยทางโหดได้ดี หลังจากที่ว่างเว้นจากการขับแบบออฟโรดไปนานเป็นปี!

Fortuner 2.4V 4WD ขับได้ดีสมราคา ทั้งทางเรียบแบบไฮเวย์ และทางวิบากหฤโหดโคตรเละ ตามความเป็นจริงแล้ว เจ้าของ Fortuner ป้ายแดงที่เพิ่งจะถอยรถออกมาจากโชว์รูม พร้อมการเป็นหนี้ไฟแนนซ์ในจำนวนเงินที่ไม่ใช่น้อยๆ ถ้ามาเห็นทางสภาพแบบนี้คงไม่คงไม่มีใครกล้าเอาไปลุยหนักเพราะกลัวค่าซ่อม แต่จริงๆ แล้วมันก็สามารถลุยฝ่าเอาตัวรอดได้อย่างสบาย ถ้ารู้วิธีการใช้คันเร่งและการบังคับทิศทางให้ถูกต้อง สำหรับการขับใช้งานปกติ เช่น การขับในเมืองหรือออกทางไกล พร้อมด้วยการบรรทุกสัมภาระเต็มคัน Fortuner 2.4V เป็นรถที่ Toyota Motor มีความตั้งใจในการออกแบบและผลิตเป็นพิเศษ เนื่องจากรถออฟโรดของคู่แข่งนั้นไล่จี้ติดด้านยอดขายเข้ามาทุกที รุ่น 2.4V AT 4WD ราคา 1,499,000 บาท เป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับประสิทธิภาพที่ได้รับ แน่นอนว่าราคาแพงขนาดนี้มันคงไม่ใช่รถครอบครัวแบบอีโคคาร์คันเล็กที่มีค่าตัวประหยัดอย่างแน่นอน

ออปชั่นที่เกือบจะครบของรุ่นรองท็อปเครื่องดีเซล 2.4 ลิตร นอกจากการขับขี่ที่ใช้ได้แล้ว ยังมีระดับของความหรูจากโทนสีและการจัดวางอุปกรณ์ภายในของรถรุ่นนี้ เมื่อสิ้นสุดการทดสอบก็ทำให้ทราบว่ารุ่น 2.4V เป็นรถที่ดีอีกคันและน่าจะขายได้ มันเหมาะกับการขับแบบเรื่อยๆ ไม่เน้นขับแบบใช้ความเร็วสูง มีความสะดวกสบายจากอุปกรณ์ใหม่ๆ เปิดโอกาสให้มีทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ต้องไปลองขับดูเอาเองว่าแรงบิดที่ลดลงจาก 450 มาเป็น 400 นิวตันเมตรของรุ่น 2.4V จะให้ความรู้สึกอืดไปหรือเปล่า จากความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากไม่ได้เน้นไปที่แรงบิดในการโลดโผนโจนทะยานเพื่อไปให้เร็ว ราคา 1.499 ล้านบาทของมันก็สมน้ำสมเนื้อกันดีกับสมรรถนะที่ได้รับขอแค่เท้าไม่หนักมากก็พอครับ.


TOYOTA FORTUNER 2.4V 4WD AT SPECIFICATIONS

แบบ.....................................................SUV อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง
ผู้ผลิต...................................................Toyota Motor
เครื่องยนต์..........................................ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ รหัส 2GD-FTV (High)
แบบเครื่องยนต์...................................สี่สูบแถวเรียง 16 วาว์ล ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC
ระบบอัดอากาศ...................................เทอร์โบแปรผัน VN Turbo + อินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรความจุ...................................2,393 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก.........................92.0 มิลลิเมตร x 90.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...............................15.6:1
แรงม้าสูงสุด......................................110 Kw 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.......................................400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที
ระบบประหยัดพลังงาน.......................Auto Start -Stop Engine
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..............................คอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น
ระบบส่งกำลัง.....................................เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม sequential shift Paddle Shift
ระบบบังคับเลี้ยว................................พวงมาลัยพาวเวอร์แบบแรคแอนพีเนียน
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า.............................................ปีกนกคู่แบบดับเบิ้ลวิชโบน
ด้านหลัง.............................................มัลติลิงก์แบบโฟร์ลิงก์


ล้อและยาง
ล้อหน้า................................................อัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler H/T ไซล์ 265/60R18
ล้อหลัง................................................อัลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler H/T ไซล์ 265/60R18

ระบบเบรก
ด้านหน้า..............................................ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง...............................................ดิสเบรก


มิติตัวถัง
ความกว้าง............................................1,855 มิลลิเมตร
ความยาว.............................................4,795 มิลลิเมตร
ความสูง...............................................1,835 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อ.....................................2,750 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า..............................1,545 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง..............................1,540 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง...........................193 มิลลิเมตร
รัศมรีวงเลี้ยวแคบสุด................................5.8 มิลลิเมตร


มิติภายในห้องโดยสาร
ความกว้าง............................................1,479 มิลลิเมตร
ความยาว..............................................2,487 มิลลิเมตร
ความสูง...............................................1,103 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง.....................................80 ลิตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/