วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หากมีวาสนาขอตายบนแผ่นดินไทย จาก ทักษิณ ถึง ยิ่งลักษณ์ ย้อน 9 ปีนายใหญ่ลี้ภัย

เรื่องร้อนปรอทแตก ณ ตอนนี้หนีไม่พ้น ข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ “เบี้ยวนัด” ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 ระหว่างอัยการสูงสุด เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในคดีจำนำข้าว ซึ่งทนายจำเลยอ้างว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง

เรื่องแบบนี้หรือจะเป็น “แผนการ” ที่วางไว้ หรือว่าเธอป่วยจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องรอการพิสูจน์ แต่...ที่แน่ๆ คือ กรณีพี่ชาย นายทักษิณ​ ชินวัตร นั้น ตอนนี้ได้ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศนานแล้ว

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ขอย้อนเหตุการณ์ กรณี นายทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยไปต่างแดน

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะ ทำการรัฐประหารระหว่างเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 61 ที่สหรัฐฯ

วันที่ 28 ก.พ. ปี 2551 มีข่าวใหญ่ ขึ้นหน้า 1 ทุกฉบับต้องให้ความสนใจ เมื่อ นายทักษิณ เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิด จากนั้นก็ "ก้มลงกราบผืนแผ่นดิน" ที่ "สนามบินสุวรรณภูมิ" ทันทีเมื่อเท้าสัมผัสแผ่นดินแม่ ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องขออนุญาต "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" เดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2551 โดยระบุว่า จะเดินทางไปชม มหกรรมแข่งขันกีฬาของมวลมนุษยชาติ "โอลิมปิกเกมส์" ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วจะเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันที่ 11 ส.ค. ในปีเดียวกัน แต่แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้เดินทางกลับมาสู่ผืนแผ่นดินแม่อีกเลย

กระทั่ง มีคลิปเสียงในตำนานหลุด โดยเป็นการพูดคุยของผู้ใหญ่ 2 ท่าน หนึ่งในนั้นคือ "นายพลถั่งเช่า" ว่ากันว่า คือ เสียงของอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง โดยเนื้อหาการสนทนา เป็นการพูดคุยเรื่องทางการเมืองในทุกๆ เรื่อง ไล่มาตั้งแต่ สั่งคนใกล้ชิด ดันกฎหมายนิรโทษกรรม เป็น พ.ร.ก. เพื่อพาตัวเองกลับบ้านโดยเร็ว ถ้าทหารเอาด้วยทุกอย่างจบ จนไปถึงวางแผนเสนอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ระดับ "ป๋า" ของประเทศ ให้ตั้งตน เป็นที่ปรึกษาสำนักทรัพย์สินฯ หลังกลับเข้าประเทศ เพื่อการันตีว่าตนจะไม่หวนคืนการเมืองอีก

หากนับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2551 จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 9 ปีแล้วที่ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก

ทั้งนี้ นายทักษิณ เคยส่งแถลงการณ์จากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขียนด้วยลายมือตัวเอง อ้างถึงเหตุผลการไม่เดินทางกลับมาสู้คดีที่ประเทศไทยว่า ขอประทานอภัยต่อคณะผู้พิพากษาคดีที่ดินรัชดาฯ และผู้สนับสนุน ว่าตนเองและภรรยาได้เดินทางมาพำนักที่ประเทศอังกฤษ และไม่ได้ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากที่ได้เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 เพราะหวังว่าจะมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และได้รับความเป็นธรรม

นายทักษิณระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวเป็นเสมือนผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้เป็นพิษ ยังคงมีการสืบทอดระบอบเผด็จการในการจัดการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ตามมาด้วยการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการใช้ระบบ 2 มาตรฐาน ทำให้ตนเองและครอบครัวพร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเป็นธรรม

“ผมจึงต้องกราบขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่ต้องตัดสินใจมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และขอยืนยันว่า 1. ผมและครอบครัวมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ แม้ว่ามีผู้จงใจใส่ร้ายมาโดยตลอด 2. ถึงแม้ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้เลวอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิดหนึ่งครับ”

“หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทยเฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ” นายทักษิณระบุท้ายแถลงการณ์ รวมเวลาลี้ภัยจากประเทศไทยเป็นเวลา 9 ปี.