วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จนวาระสุดท้าย

ความอึมครึมในบ้านเมือง ตกเป็นภาระคนไทยทั้งประเทศมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จากนี้ไปน่าจะถึงเวลาตกผลึกเพื่อการตัดสินใจกำหนดทิศทางที่ชัดเจนเสียที ปากท้อง เศรษฐกิจภาพรวมประเทศ ไปจนถึง ความเชื่อมั่นของประเทศ จะรอต่อไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ประชาธิปไตยกินไม่ได้ หรือจะต้องให้ เศรษฐกิจนำ การเมือง หรือจะต้องให้ การเมืองนำเศรษฐกิจ แต่จะทำอย่างไรให้สังคมไทยอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน

และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมากกว่า

ถ้าบรรยากาศของบ้านเมือง ยังต้องมีการตามล้างตามเช็ด กันไม่เลิกรา ชาตินี้ก็หาความสงบสุขไม่ได้ จึงควรต้องเริ่มตั้งหลักกันที่ กระบวนการยุติธรรม เพราะถ้าจะดูถึงต้นเหตุของวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ มี ขบวนการก่อการร้าย เที่ยวไล่ฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์ โดยที่ไม่มีเหตุโกรธแค้นกันมาก่อน เกิดลัทธิคลั่งชาติ เหยียดผิว อ้างเอาเหตุการณ์ในอดีตเมื่อ 50 ปี 100 ปีที่แล้วมาเป็นเหตุผลให้ทำร้ายกัน กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

ล้วนแต่เริ่มต้นจากความยุติธรรมและอยุติธรรม

ย้อนรอยความขัดแย้งในอดีต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือวิกฤติการเมือง มาจากบริบท เดียวกันคือ ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรม ถูกกดขี่ ไม่ได้รับความเสมอภาคและเที่ยงธรรม จนวาระสุดท้าย ก็กลายเป็นปัญหาของสังคมทุกระดับ

มีข้อพิสูจน์แล้วว่า การพัฒนาของระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่อยู่ที่ว่าประเทศนั้นๆจะมีประชาธิปไตยมายาวนานแค่ไหน เข้าทำนอง แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน แต่อยู่ที่จิตสำนึกของคนในประเทศนั้น ว่าจะรักษามาตรฐานของระบอบประชาธิปไตยให้คงเส้นคงวาได้ อย่างไร

หลักนิติรัฐ แปลว่า รัฐที่ปกครองด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเที่ยงธรรม ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายตุลาการจะเป็นผู้ชี้นำว่าประเทศจะเดินหน้าไปได้อย่างไร แต่หมายความว่าทุกคนภายใต้อาณาธิปไตยของประเทศนั้นๆจะต้องได้รับความเป็นธรรมจากการบังคับใช้กฎหมายและต้องใช้ควบคู่ไปกับ หลักนิติธรรม ด้วย

ดังนั้น หลักการปกครองทั่วไปจึงต้องมีการถ่วงดุลอำนาจระหว่าง นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แม้จะไม่เป็นหลักเกณฑ์ตายตัวว่าอำนาจทั้งสามฝ่ายจะต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน แต่ต้องเคารพดุลพินิจซึ่งกันและกันด้วย

ไม่อย่างนั้น การปกครองประเทศก็จะติดหล่มจมปลัก

ประเทศไทย ไม่ได้มีพิธีรีตองในการปกครองที่เข้มงวด เรามีรัฐบาลทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง และรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ รัฐบาลแห่งชาติ เรียกว่าทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยสุดขั้ว หรือเผด็จการสุดติ่งเราก็ผ่านมาแล้วทั้งนั้น

เราเคยเป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในอาเซียนและเราก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นประเทศที่ล้าหลังที่สุดในอาเซียนได้เช่นกัน การที่เราเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดหรือเป็นประเทศที่น่าอยู่มากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าประชาชนในประเทศจะมีความสุขมากที่สุดและหวังว่าจนวาระสุดท้ายแล้ว เราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสียที.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th